โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทำไม EV จีนถึงเป็นภัยคุกคามความมั่นคง? มันสอดแนมเราได้หรือไม่

The Better

อัพเดต 28 ก.ค. 2567 เวลา 10.11 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2567 เวลา 09.00 น. • THE BETTER

ยาคุบ ยานดา (Jakub Janda) ผู้อำนวยการของ European Values ซึ่งเป็นศูนย์นโยบายความมั่นคงที่ไม่ใช่ของรัฐบาล (เอ็นจีนโอ) ในกรุงปราก ประเทศสาธารณรัฐเชค แสดงความเห็นใน X โดยชี้ถึง "ภัยคุกคามของรถยนต์ไฟฟ้าจีน" ต่อความมั่นคงในยุโรป โดยเขาโยงว่า EV ของจีน อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการบ่อนทำลายความมั่นคงของยุโรป

ยานดา ได้อธิบายเป็นข้อๆ ไว้ใน X ดังนี้

"สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าของจีนในยุโรป นี่คือสิ่งที่หน่วยข่าวกรองของยุโรปหลายแห่งบอกคุณ:

1) รถยนต์ไฟฟ้าทุกคันเป็นเมกะเซนเซอร์ (mega-sensor) มีเซนเซอร์หลายร้อยตัวที่รวบรวมข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับสถานที่และผู้คน

2) องคาพยพของจีนทุกแห่ง (ทั้งระดับบุคคลหรือบริษัท) "จะต้อง" ดำเนินการจารกรรม (นั่นคือการรวบรวมข่าวกรอง) ในนามของรัฐบาลจีน อันเป็นกฎหมายที่เข้มงวดซึ่งรัฐบาลจีนใช้และบังคับใช้

3) ดังนั้น รถยนต์ไฟฟ้าทุกคันของจีนจึงเป็นและจะเป็นเครื่องมือในการรวบรวมข่าวกรองของรัฐบาลจีน โดยส่งข้อมูลไปยังจีนหรือหน่วยงานของจีน

4) เนื่องจากรัสเซีย-จีนเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในการต่อต้านประชาธิปไตยตะวันตก รถยนต์ไฟฟ้าทุกคันในรถยนต์ของจีนจะรวบรวมข่าวกรองสำหรับรัฐบาลจีน รัฐบาลจีนแบ่งปันข่าวกรองกับพันธมิตรสำคัญของตน นั่นคือ รัสเซีย

5) รัสเซียกำลังเตรียมโจมตีประเทศสมาชิกนาโต้ในยุโรปอย่างเป็นระบบและเร่งด่วน

6) หากยุโรปอยู่ในสงครามรับมือและป้องกันหลังจากที่รัสเซียโจมตีในปีต่อๆ ไป ข่าวกรองใดๆ ที่รวบรวมโดยรถยนต์ไฟฟ้าของจีนในยุโรปจะช่วยปรับปรุงแผนการโจมตีของรัสเซียต่อนาโต้"

อย่างไรก็ตาม ทัศนะของ ยานดา ต้องผ่านการตรวจสอบและถ่วงดุลข้อมูลให้ดี เพราะตัวเขาเองประกาศใน X ว่าเขาเป็น "กองหนุนหน่วยบัญชาการไซเบอร์ของสาธารณรัฐเช็ก" และบอกว่า "ศัตรูคือรัสเซีย จีน" และ มิตรคือนาโต สหภาพยุโรป ยูเครน ไต้หวัน" ดังนั้น ทัศนะของเขาย่อมมีความลำเอียงและต้อง "ฟังหูไว้หู"

ทัศนะของ ยานดา สะท้อนถึงความหวาดระแวงของฝ่ายต่อต้านจีนและรัสเซียในยุโรป โดยเฉพาะฝ่ายที่ต่อต้านรัสเซียมักจะโยงว่ารัสเซียได้รับความช่วยเหลือจากจีน ทั้งๆ ที่จีนพยายามปฏิเสธเรื่องนี้มาโดยตลอด การโยงในลักษณะดังกล่าวนำไปสู่ความหวาดระแวงการลงทุนและสินค้าจากจีนไปด้วย

ความระแวงเรื่องการสอดแนมโดย EV ทำให้มีการตั้งกระทู้ถามในรัฐสภายุโรปเมื่อปี 2023 โดยผู้แทนจากเนเธอร์แลนด์ ตอนหนึ่งของกระทู้ระบุว่า "รถยนต์ไฟฟ้ายังสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ละเอียดอ่อนได้ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นเมื่อเพิ่มเข้าไปในการบูรณาการรถยนต์กับอุปกรณ์ส่วนบุคคลและแอปพลิเคชันเมืองอัจฉริยะ รัฐมนตรีของอังกฤษเตือนว่าจีนสามารถใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อสอดแนม ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างมาก อุปกรณ์ติดตามของจีนยังถูกค้นพบในรถยนต์ของรัฐบาลอังกฤษด้วย" และได้ตั้งคำถามต่อสภาว่า "คณะกรรมาธิการได้เสนอหรือริเริ่มการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยประสานงานของรถยนต์ไฟฟ้าของจีนตามมาตรา 22 ของคำสั่ง NIS 2 หรือไม่ หรือคณะกรรมาธิการตั้งใจจะทำเช่นนั้นในกฎหมาย 'การเข้าถึงข้อมูลในรถยนต์' ในอนาคตหรือไม่?"

