โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กนอ.เคาะ4 มาตรการคุมเข้มโรงงานป้องกันเหตุซ้ำไฟไหม้

The Better

อัพเดต 19 พ.ค. 2567 เวลา 05.34 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2567 เวลา 05.00 น. • THE BETTER
กนอ.ซักซ้อม AAR ระดมความเห็นทุกภาคส่วน กรณีเหตุเพลิงไหม้มาบตาพุด แทงค์ฯ ยกระดับมาตรการ 4 ด้าน ป้องกันเกิดเหตุซ้ำ

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึง เหตุเพลิงไหม้ถังเก็บวัตถุดิบสาร C9+ ของบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ว่า เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2567 กนอ. ได้ประชุมทบทวนหลังการปฏิบัติงาน (After Action Review - AAR) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน สะท้อนจุดแข็ง จุดอ่อน และอุปสรรค ในการปฏิบัติงานภายใต้แผนเผชิญเหตุ แผนอพยพ แผนช่วยเหลือ และร่วมกันหาแนวทางปรับปรุงแก้ไขยกระดับมาตรการต่างๆ ให้มีความเข้มงวด รัดกุม ครอบคลุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ประกอบไปด้วย 4 มาตรการ คือ 1. มาตรการป้องกันก่อนเกิดเหตุ มุ่งเน้นการทำงานแบบมีส่วนร่วมเชิงป้องกัน ปรับรูปแบบการดำเนินการ กฎระเบียบต่างๆ ให้ตรงกับความคาดหวังของประชาชน สังคม และผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ หรือ หากเกิดเหตุแล้วสามารถควบคุมให้อยู่ในวงจำกัดและสามารถตอบสนองได้อย่างทันท่วงที

2. มาตรการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน โดยบูรณาการแผนฉุกเฉินร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วน ยกระดับบทบาทหน้าที่ของตนเอง โดยเฉพาะเรื่องของความชัดเจนในขอบเขตหน้าที่ที่รับผิดชอบและสิ่งที่ต้องดำเนินการ รวมถึงความพร้อมของวัสดุดับเพลิง และอุปกรณ์ที่ใช้ในการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน

3.มาตรการสื่อสารภาวะวิกฤต ที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และทันท่วงที เพื่อชี้แจงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ลดความวิตกกังวลของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และบริหารจัดการในภาวะวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ4. มาตรการเยียวยาฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบให้ได้รับการเยียวยาอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ตลอดจนการเฝ้าระวังด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว และสร้างความเชื่อมั่นให้กับชุมชนโดยรอบนิคมฯ

อย่างไรก็ตามได้กล่าวขอบคุณหน่วยงานที่เข้าร่วมและสนับสนุนอุปกรณ์การระงับเหตุ ประกอบด้วย บริษัท PTT LNG, เทศบาลเมืองมาบตาพุด, เทศบาลนครระยอง, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สาขา 6, บริษัท NPC S&E จำกัดบริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท IRPC จำกัด และหน่วยงานอื่นๆ ที่มีส่วนช่วยในการระงับเหตุ การอพยพ และบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้ด้วย

“กนอ. จะบังคับใช้มาตรการที่ยกระดับขึ้นนี้อย่างเข้มงวด จริงจัง ทั้งในด้านของการปรับปรุงระบบการแจ้งข่าวสารระหว่างเกิดเหตุ แผนการอพยพ การซ้อมแผนฉุกเฉินที่ต้องครอบคลุมทั่วถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการจัดทำแผนในส่วนที่ต้องเกี่ยวข้องกับโรงงานโดยรอบที่อยู่ในพื้นที่ใกล้กัน ซึ่งบางโรงงานอาจมีท่อก๊าซที่เชื่อมโยงกันด้วย อาจจะได้รับผลกระทบหรือเป็นอันตรายได้ ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการประกอบกิจการ และสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสมดุลและยั่งยืน”

การประชุมทบทวนหลังการปฏิบัติงาน (After Action Review-AAR) กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ ถังเก็บวัตถุดิบของบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2567 ณ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง มีผู้แทนหน่วยงานราชการ หน่วยงานท้องถิ่น หน่วยงานเอกชน ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม ผู้บริหาร และพนักงาน กนอ. รวมทั้งผู้ประกอบการในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เข้าร่วมประชุม จำนวน 150 คน จาก 42 หน่วยงาน โดยมีนายปราโมทย์ คล้ายเชย ผู้เชี่ยวชาญบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินและวิกฤต บริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้ แอนด์ เอ็นไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด เป็นผู้ดำเนินรายการ มีการประเมินภาพรวมของการจัดการเหตุการณ์ในเบื้องต้นออกเป็นประเด็นต่างๆ ให้ที่ประชุมได้แสดงความเห็น นอกจากนี้ ผู้บริหารบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ยังร่วมแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์ มานำเสนอแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามแผนตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน ตลอดจนความคาดหวัง ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะในการปรับปรุงเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...