โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

Viggo Mortensen ไม่สนเล่นหนังแฟรนไชส์หลังจาก 'The Lord of the Rings' เพราะรู้สึกว่าหนังแฟรนไชส์ส่วนใหญ่บทห่วย

BT Beartai

อัพเดต 19 ก.ค. 2567 เวลา 16.37 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2567 เวลา 16.23 น.
Viggo Mortensen ไม่สนเล่นหนังแฟรนไชส์หลังจาก 'The Lord of the Rings' เพราะรู้สึกว่าหนังแฟรนไชส์ส่วนใหญ่บทห่วย

แม้จะเป็นนักแสดงที่อยู่ในฮอลลีวูดมาอย่างยาวนานเกือบ ๆ 40 ปีแล้ว แต่บทบาทเด่นที่ผู้คนจำได้มากที่สุดของ วิกโก มอร์เทนเซน (Viggo Mortensen) นักแสดงและผู้กำกับรุ่นใหญ่ลูกครึ่งอเมริกัน-เดนิชรุ่นใหญ่วัย 65 ปี ก็คงหนีไม่พ้นการรับบทเป็น อารากอร์น (Aragorn) สมาชิกพันธมิตรแห่งแหวน (The Fellowship of the Ring) ในไตรภาคมหากาพย์แห่งมิดเดิลเอิร์ธ ‘The Lord of the Rings’

ซึ่งคนที่ติดตามเขามาโดยตลอดก็จะพอสังเกตได้ว่า นอกจากไตรภาคนี้ เขาก็มักจะรับงานหนังออริจินัลในหลากหลายบทบาท ที่เด่น ๆ ก็เช่น ‘Hidalgo’ (2004) และ ‘Green Book’ (2018) ที่ส่งให้เขาได้เข้าชิงรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ได้เป็นครั้งที่ 3 โดยที่แทบจะไม่ค่อยมีผลงานในหนังแฟรนไชส์อีกเลย

ในบทสัมภาษณ์ล่าสุดของนิตยสาร Vanity Fair เขาเองได้มีโอกาสเปิดเผยเหตุผลที่เขามักไม่ค่อยรับงานแสดงในหนังแฟรนไชส์ ที่นับเป็นเทรนด์ที่สตูดิโอหลายแห่งของฮอลลีวูดทำกันในปัจจุบัน เหตุผลง่าย ๆ ของเขาไม่ได้เป็นเพราะเขาไม่ชอบหนังแฟรนไชส์ เพียงแต่เขารู้สึกว่าบทหนังแฟรนไชส์ที่เขึยนขึ้นไม่ได้ดีพอที่จะดึงดูดใจเขาก็เท่านั้นเอง

“ผมไม่ได้มองหาหรือจะหลีกเลี่ยงหนังแนวไหน ประเภทไหนหรืองบเท่าไรหรอกนะครับ ผมแค่ต้องการมองหาเรื่องราวที่น่าสนใจ สำหรับผม มันไม่สำคัญว่าหนังเรื่องนั้นจะเป็นแนวไหน ใช้ทุนสร้างเท่าไร หรือใครเป็นคนทำ ผมคงไม่รับเล่นหนังเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพียงแค่เพราะว่าใครเป็นผู้กำกับ แต่มันจะต้องเป็นเพราะเรื่องราว และถ้าหากผมคิดว่าผมเหมาะกับตัวละครนั้น สิ่งนั้นแหละที่ต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก”

“และมันก็ใช้กันหนังแฟรนไชส์ได้เหมือนกัน ถ้ามีใครมาหาผมด้วยหนังภาคที่ 3 หรือภาคที่ 9 ของหนัง ก. และผมคิดว่ามันเป็นตัวละครที่ยอดเยี่ยม ผมอยากเล่นตัวละครตัวนั้น และผมคิดว่าน่าจะมีบางอย่างที่ผมจะสามารถเพิ่มเติมเข้าไปอีกได้ ผมก็จะทำ ผมไม่ได้ต่อต้านมันหรอก เว้นแต่ถ้าผมเงินหมดแล้วก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วมันมักจะแย่น่ะ มันมักจะเป็นอะไรที่คาดเดาได้ ในความคิดผมบทที่เขียนออกมาพวกนั้นมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่”