ความระแวงนี้ยังทำให้เกิดโครงการที่เรียกว่า 'Project Lion Cage' จากการรายงานของสำนักข่าว Bloomberg ระบุว่า ทอร์ อินสตอย (Tor Indstøy) ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงไซเบอร์ชาวนอร์เวย์ได้ซื่อ EV จีนมาคันหนึ่งรุ่น ES8 จากบริษัท NIO Inc เพื่อใช้งานเป็นการส่วนตัว และเพื่อตรวจสอบดูว่า EV จีนสามารถรวบรวมดาต้าและส่งกลับไปที่จีนได้มากแค่ไหน โดยเขายังทำงานรวมกับผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์อีกหลายคนเกี่ยวกับประเด็นนี้ จนกลายมาเป็นโครงการ 'Project Lion Cage'

จากการศึกษาพบว่า ข้อมูลสื่อสารประมาณ 90% ซึ่งรวมถึงข้อมูลต่างๆ ตั้งแต่คำสั่งเสียงง่ายๆ ไปยังรถ ไปจนถึงสถานที่ตั้งทางกายภาพของรถ ถูกส่งไปยังประเทศจีนและยังถูกส่งไปยังเยอรมนี สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ด้วย

อินสตอย ยังระบุถึงความกังวลอีกประการหนึ่งคือลักษณะที่ไม่ชัดเจนของการสื่อสารบางส่วน ตัวอย่างเช่น "นักวิจัยพบไฟล์เดียวอันหนึ่งที่ไม่ได้เข้ารหัสซึ่งถูกดาวน์โหลดโดยยานพาหนะจากที่อยู่อินเทอร์เน็ต nio.com อย่างต่อเนื่อง แต่จนถึงขณะนี้ พวกเขาก็ยังไม่สามารถระบุวัตถุประสงค์ของไฟล์ดังกล่าวได้" จากการรายงานของ Bloomberg

ทั้งนี้ สหภาพยุโรปได้ขึ้นภาษี EV จีนเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม โดยเรียกเก็บดังนี้ BYD เก็บ 17.4%; Geely เก็บ 19.9% และ SAIC เก็บ 37.6% โดยให้เหตุผลของการขึ้นภาษีที่สูงมากเอาไว้ว่า "จากการสืบสวน คณะกรรมาธิการได้สรุปว่าห่วงโซ่มูลค่าของ BEV (รถไฟฟ้าแบตเตอร์รี่) ในจีนได้รับประโยชน์จากการอุดหนุนที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อผู้ผลิต BEV ในสหภาพยุโรป การสืบสวนยังได้ตรวจสอบผลที่ตามมาและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากมาตรการเหล่านี้ต่อผู้นำเข้า ผู้ใช้ และผู้บริโภค BEV ในสหภาพยุโรปอีกด้วย"

จากเหตุผลของสหภาพยุโรปพบว่าเป็นเหตุผลในด้านการต่อต้านการทุ่มตลาด เพราะ EV จีนได้รับการสนับสนุนจากรัฐเป็นจำนวนเงินมหาศาลทำให้ราคาต่ำเกินจริง อย่างไรก็ตาม การขึ้นภาษีก็อาจเกี่ยวข้องกับความกังวลว่า EV อาจเป็นเครื่องมือเก็บดาต้าส่งไปยังจีนด้วย เพียงแต่สภาพยุโรปยังไม่ใช้มาตรการใดๆ มาสร้างความชอบธรรมให้กับความหวาดระแวงดังกล่าว ความกังวลนี้ระบาดไปถึงออสเตรเลียและแคนาดาแล้ว โดยที่สหรัฐฯ ระแวงเรื่องนี้มานาน และดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้แล้ว

จากการรายงานของ Toronto Star ระบุว่า รัฐบาลแคนาดาก็กำลังพิจาณาจะขึ้นภาษี EV จีนเช่นกันคาดว่าจะมีขึ้นในเดือนสิงหาคม พร้อมกับสอบทัศนะผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ชี้ว่า รถยนต์ที่เชื่อมต่อกัน (หมายถึงการเชื่อมโยงข้อมูลของ EV จีน) เป็นภัยคุกคามที่เห็นกันจะๆ

ก่อนหน้านี้ รองนายกรัฐมนตรี คริสเตีย ฟรีแลนด์ (Chrystia Freeland) แห่งแคนาดายังกล่าวว่า “เรายังพิจารณาถึงด้านความมั่นคงแห่งชาติในเรื่องนี้ด้วย ซึ่งรวมถึงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ เมื่อต้องพูดถึงการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงของจีน เช่น รถยนต์ไฟฟ้า” จากการรายงานของ Glabal News สื่อของแคนาดา

อย่างไรก็ตาม ในทางกลับกัน จีนได้สั่งห้ามไม่ให้ Tesla ใช้งานในบางเมือง สำหรับงานการเมืองบางงานและฐานทัพทหาร เนื่องจากกังวลว่าข้อมูลรถยนต์อาจถูกนำไปใช้ประโยชน์ และยังสั่งห้ามบริษัทผลิตรถยนต์ส่งข้อมูลดังกล่าวออกนอกประเทศจีนอีกด้วย ซึ่งแสดงว่าความกังวลเรื่องใช้ EV ในการสอดแนมและเก็บดาต้า ได้ครอบคลุมไปทั้งโลกตะวันตกและโลกตะวันออกแล้ว

รายงานโดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better
ภาพประกอบข่าว Photo by Jade GAO / AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...