โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พระมเหสีในสมเด็จพระนเรศวร” คือใคร เพราะหลักฐานฝ่ายไทยไม่เคยกล่าวถึง?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 18 ม.ค. เวลา 07.51 น. • เผยแพร่ 18 ม.ค. เวลา 07.47 น.
มณีจันทร์ ในภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาคยุทธหัตถี (ภาพจากคลิป

“พระมเหสีในสมเด็จพระนเรศวร” คือใคร เพราะหลักฐานฝ่ายไทยไม่เคยกล่าวถึง “หลังบ้าน” ของพระองค์?

แม้พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาจะมิได้กล่าวถึง“พระมเหสีในสมเด็จพระนเรศวร” ไว้เลย แต่เอกสารต่างชาติหลายฉบับด้วยกัน เช่น จดหมายเหตุบาทหลวงมาร์เซโล เด ริบาเดเนอิรา ของสเปน, จดหมายเหตุฟานฟลีตของฮอลันดา, พงศาวดารละแวกของเขมร, คำให้การขุนหลวงหาวัด ฯลฯ กลับบันทึกเรื่องนี้เอาไว้

เอกสารเหล่านี้กล่าวถึงพระมเหสีในสมเด็จพระนเรศวรไว้อย่างไรบ้าง?

จดหมายเหตุสเปน ที่บาทหลวงมาร์เซโล เด ริบาเดเนอิรา เขียนขึ้นจากคำบอกเล่าของบาทหลวงนิกายฟรานซิสกัน ที่กล่าวถึงกรุงศรีอยุธยาช่วงปลายรัชกาลสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช ถึงต้นรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวร ตอนหนึ่งกล่าวถึงกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคของพระเจ้าแผ่นดินสยาม ซึ่งมีสมเด็จพระอัครมเหสีและพระราชโอรสผู้ทรงพระเยาว์โดยเสด็จมาด้วยว่า

“…ครั้งหนึ่งบาทหลวงนิกายฟรานซิสกันได้เห็นพระเจ้าแผ่นดินประทับในเรือพระที่นั่งที่ตกแต่งประดับประดาแล้วล้วนไปด้วยพระปฏิมากร เพื่อจะเสด็จพระราชดำเนินเยือนพระอารามแห่งหนึ่ง มีเรือสี่ลำแล่นล่วงหน้าไปก่อนเรือพระที่นั่ง…เรือแต่ละลำมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่แห่งราชสำนัก 1 คน

แล้วจากนั้นเป็นพระราชกุมารพระองค์เยาว์ที่สุดในพระเจ้าแผ่นดินที่เสด็จปรากฏพระองค์ในเรือพระที่นั่งที่ตกแต่งอย่างหรูหรามาก ตามติดมาเป็นสมเด็จพระอัครมเหสีและสาวสรรกำนัลใน สมเด็จพระอัครมเหสีประทับแต่เพียงลำพังพระองค์ และบรรดานางกำนัลนั่งในเรือลำอื่นที่ตกแต่งอย่างน่าอัศจรรย์ และกั้นด้วยม่านอย่างรอบคอบจนเป็นไปได้ที่จะสามารถมองผ่านม่านจากภายในออกมาสู่โลกภายนอกได้…”

คำให้การขุนหลวงหาวัด (พระราชพงศาวดารแปลจากภาษารามัญ) เป็นเอกสารฉบับเดียวกับโยธยา ยาสะเวง (พงศาวดารอยุธยา) ของพม่า ตอนหนึ่งกล่าวถึง “พระมณีรัตนา” ขึ้นเป็นพระอัครมเหสี พร้อมพระมเหสีของสมเด็จพระนเรศวรว่า

“ส่วนพระนเรศวรนั้น ก็เข้าไปกรุงศรีอยุธยา ก็เสด็จเข้าสู่พระราชฐาน อันอัครมหาเสนาบดีและมหาปุโรหิตทั้งปวง จึงทำการปราบดาภิเษกแล้วเชื้อเชิญขึ้นให้เสวยราชสมบัติ จึงถวายอาณาจักรเวนพิภพแล้วจึงถวายเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ทั้ง 5 และเครื่องมหาพิไชยสงครามทั้ง 5 ทั้งเครื่องราชูปโภคทั้งปวงอันครบครัน แล้วจึงถวายพระนามใส่ในพระสุพรรณบัตรสมญา แล้วฝ่ายในกรมจึงถวายพระมเหษีพระนามชื่อพระมณีรัตนาแล้วถวายพระสนมกำนัลทั้งสิ้น แล้วครอบครองราชสมบัติเมื่อจุลศักราช 952 ปีขาลโทศก อันพระเอกาทศรถนั้นก็เปนที่มหาอุปราช”

