ขอความเห็นใจ!! เปิดใจตำรวจนักสืบกระดูกเหล็ก ถูกยิงคนร้ายยิงขณะปฏิบัติหน้าที่จนขาพิการ สู้ชีวิตมาทำนานกว่า 13 ปี ไร้การเยียวยาจาก สตช.
THE PATTAYA NEWS
อัพเดต 06 ก.ค. 2567 เวลา 14.28 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2567 เวลา 07.28 น. • เดอะ พัทยานิวส์ The Pattaya Newsย้อนไปเมื่อ 13 ปีก่อน ช่วงประมาณ เวลา 1 ทุ่ม ของวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ.2554 เกิดเหตุการณ์ยิงปะทะกันระหว่างตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางละมุง กับคนร้าย ภายในบังกะโลแห่งหนึ่ง ย่านซอยพัทยายางยนต์ หมู่ 6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เหตุการณ์ในครั้งนั้น ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางละมุง ได้ทำการติดต่อล่อซื้ออาวุธปืนเถื่อนจากกลุ่มเด็กแว้น มีประวัติคดีอุจฉกรรจ์หลายคดี และเคยก่อเหตุยิงตำรวจสายตรวจประจำตู้ยามขณะออกปฏิบัติกวดขันกลุ่มเด็กแว้นที่รวมตัวประลองความเร็วบนท้องถนนมาแล้ว ในระหว่างที่กำลังมีการส่งมอบอาวุธปืนกัน คนร้ายเกิดไหวตัวทัน ชักอาวุธปืนกราดยิงใส่ตำรวจชุดจับกุม จนเกิดการยิงปะทะกันนานเกือบ 5 นาที หลังสิ้นสุดเสียงปืน พบว่าคนร้ายถูกวิสามัญฆาตกรรม 2 ราย คือ นายสุรชาติ แก้วชิงดวง หรือฉายา “ตั้ม นักรบ” อายุ 22 ปี และ ฃนายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ขณะเดียวกันมีตำรวจชุดสืบสวนถูกยิงคนร้ายยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 นาย คือ จ.ส.ต.พีระมงคล การะเกษ ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.บางละมุง (ยศในขณะนั้น) คมกระสุนเจาะหน้าแข้งขวา บดกระดูกจนแตกละเอียด ต้องได้รับการผ่าตัดดามเหล็ก เนื่องจากกระดูกต่อไม่ได้ และ กลายเป็นคนพิการ เดินปกติเหมือนคนทั่วไปไม่ได้
ปัจจุบัน (5 ก.ค.67) ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับ ร.ต.ต.พีระมงคล การระเกษ อายุ 53 ปี รอง สว.สส.สภ.หนองปรือ หรือ จ.ส.ต.พีระมงคล การะเกษ ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.บางละมุง (ยศในขณะนั้น) โดยชาวบ้านรู้จักกันในนาม “ดาบแป๊ะ” ซึ่งถูกคนร้ายยิงเข้าที่ขาด้านขวาจนกระดูกท่อนล่างแตกละเอียด กลายเป็นผู้พิการ ต้องใช้ไม้ค้ำยันเดินเหินนานกว่าเกือบ 2 ปี แถมไม่ได้รับเยียวยาจากผู้บังคับบัญชา และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เคยนั่งท้อใจ คิดว่าคงจบชีวิตตำรวจไว้แค่นี้ แต่สุดท้ายคิดได้ โยนทิ้งไม้ค้ำยัน แล้วพยายามดูแลตัวเอง หันเข้าวงการ ฟิตเนส เพาะกล้ามนานกว่า 5 ปี จนปัจจุบันร่างกายแข็งแรง กล้ามเป็นมัดๆ แต่ยังเดินกระโผกกระเผกตามประสาคนใส่เหล็กดามกระดูก และยังโลดแล่นอยู่ในนักสืบสวน จนได้รับฉายา “นักสืบกระดูกเหล็ก”
ร.ต.ต.พีระมงคล การระเกษ เล่านาทีเหตุการณ์วิสามัญฯคนร้ายในวันนั้นให้ฟังว่า ตนพร้อมกับหัวหน้าชุด คือ สารวัตรสืบสวน สภ.บางละมุง ในสมัยนั้น พร้อมกำลังกว่า 10 นาย เข้าไปซ่อนตัวอยู่ในบังกะโล เพื่อเตรียมเข้าชาร์จจับกุมคนร้าย หลังได้ส่งสายลับติดต่อนำอาวุธปืนขนาด 11 มม.