โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไขความลับของกลิ่นกับสมอง สู่การตามหาความหอมที่ตรงใจ จากกลิ่นธรรมชาติทั้งสี่ตระกูล

Mission To The Moon

เผยแพร่ 11 พ.ค. 2567 เวลา 05.30 น. • Mission To The Moon Media

ถ้าคุณเคยเดินทางไปท่องเที่ยว หรือพักผ่อนหย่อนใจที่เมืองเล็กๆ ตามมุมต่างๆ ทั่วโลกเมื่อนานมาแล้ว เพียงแค่เดินผ่านและได้กลิ่นหอมฟุ้งอันอบอุ่นจากร้านเบเกอรีข้างทางก็ทำให้เรานึกย้อนกลับไปในช่วงเวลาสบายๆ ที่เคยใช้ในเมืองเล็กๆ อันเงียบสงบและอบอุ่นในฝรั่งเศสเมื่อหลายปีก่อน
.
หรืออาจเป็นกลิ่นหอมของร้านสปา ที่ทำให้เรานึกถึงรีสอร์ตริมทะเลในทริปทะเลเมื่อนานมาแล้ว บางคนอาจจะนึกถึงทุ่งดอกไม้กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เมื่อได้กลิ่นกลิ่นหมู่มวลดอกไม้จากน้ำหอม หรือน้ำยาปรับผ้านุ่มจากเสื้อผ้าที่ตากอยู่บนราว
.
สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้บ่อยกับคนที่สนใจและไวต่อ ‘กลิ่น’ เป็นพิเศษ เช่น คนที่ชื่นชอบในการประพรมเครื่องหอม น้ำหอม หรือชื่นชอบเครื่องประทินผิวที่มีกลิ่นหอม เช่น ครีมทาตัว หรือโลชันน้ำหอม คนที่ชื่นชอบการตกแต่งห้อง และสร้างบรรยากาศพื้นที่รอบตัวให้มีกลิ่นหอมอยู่เสมอ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมปรับอากาศ เช่น สเปรย์ปรับอากาศห้อง ก้านหอมปรับอากาศ หรือเทียนหอม
.
โดยกลิ่นหอมพวกนี้ไม่เพียงแต่ถูกใช้ประโยชน์เพื่อกระตุ้นให้นึกถึงความทรงจำในอดีตเท่านั้น แต่ยังสร้างบรรยากาศและกระตุ้นความรู้สึกบางอย่างของผู้คนขึ้นมาได้ด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมกลิ่นบางกลิ่นถึงสร้างความประทับใจให้ผู้คนได้อย่างมากมหาศาล
.
มาดูกันว่าเรื่องราวเบื้องหลังของ ‘กลิ่นหอม’ นั้นทรงพลังต่อสมองและการรับรู้ของเราอย่างไร?
.
.
กลิ่นหอม 4 ตระกูลหลัก และเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร
.
ว่ากันว่ากลิ่นหอมที่ติดตัวเราสะท้อนเอกลักษณ์ ตัวตน และช่วยขับความโดดเด่นของคนที่ใช้กลิ่นนั้นออกมาได้อย่างชัดเจน ผู้คนจึงเลือกน้ำหอมที่ตัวเองชื่นชอบ เพื่อสะท้อนลักษณะนิสัยของพวกเขา หรือบางคนก็เลือกน้ำหอมที่เหมาะกับสถานการณ์ในแต่ละวันด้วย
.
เช่น การฉีดน้ำหอมกลิ่นหวานจากดอกไม้ เพื่อเน้นภาพลักษณ์ที่เป็นมิตรและอ่อนหวาน การใช้ผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นกายที่ผสานกลิ่นฟรุตตี้จากผลไม้ เพื่อเติมความกระปรี้กระเปร่า และความสนุกสนานให้กับวันนั้นทั้งวัน เป็นต้น ทั้งนี้ในอุตสาหกรรมเครื่องหอมและน้ำหอมได้สร้างสรรค์กลิ่นหอมมากมายมานับไม่ถ้วนก็จริง แต่ในบรรดากลิ่นหอมที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาอย่างประณีตนั้นมีกลิ่นที่ผู้คนคุ้นเคยมากที่สุดอยู่ 4 ตระกูลใหญ่ๆ ได้แก่
.