Viggo Mortensen The Lord of the Rings

ก่อนที่เขาจะกลายมาเป็นที่จดจำจากบทอารากอร์น มอร์เทนเซนเป็นนักแสดงที่มีผลงานอยู่ในฮอลลีวูดมาอย่างยาวนาน เขารับบทประกบ แฮร์ริสัน ฟอร์ด (Harrison Ford) ในหนังทริลเลอร์นีโอ-นัวร์เรื่อง ‘Witness’ (1985) รับบทใน ‘The Indian Runner’ (1991) ผลงานกำกับเรื่องแรกของ ฌอน เพนน์ (Sean Penn) รับบทในหนังแอ็กชันทริลเลอร์ ‘Crimson Tide’ (1995)

แต่ใช่ว่าในตลอดชีวิตการแสดงของเขาจะไม่เคยรับงานแสดงในหนังแฟรนไชส์เลย เพราะเขาเคยปรากฏตัวในหนังแฟรนไชส์ดังมาแล้วถึง 2 ชุด ทั้งการรับบทในภาคต่อหนัง Slasher ในตำนาน ‘Leatherface: The Texas Chainsaw Massacre III’ (1990) และหนังอเมริกันคาวบอย ‘Young Guns II’ (1990)

แต่กว่าจะได้เข้าสู่มิดเดิลเอิร์ธ ผู้กำกับอย่าง ปีเตอร์ แจ็กสัน (Peter Jackson) เองไม่เคยมีภาพของมอร์เทนเซนในบทนี้มาก่อน แต่เป็นนักแสดงเบอร์ใหญ่อย่าง แดเนียล เดย์-ลูอิส (Daniel Day-Lewis) ที่ถูกเสนอบทนี้ให้ตั้งแต่แรกก่อนถ่ายทำ แต่สุดท้ายก็ปฏิเสธ ส่วน นิโคลัส เคจ (Nicolas Cage) เองก็ปฏิเสธบทนี้ด้วเช่นกัน

หวยจึงไปตกที่ รัสเซล โครว์ (Russell Crowe) นักแสดงสุดฮอตเจ้าของรางวัลออสการ์ในเวลานั้น แต่สุดท้ายเขาก็ปฏิเสธอีกเช่นกัน เพราะไม่อยากรับบทในคาแรกเตอร์ที่มีทรงคล้าย ๆ กับที่เขาเคยแสดงไปแล้วใน ‘Gladiator’ (2000) เวลาล่วงเลยจนกระทั่งเข้าสู่ช่วงสุดท้ายก่อนการเริ่มถ่ายทำ โปรดิวเซอร์ที่ได้เห็นการแสดงของเขา จึงได้เลือกมอร์เทนเซนมาแสดง อีกคนที่สนับสนุนให้เขาตัดสินใจรับบทนี้ก็คือ ลูกชายของเขาที่เป็นแฟนหนังสือตัวยง

เนื่องจากมอร์เทนเซนถูกเรียกเข้ามาแคสติงอย่างกะทันหัน ทำให้เขามีเวลาเตรียมตัวก่อนการถ่ายทำเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น และเขาก็ไม่เคยอ่านหนังสือชุดนี้มาก่อน ทำให้เขาต้องเอาหนังสือติดตัวขึ้นไปอ่านบนเครื่องบินในระหว่างเดินทางไปยังโลเกชันถ่ายทำที่นิวซีแลนด์ แถมยังมีเวลาเรียนฟันดาบน้อยกว่านักแสดงคนอื่น ๆ