แลกกับยาเสพติด ทั้งยาบ้า-ยาไอซ์ กับนายสุรชาติ แก้วชิงดวง หรือฉายา “ตั้ม นักรบ” หัวโจกเด็กแว้นที่ตำรวจต้องการตัว เคยก่อเหตุยังตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่ก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน แถมยังท้าทายตำรวจว่า “หากตำรวจจะมาจับตัว ให้ตำรวจขนกำลังมา 200 คน ถึงจะยอมให้จับโดยดี” ระหว่างที่ตนเองกำลังซุ่มอยู่ในห้องฝั่งตรงข้าม โดยมองผ่านช่องส่งของในห้องของบังกะโล เห็นว่ามีการส่งมอบของกลางให้สายลับเสร็จ ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุมทันที แต่ปรากฏว่า นายสุรชาติ หรือ “ตั้ม นักรบ” และนายเอ (นามสมมุติ) หันมามอง และพร้อมใจชักปืนออกมาจากเอวทั้งคู่ ก่อนจะเปิดฉากกราดยิงใส่ตำรวจทันที กระสุนเข้าที่หน้าแข้งของตนเอง จนหน้าคว่ำลงไปนอนกองกับพื้น “พร้อมกับตะโกนบอกในทีมว่า โอ้ย!! โดนยิงแล้ว” จากนั้นก็เกิดการยิงปะทะกัน ส่วนตนพยายามเขยิบตัวไปนั่งพิงกำแพง แล้วใช้ปืนคู่กายยิงสวนเข้าไปในห้อง ก่อนที่เสียงปืนจะสิ้นสุดลง เมื่อเข้าเคลียร์พื้นที่ ก็พบว่าคนร้ายทั้ง 2 คน ถูกวิสามัญฯ พร้อมยึดของกลาง เป็นยาบ้า ยาไอซ์ และอาวุธปืนสั้นที่ยังอยู่ในสภาพขึ้นลำพร้อมยิง ส่วนตนเองถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกรุงเทพ-พัทยา จากนั้นก็มีผู้บังคับบัญชามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ และ สรุปเหตุการณ์ทั้งหมด
ร.ต.ต.พีระมงคล การระเกษ ยังเล่าต่ออีกว่า หลังถูกพาตัวมาโรงพยาบาล ผลการเอ็กซเรย์ปรากฏคมกระสุนเจาะหน้าแข้งขวาจนกระดูกแตกละเอียด แทบจะต่อไม่ได้ จนต้องผ่าตัดดามเหล็ก ส่วนค่ารักษาพยาบาล ท่าน พ.ต.อ.สมนึก จันทร์เกตุ ผกก.สภ.บางละมุง ในสมัยนั้น ได้ระดมทุนจากคณะ กกต.ตร.มาช่วยจ่ายรักษาประมาณ 3 แสนบาท และนั้นคือเงินก้อนเดียวที่มาช่วยรักษาตัว พอออกจากโรงพยาบาล ก็ต้องคอยเวียนเข้าออกโรงพยาบาลเพื่อล้างแผลอยู่นาน แต่ต้องใช้ไม้ค้ำยันในการเดินเหินนานเกือบ 2 ปี และต้องอยู่ในสภาพคนพิการ อีกทั้งไม่เคยไม่ได้รับเงินสนับสนุนเยียวยาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตอนแรกยอมรับว่าเป็นทุกข์ เพราะต้องกลายเป็นคนพิการใช้ชีวิตไม่เหมือนคนปกติทั่วไป สุดท้ายจึงตัดสินใจลุกขึ้นมาต่อสู้ ดูแลตัวเอง ด้วยการเข้าโรงยิม ปั่นจักรยาน ทำร่างกายแข็งแรงมากขึ้น ก่อนที่ต่อมาในปี 2555 ตนเองได้ย้ายมาประจำ สภ.หนองปรือ ซึ่งผู้บังคับชาก็ยังคงให้อยู่ในสายงานสืบสวนเช่นเดิม
ส่วนในเรื่องคดีวิสามัญคนร้าย เวลาผ่านมาแล้ว 13 ปี เรื่องก็ยังคงเงียบ คดีก็ยังไม่ถึงที่สิ้นสุด สำนวนการสั่งฟ้อง และ สำนวนผลการชันสูตร ยังอยู่ที่พนักงานสอบสวนในสมัยนั้น และนี่ถือเป็นปัจจัยสำคัญ ทำให้ตนเองไม่สามารถนำเรื่องไปเสนอต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในเรื่องของสวัสดิการและขั้นพิเศษ ข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งตนเองก็คาดหวังว่าตนเองจะได้รับความเห็นใจจากผู้บังคับบัญชาช่วยลงพิจารณาเรื่องนี้ เพราะตนเองเหลือเวลาชีวิตราชการอีกไม่ถึง 7 ปี ก็จะเกษียณแล้ว
สำหรับ ร.ต.ต.พีระมงคล การระเกษ เข้ารับการตำรวจครั้งแรก เมื่อปี 2540 หน่วยอรินทราช ต่อต้านก่อการร้าย จากนั้นก็ย้ายมาประจำฝ่ายสืบสวน 191 ตั้งแต่ปี 2541-2548 ก่อนจะย้ายมาประจำอยู่ ฝ่าย ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.บางละมุง ต่อมาในปี 2555 ก็ย้ายมาประจำฝ่าย ผบ.หมู่ งานสืบสวน สภ.หนองปรือ และเพิ่งจบอบรมนายร้อย 53 เมื่อ ก.พ.ที่ผ่านมา โดยโลดแล่นอยู่บนสายงานสืบสวนมาเกือบตลอดชีวิต 27 ปี โดยผลงานล่าสุด ( มีคลิป ) สามารถติดตามจับกุมคนร้ายในคดีสำคัญได้ โดยบุกเดี่ยวเข้าชาร์จคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ ร่วมถึงสกัดกั้น ชายร่างยักษ์ที่พยายามเข้าไปประชาทัณฑ์ผู้ต้องหา ในขณะทำแผน คดีสาวถูกยิงตายแทงเพื่อนพ่อตา ทั้งที่ตัวเองขาไม่สมประกอบ แต่ก็ใจรักที่การเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์