[ ] กลิ่นหอมสดชื่น (Fresh)
.
กลิ่นตระกูล Fresh จะทำให้คนนึกถึงธรรมชาติที่เขียวขจี หรือธรรมชาติที่ให้ความรู้สึกสะอาด เช่น ทะเล ป่าเขา ฯลฯ เป็นกลิ่นที่ชวนให้รู้สึกเหมือนกำลังวิ่งเล่นอยู่ในสวนยามเช้า รวมถึงกลิ่นของผลไม้ตระกูลเปรี้ยวอย่างซิตรัสก็ทำให้คนรู้สึกถึงพลัง และความสดชื่นได้เช่นกัน นอกจากจะมอบพลังแล้ว กลิ่นตระกูล Fresh ยังเสริมให้คนที่ใช้น้ำหอมกลิ่นนี้เป็นคนที่น่าคบหา เข้าถึงง่าย และเป็นกันเองได้ด้วย
.
[ ] กลิ่นหอมจากเครื่องเทศ (Oriental)
.
กลิ่นหอมตระกูลนี้ไม่ได้มาจากเครื่องเทศเครื่องปรุง แต่เป็นเครื่องเทศจากพืชพันธุ์ที่มีเอกลักษณ์ เช่น วานิลลา ลูกกระวาน อบเชย ฯลฯ โดยส่วนใหญ่แล้วความหอมตระกูลนี้มักจะผสมกลิ่นตระกูล Floral เข้าไปเล็กน้อย ซึ่งจะให้ความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความหอมหวานปนกับกลิ่นที่อบอุ่น ให้ความรู้สึกหรูหรา มีระดับ แต่ก็ยังแฝงความอบอุ่นอ่อนโยนด้วย
.
[ ] กลิ่นหอมจากดอกไม้นานาพรรณ (Floral)
.
กลิ่นหอมตระกูลนี้มาจากการผสมผสานระหว่างดอกไม้และธรรมชาติ ทำให้เป็นความหวานแบบสดชื่น ซึ่งเป็นกลิ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมากทีเดียว เพราะนอกจากจะขับความอ่อนหวานให้กับบุคลิกภาพได้แล้ว ความหอมจากดอกไม้ยังช่วยลดความเครียด และกระตุ้นให้สมองผ่อนคลาย รวมถึงเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ได้ด้วย
.
[ ] กลิ่นหอมจากไม้ (Woody)
.
กลิ่นหอมตระกูลไม้เรียกได้ว่าเป็นกลิ่นที่มั่นคงและให้ความรู้สึกสงบอบอุ่นได้มากที่สุด เมื่อเทียบกับกลิ่นตระกูลอื่นที่กล่าวไปข้างต้น เนื่องจากเป็นกลิ่นที่ได้จากพืชพันธุ์ไม้ เช่น ไม้ซีดาร์ เป็นกลิ่นที่คล้ายกับควันไฟที่ให้ความหอมลึกและอบอุ่น หรือกลิ่นที่สกัดจาก Vetiver หญ้าแฝกที่มีกลิ่นหอม ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในป่าลึกเขียวขจีได้เช่นกัน
.
ยิ่งไปกว่านั้น กลิ่นตระกูล Woody ยังได้ชื่อว่าเป็นกลิ่นที่มีความเป็นชาย (Masculinity) สูงกว่าตระกูลอื่นๆ จึงมักใช้กับสถานการณ์ที่ต้องแสดงภาพลักษณ์ที่นิ่ง สุขุม และหรูหราได้ด้วย
.
.
กลิ่นแบบไหนกระตุ้นเราได้บ้าง?
.