จดหมายเหตุฟานฟลีต ที่เยเรเมียส ฟาน ฟลีต-หัวหน้าสถานีการค้าบริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดาประจำพระนครศรีอยุธยาเรียบเรียง กล่าวถึงพระชายาม่ายของสมเด็จพระนเรศวร เมื่อครั้งพระอินทราชา (พระเจ้าทรงธรรมครองราชย์) กริ้วพระหมื่นศรีสรรักษ์ (พระเจ้าปราสาททอง) และน้องชาย (สมเด็จพระศรีสุธรรมราชาธิราช) ที่ไปทำร้ายพระยาแรกนาขวัญ

“ขณะนั้นออกญากลาโหมเพิ่งมียศเป็นพระหมื่นศรีสรรักษ์…โดยมากับน้องชายซึ่งบัดนี้เป็นฝ่ายหน้าหรือมหาอุปราช ทั้ง 2 คนขี่ช้างมีบ่าวไพร่ติดตามมาหลายคน และได้โจมตีพระยาแรกนาอย่างดุเดือด ดูเหมือนว่ามีเจตนาจะฆ่าพระยาแรกนาและกลุ่มผู้ติดตามทั้งหมดด้วย…

…แต่คนชั่วผู้นี้รู้ตัวดีว่ามีผู้ติดตามจับ จึงซ่อนตัวอยู่ในโบสถ์กับบรรดาพระสงฆ์…เมื่อพระเจ้าแผ่นดิน [สมเด็จพระศรีสุธรรมราชาธิราช]ไม่อาจลงโทษให้สมกับพระอารมณ์ขุ่นเคืองได้ ออกญาศรีธรรมาธิราชจำต้องได้รับผลการกระทำนี้ พระองค์รับสั่งว่าจะประหารชีวิตเขาถ้าหากไม่นำตัวบุตรชายมาเฝ้า

พระหมื่นศรีสรรักษ์เมื่อทราบข่าว จึงออกจากที่หลบซ่อนมาเฝ้าพระเจ้าอยู่หัว และทูลขอพระราชทานอภัยโทษ แต่ถูกมหาดเล็กจับตัวไว้…พระหมื่นศรีสรรักษ์ถูกจำขังอยู่ในคุกมืดเป็นเวลา 5 เดือน จนกระทั่งเจ้าขรัวมณีจันทร์ (Zian Croa Mady Tjan) ชายาม่ายของพระเจ้าอยู่หัวในพระโกศ คือพระ Marit หรือพระองค์ดำ [สมเด็จพระนเรศวร] ได้ทูลขอ จึงได้กลับเป็นที่โปรดปรานอีก”

พงศาวดารละแวก ของเขมร ฉบับแปล จ.ศ. 1170 พระองค์แก้วเจ้านายเขมรได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ กล่าวถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรยกทัพไปตีเมืองละแวกได้สำเร็จใน พ.ศ. 2137 ทรงนำตัวพระศรีสุริโยพรรณและพระราชวงศ์เขมรกลับมาเป็น “เชลยศักดิ์” ยังพระนครศรีอยุธยา ภายหลังสมเด็จพระนเรศโปรดให้แต่งตั้ง “พระเอกกษัตรีย์” พระราชธิดาในพระศรีสุริโยพรรณเป็นพระมเหสีว่า

“…สมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้า พระองค์ได้สมบัติในเมืองละแวก…พระองค์ก็เลิกกองทัพกลับมาศรีอยุธยา แล้วพระองค์ให้นำมาซึ่งพระศรีสุริโยพรรณกับพระมเหสี พระราชบุตร พระราชธิดา และพระศรีไชยเชษฐ พรรคพวกพระศรีสุริโยพรรณเข้ามาอยู่เมืองกรุงศรีอยุทธยาด้วย ให้ตั้งบ้านอยู่นอกกำแพงกรุง…สมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้านำเอาพระราชธิดาพระศรีสุริโยพรรณพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระเอกษัตรี เป็นพระมเหสีพระนเรศวรเป็นเจ้าในปีมะแมสัปตศก (พ.ศ. 2138)”

นี่คือเรื่องราวที่ไม่มีในเอกสารไทย ด้วยเน้นบันทึกเรื่องราวของสมเด็จพระนเรศวร เฉพาะเรื่องการศึกสงครามกับอาณาจักรเพื่อนบ้านข้างเคียงเป็นสำคัญ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ : บทความนี้เขียนเก็บความจาก สุทธิศักดิ์ ระบอบ สุขสุวานนท์. “แกะรอย ‘หลังบ้าน’ สมเด็จพระนเรศในเอกสารต่างชาติ” ใน, ศิลปวัฒนธรรม ฉบับมกราคม 2550.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 13 พฤษภาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “พระมเหสีในสมเด็จพระนเรศวร” คือใคร เพราะหลักฐานฝ่ายไทยไม่เคยกล่าวถึง?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...