โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครอบครัวร้องตรวจสอบ หลานไปเที่ยวกับสาวก่อนพลัดตกตึก ไม่เชื่อว่ากระโดดเอง

Khaosod

อัพเดต 07 มิ.ย. 2567 เวลา 11.51 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2567 เวลา 11.51 น.

ญาติร้องขอความช่วยเหลือเพจสายไหมต้องรอด หลังหลานชายไปเที่ยวกับสาวผ่านแอปหาคู่แล้วพลัดตกระเบียงชั้น 4 ทาวน์โฮม ย่านประเวศ อาการสาหัส

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2567 ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด นายเรืองสินธุ์ อายุ 45 ปี และน.ส.รัตติยา อายุ 48 ปี พี่สาว เข้าร้องทุกข์กับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารมว.มหาดไทยและผู้ก่อตั้งเพจ กรณีนายจักริน อายุ 31 ปี หลานชาย พนักงานขายโทรศัพท์ ตกจากระเบียงชั้น4 ทาวน์โฮมแห่งหนึ่ง

ริมถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง เหตุเกิดเมื่อเวลา 02.30 น.ของวันที่ 3 มิ.ย. ที่ผ่านมา อาการสาหัส ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่รพ.เปาโลรังสิต ภายหลังหลานชายไปหาสาวที่รู้จักกันผ่านแอปหาคู่

นายเรืองสินธุ์ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุหลานชายได้มีการนัดพบผู้หญิง ทราบเพียงชื่อเล่นว่า น.ส.เอ๋ อายุประมาณ 30 ปี หน้าตาดี รูปร่างขาว เป็นพนักงานขายกาแฟ ซึ่งรู้จักกันได้ไม่นานผ่านทางแอปหาคู่ โดยวันเกิดเหตุได้นัดเจอที่ร้านหมูกระทะใกล้ที่เกิดเหตุ ทราบว่าน.ส.เอ๋ พาเพื่อนไปด้วยอีกคน

ชื่อน.ส.ป๊อป อายุไล่เลี่ยกัน ทำงานอยู่ที่เดียวกัน ระหว่างกินหมูกระทะ มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ด้วย หลังร้านปิด น.ส.เอ๋ ได้ชวนมานั่งดื่มกินต่อที่ห้องพัก ซึ่งอยู่บริเวณชั้น 4 ของทาวน์โฮมที่น.ส.เอ๋ ทำงาน

จากการพูดคุยกับ น.ส.เอ๋ บอกว่า หลังมาถึงห้องสักพักก็วูบหลับไปบนเตียง ส่วนเพื่อนอีกคนได้ไปเข้าห้องน้ำ เมื่อเพื่อนออกจากห้องน้ำ ก็ไม่เห็นหลานชายอยู่ภายในห้องแล้ว ก่อนมาพบว่าหลานชายตกจากระเบียง นอนฟุบจมกองเลือดอยู่ที่พื้นถนนด้านล่าง ทางน.ส.ป็อบจึงปลุกน.ส.เอ๋ วิ่งลงมาที่ด้านล่าง

พบหลานชายนอนเจ็บหายใจรวยริน ก่อนที่ทางรปภ.จะโทรเรียกเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิ นำร่างคนเจ็บบาดเจ็บส่งรพ.เกษมราษฎร์รามคำแหง เป็นโรงพยาบาลใกล้ที่สุด ก่อนส่งไปรพ.เปาโลสมุทรปราการตามสิทธิประกันสังคม แต่เตียงเต็มส่งต่อมารักษาที่รพ.เปาโลรังสิต

ขณะเกิดเหตุตอนนั้นไม่ทราบเรื่องเลย จนกระทั่งมีเพื่อนร่วมงานของหลานชายเดินทางมาบอกข่าวร้ายที่บ้าน รวมทั้งน.ส.เอ๋ และน.ส.ป็อบ

นายเรืองสินธุ์ กล่าวต่อว่า หลังทราบเรื่อง พบข้อพิรุธและเหตุน่าสงสัยหลายประการ เนื่องจากหลังเกิดเหตุน.ส.เอ๋ ให้การลงบันทึกประจำวัน ว่าหลานของตนกระโดดลงมาเอง ทั้งที่บอกทีแรกว่าไม่เห็นเหตุการณ์ อีกทั้งยังเกิดความสงสัย ในเรื่องลักษณะท่าทางการพลัดตกของหลานชาย

ที่มีภาพจากกล้องวงจรปิดของโครงการจับภาพ เหมือนหลานชายม้วนหลังตีลังกาลงมา ดูไม่เหมือนการกระโดดลงมาเอง จึงไปแจ้งความที่สน.บางชัน เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. แต่ตำรวจยังไม่มีการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ และยังไม่มีการเรียกสอบปากคำ ใครแต่อย่างใด เกรงว่าหากปล่อยเวลาให้นานขึ้นหลักฐานจะหายไป