แต่ที่ทดแทนกันได้ก็คือการทุ่มเทกับการแสดงแบบทุ่มสุดตัว ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อย ทั้งการถือดาบดาบนาร์ซิลคู่ใจของอารากอร์นติดตัวไปทุกที่แม้แต่ตอนที่ไม่ได้ถ่ายทำ ฝืนถ่ายทำต่อทั้งที่บาดเจ็บ รวมทั้งมีส่วนร่วมในการแก้ไขชุดเครื่องแต่งกายของเขา จนทำให้แจ็กสันถึงกับเอ่ยปากชมถึงความทุ่มเทที่เขามีให้กับหนังเรื่องนี้ รวมทั้งการปรับตัวเพื่อรับบทอารากอร์นได้อย่างรวดเร็วจนตามทันคนอื่น ๆ ได้อย่างน่าชื่นชม

Viggo Mortensen The Lord of the Rings

มอร์เทนเซนยังได้อธิบายแนวทางการสมดุลระหว่างโอกาสทางการเงิน และการรับเลือกเล่นในบทที่เขาสนใจ

“คือตราบใดที่ผมยังจ่ายค่าเช่า และทำให้ชีวิตส่วนตัวผมไปต่อได้ ผมก็ยังจะอดทนจนกว่าจะพบสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ และบางอย่างที่จะทำให้ผมได้เรียนรู้ ผมเคยเกือบคิดว่า ‘เอาล่ะ ผมคงต้องทำอะไรสักอย่าง บางทีผมอาจจะรับบทที่แค่พอใช้บ้างก็ได้มั้ง’ แต่ผมไม่ได้มีบริษัทใหญ่ที่ต้องดูแล ผมไม่ต้องมัวคิดว่า ‘ผมเล่นหนังเล็ก ๆ ไม่ได้หรอก ผมต้องรับเล่นหนังที่พวกเขาจะจ่ายเงินให้ผมได้เป็นล้าน ๆ ‘ ผมไม่เคยหางานด้วยวิธีนั้นเลย”

หลังจากที่จบเรื่องราวในไตรภาคไปแล้วอย่างสมบูรณ์ เรื่องราวบทใหม่ของตำนานแหวนครองพิภพก็กำลังจะเริ่มต้นเดินทางอีกครั้งในหนังสปินออฟ ‘Lord of the Rings: The Hunt for Gollum’ ที่จะได้ แอนดี เซอร์คิส (Andy Serkis) นักแสดงผู้รับบทเป็น กอลลัม หรือ สมีกอล มาแสดงและกำกับด้วยตัวเอง โดยมีแจ็กสันรับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ซึ่งจะมีกำหนดฉายในปี 2026

ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนก็แอบรู้สึกอยากเห็นนักแสดงพันธมิตรแห่งแหวนกลับมา รวมทั้งอาจจะได้เห็นมอร์เทนเซนกลับมารับบทอารากอร์นอีกครั้ง เขาได้เปิดใจกับนิตยสาร GQ ของอังกฤษถึงการกลับมารับบทนี้ว่า เขายังคงยินดีที่จะกลับไปรับบท แต่มีเงื่อนไขเพียงอย่างเดียวก็คือ บทบาทและเรื่องราวนั้นจะต้องมีความสมเหตุสมผลด้วย

“ผมยังไม่รู้ว่าเรื่องราวเป็นยังไงนะครับ ผมยังไม่เคยได้ยิน บางทีสุดท้ายผมอาจจะได้ยินเรื่องนี้ในที่สุด ผมเองชอบการรับบทบาทนี้ ผมได้เรียนรู้อะไรมากมายจากการเล่นเป็นตัวละครนี้ ผมสนุกกับมันมาก ๆ แต่ผมจะรับเล่นก็ต่อเมื่อผมเหมาะสมกับบทนี้ ทั้งในแง่ของอายุของผมในตอนนี้และเรื่องอื่น ๆ ผมจะทำมันก็ต่อเมื่อผมเหมาะสมกับบทและตัวละครนั้น มันคงจะออกมาดูแย่ ถ้าหากผมรับเล่นบทที่มันดูไม่ค่อยเหมาะสม”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...