มีงานวิจัยมากมายจากทั่วทุกมุมโลกยืนยันว่านอกจากกลิ่นจะสามารถกระตุ้น และเรียกความทรงจำที่เกี่ยวข้องกับเราให้เด่นชัดขึ้นมาได้แล้ว กลิ่นหอมแต่ละประเภทยังมีผลกระทบเชิงบวกกับอารมณ์และความรู้สึกของผู้คน จึงทำให้หลายคนเลือกใช้กลิ่นสร้าง ‘บรรยากาศ’ ในสถานการณ์ต่างๆ ด้วยเช่นกัน
.
นักวิจัยจากนิวซีแลนด์กล่าวว่า ‘กลิ่น’ ที่เหมาะสมจะช่วยกระตุ้นความอยากซื้อของผู้บริโภคได้อย่างมีนัยสำคัญ จากการสำรวจพฤติกรรมการจับจ่ายซื้อของของคน 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกใช้กลิ่นของสมุนไพร ในขณะที่อีกกลุ่มใช้เป็นกลิ่นของขนมอบ
.
ผลการทดลองพบว่ากลิ่นหอมเย็นและสดชื่นจากสมุนไพร หรือกลิ่นความสดชื่นจากธรรมชาติจะกระตุ้นให้ลูกค้าซื้ออาหารเพื่อสุขภาพ เช่น สลัด ผักผลไม้มากกว่ากลุ่มที่ได้กลิ่นขนมอบ และมีแนวโน้มว่าจะเหมาซื้ออาหารในปริมาณมากกว่าลูกค้าอีกกลุ่มด้วย โดยมีเพียง 5% ของผู้บริโภคเท่านั้นที่สังเกตได้ถึงกลิ่นรอบตัวของพวกเขา
.
นอกจากนี้กลิ่นยังเชื่อมโยงกับการรับประสาทสัมผัสรูปแบบอื่นของผู้คนได้อีกด้วย ดังที่รัสเซลล์ โจนส์ (Russell Jones) ได้กล่าวถึงในหนังสือเรื่อง The Power of Your Senses ของเขาว่า มนุษย์มีประสาทสัมผัสที่ประสานความคิดกับความรู้สึกเข้าด้วยกัน เช่น กลิ่นเปรี้ยวของซิตรัส หรือมะนาวทำให้คนรู้สึกถึงรูปทรงที่แหลมคม การเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว และเฉดสีที่สดใสได้ด้วย
.
ด้วยเหตุนี้ น้ำหอมและผลิตภัณฑ์ปรับอากาศห้องจึงกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ผู้คนใช้สร้างบรรยากาศให้กับห้องทำงาน ห้องนอน ห้องอ่านหนังสือ หรือร้านค้าต่างๆ รวมทั้งยังถูกนำมาใช้ในสถานการณ์ต่างๆ ด้วย
.
.
รวมลิสต์ ‘กลิ่นหอม’ บำรุงสมอง และกระตุ้นความคิด
.
จากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการทดลองจากสถาบันต่างๆ จำนวนมาก เราได้รวบรวมกลิ่นหอมจากทั้ง 4 ตระกูลที่มีผลเชิงบวกต่อความคิด อารมณ์ ความทรงจำ และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองในงานรูปแบบต่างๆ เอาไว้ดังนี้
.
[ ] เปปเปอร์มินต์ เป็นกลิ่นที่ได้ชื่อว่าช่วยกระตุ้นสมาธิและการโฟกัสได้ดี หากรู้สึกว่าตอนนี้สมองของเรากำลังฟุ้งซ่านและมีอารมณ์ไม่คงที่ กลิ่นหอมเย็นของเปปเปอร์มินต์จะช่วยลดความกระสับกระส่ายและทำให้เราสงบลงได้
.
[ ] โรสแมรี ก็เป็นอีกกลิ่นที่มีประโยชน์ต่อการสร้างสมาธิและเพิ่มพลังโฟกัสให้กับสมองเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นกลิ่นหอมจากโรสแมรียังช่วยพัฒนาความจำ ซึ่งทำให้เราสามารถจดจำสิ่งต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำยิ่งขึ้นด้วย
.