ด้าน น.ส.รัตติยา กล่าวว่า ตอนนี้อาการหลานอยู่ในขั้นโคม่า ไม่รู้สึกตัวตั้งแต่เกิดเหตุ การรักษามีการผ่าสมองไปแล้ว 1 ครั้ง แต่ยังไม่มีการตอบสนอง ขณะนี้มีการใช้เครื่องช่วยหายใจ และต้องมีเครื่องที่คอยดูดเลือดออกจากสมอง เนื่องจากหลานชายมีอาการเลือดคลั่งในสมองร่วมด้วย

หมอยังไม่มีการให้คำตอบในเรื่องของอาการ ว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ทั้งนี้วอนใครที่พบเห็นเหตุการณ์ในวันดังกล่าว หรือใครพอมีกล้องหน้ารถหรือกล้องวงจรปิดใกล้ๆบริเวณที่เกิดเหตุ ขอให้ออกมาช่วยเหลือ ประสานมาเพื่อความกระจ่างด้วย ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหลานชาย

ขณะที่ นายเอกภพ กล่าวว่ามองว่าท่าทางการพลัดตกของคนเจ็บมีความผิดปกติ และคำให้การของ หญิงทั้ง 2 รายก็มีความผิดปกติ เนื่องจากในที่เกิดเหตุ หญิงทั้ง 2 มีการติดต่อไปยังเพื่อนของผู้เจ็บ และได้บอกกับเพื่อนของผู้เจ็บว่า มีคนอยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด 3 รายเป็นหญิง 2 รายและชายอีก 1 รายไม่รวมผู้บาดเจ็บ

ภายหลังได้มีการกล่าวอ้างใหม่อีกครั้ง ว่ามีเพียงผู้หญิง 2 รายเท่านั้น อยากให้ทีมพิสูจน์หลักฐานลงตรวจสอบที่เกิดเหตุ ว่าผู้เจ็บอาจถูกผลักตก ถูกโยน หรือหนีอะไรซักอย่างหรือไม่ จากการสอบถามญาติ บอกว่าจิตใจคนเจ็บเป็นปกติ ไม่มีเรื่องเครียดแต่อย่างใด

ซึ่งภายหลังการพูดคุยนายเอกภพได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังสน.บางชัน พบว่าที่เกิดเหตุอยู่ในพื้นที่สน.ประเวศ

ต่อมานายเอกภพ ได้พานายเรืองสินธุ์และน.ส.รัตติยา มายังที่เกิดเหตุพร้อมประสาน เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ประเวศ มาร่วมตวจสอบ โดยพ.ต.ท.สืบศักดิ์ ยุทธภัณฑ์สิริกุล รอง ผกก.สส.และพ.ต.ท.ผดุงเกียรติ ไม้น้อย สวป.ได้เดินทางมาดูที่เกิดเหตุด้วย

พบว่าที่เกิดเหตุเป็นร้านจำหน่ายเครื่องชงกาแฟ แต่ประตูปิดล็อค ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าพูดคุยกับพนักงานของโครงการและรปภ. ร่วมทั้งตรวจดูภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลัง แต่ยังไม่พบอะไรผิดสังเกต โดยกล้องวงจรปิดจับภาพทั้ง 3 คนเดินเข้ามาเวลาประมาณ 01.40 น.

ก่อนที่ประมาณ 02.08 น.คนเจ็บจะหล่นลงมาที่พื้นด้านล่าง จากนั้นประมาณ 3 นาที กล้องจับภาพหญิงสาวทั้งคู่ที่ด้านล่าง พบคนเจ็บนอนฟุบอยู่ บอกให้รปภ.เรียกรถพยาบาลเพื่อพาคนเจ็บส่งโรงพยาบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากดูสถานที่เกิดเหตุเสร็จ นายเอกภพ ได้พาทั้งคู่ไปติดตามคดีที่สน.ประเวศ พบกับ พ.ต.ท.นเรศ ศรีนาราง รอง ผกก. (สอบสวน)สน.ประเวศ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม

ภายหลังให้ปากคำ พ.ต.ท.นเรศ กล่าวว่า จะให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เรียกสอบผู้เกี่ยวข้องทุกคน ส่วนที่เกิดเหตุจะให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ไปเก็บหลักฐาน แม้เจ้าของจะเก็บทำความสะอาดแล้ว เชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบได้ในทางนิติวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ยังให้ฝ่ายสืบสวน ไปตรวจกล้องวงจรปิดก่อนและขณะเกิดเหตุ รวมทั้งพยานแวดล้อม เพื่อหาสาเหตุการเกิดเหตุที่แท้จริงต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ครอบครัวร้องตรวจสอบ หลานไปเที่ยวกับสาวก่อนพลัดตกตึก ไม่เชื่อว่ากระโดดเอง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...