โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไวรัล! ลูกสุนัขถูกตัวต่อต่อย หลังเล่นซนในสวน หน้าบวมจนคนแห่เอ็นดู

Khaosod

อัพเดต 03 ก.ค. 2567 เวลา 10.59 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2567 เวลา 10.59 น.

ไวรัล! ลูกสุนัขถูกตัวต่อต่อย หลังเล่นซนในสวน หน้าบวมจนคนแห่เอ็นดู ล่าสุด เปิดให้รับเลี้ยงน้องแล้ว

กระแสไวรัลในโลกออนไลน์กำลังให้ความเอ็นดูเกี่ยวกับลูกสุนัขตัวหนึ่งที่มีอาการหน้าขึ้นถึงสองเท่าจากขนาดปกติ เพราะไปวิ่งเล่นซุกซนตามประสาหมาเด็กในสวนหลังบ้านจนถูกตัวต่อต่อย

จีน มอสเชอร์หญิงวัย 41 ปีที่อาศัยอยู่ในเมืองชาลี รัฐนอร์ทแคโรไลนา เป็นผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงในบ้านหลังหนึ่ง ตามรายงาน ลูกสุนัขชื่อคลาวด์ส (Clouds) ถูกตัวต่อต่อยขณะเล่นในสวนหลังบ้าน ทำให้เธอรีบพาลูกสุนัขไปพบสัตวแพทย์

sharkybobarky

จากภาพแสดงให้เห็นได้ว่า ลูกสุนัขมีใบหน้าบวมเป่งจากการถูกตัวต่อต่อย ซึ่งโพสต์มีผู้เข้าชมมากกว่า 27 ล้านครั้ง เจ้าของโพสต์กล่าวว่า แม้ว่าสุนัขทั้งสามตัวจะถูกต่อย แต่อาการบาดเจ็บของคลาวด์สรุนแรงมากขึ้นเนื่องจากมีขนาดเล็ก

ซึ่งลูกสุนัขทุกตัวต้องอยู่ที่สัตวแพทย์เพื่อรับการรักษาและสังเกตอาการทั้งวัน โชคดีที่หลังจากสัตวแพทย์ฉีดยาเบนาดริลและสเตียรอยด์ให้เธอเพื่อดูอาการบวม ลูกสุนัขก็รอดชีวิตมาได้ ในที่สุดอาการบวมก็หายดีในวันรุ่งขึ้น และเหล่าลูกหมาก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว

sharkybobarky

ล่าสุด อินสตาแกรมของเจ้าของโพส์กลับมาอัปเดตว่าปัจจุบันสุนัขทั้ง 3 ตัวมีสุขภาพที่ดีมาก ขี้เล่น น่ารัก พร้อมหาบ้านเพื่อรับเลี้ยงอย่างเป็นทางการ

sharkybobarky

sharkybobarky

ดูโพสต์นี้บน Instagram

โพสต์ที่แชร์โดย Jaqweenie & Orson (@sharkybobarky)

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไวรัล! ลูกสุนัขถูกตัวต่อต่อย หลังเล่นซนในสวน หน้าบวมจนคนแห่เอ็นดู

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...