นอกจากนี้กรดคาร์โนซิก (Carnosic Acid) ในโรสแมรียังมีสรรพคุณต่อต้านอนุมูลอิสระในสมอง ซึ่งดีต่อผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เพราะช่วยป้องกันความเสียหาย และทำให้สมองฟื้นตัวได้ดีกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม การรักษายังต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วย
.
[ ] อบเชย (Cinnamon) เป็นกลิ่นตระกูลเครื่องเทศที่ช่วยเพิ่มพลังต่อสู้กับความเหนื่อยล้าได้ดี โดยเฉพาะคนทำงานที่รู้สึกเฉื่อยชาและหมดแรงไปกับช่วงบ่ายของวัน การได้กลิ่นอบเชยสดใหม่จะช่วยเติมพลัง และเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาได้
.
[ ] กลิ่นผลไม้ตระกูลเปรี้ยว (Citrus) เช่น ส้ม เลมอน หรือเกรปฟรุตช่วยลดความวิตกกังวล และต่อสู้กับความเหนื่อยล้าได้ดี โดยใครที่รู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะกับกลิ่นตระกูลเครื่องเทศอย่างอบเชยสด ก็สามารถเติมพลังระหว่างวันด้วยกลิ่นสดชื่นจากผลไม้ตระกูลเปรี้ยวเหล่านี้แทนได้
.
[ ] ดอกคาโมไมล์ เป็นกลิ่นที่หลายคนรู้สรรพคุณในเรื่อง ‘ความผ่อนคลาย’ ของมันเป็นอย่างดี นอกจากจะช่วยลดความเครียด และทำให้นอนหลับได้ดีแล้ว กลิ่นของดอกคาโมไมล์ยังกระตุ้นให้สมองประมวลผล และเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ได้ดีมากขึ้น ซึ่งมีผลดีต่อความทรงจำระยะยาวของเราอีกด้วย
.
[ ] เสจ (Sage) เป็นสมุนไพรที่ให้กลิ่นหอมเย็นแบบความหอมตระกูล Woody ซึ่งมอบความสงบและผ่อนคลายให้กับผู้คน ช่วยเพิ่มความสามารถในการจดจำให้กับสมองได้
.
[ ] โหระพา (Basil) เป็นกลิ่นของสมุนไพรเช่นเดียวกับเสจ โดยหลายคนอาจรู้สึกว่าเป็นพืชที่มีกลิ่นฉุนแรง แต่กลิ่นของโหระพามีสรรพคุณช่วยลดความเครียด และพัฒนาความจำให้กับสมองได้ด้วย
.
.
แม้สรรพคุณของความหอมจะคล้ายกันก็จริง ทว่าแต่ละคนมีความชื่นชอบไม่เหมือนกัน เช่น ในกลุ่มคนที่ต้องการกลิ่นผ่อนคลายและอยากนอนหลับดี ก็มีทั้งคนที่ชอบคาโมไมล์ และคนที่ชอบลาเวนเดอร์แตกต่างกันออกไป
.
ดังนั้นใครที่กำลังมองหากลิ่นหอมๆ มาเปลี่ยนบรรยากาศให้ห้องและบ้านของคุณให้แปลกใหม่และรู้สึกดีกว่าเดิม ก็ลองเลือกจากบรรดากลิ่นหอมทั้ง 4 ตระกูลดูได้ ยิ่งไปกว่านั้นบางแบรนด์ก็ยังผสมผสานวัตถุดิบต่างๆ จากแต่ละตระกูลเข้าด้วยกัน ทำให้กลิ่นมีความหลากหลายและลงตัวมากยิ่งขึ้นด้วย และหวังว่าคุณจะได้เจอ ‘กลิ่นหอม’ ที่ตรงใจได้ในเร็ววัน
.
.
อ้างอิง
- The Power of Your Senses: Why Coffee Tastes Better in a Red Cup and Other Life-Changing Science : Russell Jones - https://amzn.to/3y0N3zR
- How to Smell Your Way to a Smarter Brain : Pat Wyman, HowToLearn - https://bit.ly/4aYilWz
.
.
#psychology
#selflove
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...