โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ศุภวุฒิ สายเชื้อ : แบงก์ชาติเป็นหน่วยงานรัฐ กฎหมายไม่มีคำว่า "อิสระ"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 พ.ค. 2567 เวลา 11.09 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. 2567 เวลา 07.33 น.
ศุภวุฒิ สายเชื้อ

ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ มองความเป็นอิสระของแบงก์ชาติ คือต้องดูแลเงินเฟ้อให้เหมาะสมตามกรอบที่ตกลงกับรัฐบาล ยันกฎหมายไม่มีเขียนคำว่า “อิสระ” ชี้ต้องทำงานร่วมกัน แค่กฎหมายเขียนให้ปลดผู้ว่าการยาก ระบุทุกคนมีสิทธิตั้งคำถามแบงก์ชาติได้ เหตุนโยบายกระทบทุกคน

วันที่ 6 พฤษภาคม 2567 ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงินเกียรนาคินภัทร ว่าที่ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand” ทางช่อง MCOTHD 30 ถึงประเด็นความเป็นอิสระของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่ามีอยู่ 2 เรื่องหลักที่ต้องคุยกัน คือ 1.เรื่องเกี่ยวกับนโยบายการเงินว่าจะมีความเป็นอิสระเท่าไหร่เพราะอะไร กับเรื่องที่ 2.คือเรื่องของกฎหมาย พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย ว่าด้วยเรื่องความอิสระที่ว่ามานี้

โดยในส่วนหลักการของนโยบายการเงินที่บอกว่าให้มีความเป็นอิสระ ก็เพราะว่ากลัวว่าในปกติแล้วนักการเมืองที่พยายามจะมองทุกอย่าง บางทีต้องมองในระยะสั้น ใกล้การเลือกตั้ง ก็อาจจะต้องมองเรื่องการให้กระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้เศรษฐกิจดูดีในระยะสั้น แต่หากทำแบบนั้นแล้ว หากเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง ก็จะยิ่งทำให้เงินเฟ้อสูงเข้าไปใหญ่ ดังนั้นความที่จะมีแบงก์ชาติทั่วไปหรือธนาคารกลางทั่วโลกควรจะมีอิสระในการดำเนินนโยบายให้ดอกเบี้ยอยู่ในระดับเหมาะสม ให้เงินเฟ้อไม่สูงโดยในระยะยาว นั่นคือหลักการ

“คราวนี้ ปัญหาของประเทศไทยคือเงินเฟ้อมันต่ำกว่ากรอบมานาน มันไม่เหมือนกัน และบางประเทศอย่างประเทศญี่ปุ่น เขาก็เดินนโยบายการเงินพลาดจนกระทั่งเข้าสู่ภาวะเงินฝืดต่อเนื่องมากว่า 20 ปี รัฐบาลญี่ปุ่นต้องไปปลดผู้ว่าการ และเอาผู้ว่าการคนใหม่เข้ามา และกระตุ้นโดยใช้ QE โดยใช้เวลากว่า 6-7 ปีกว่าที่จะดึงเศรษฐกิจออกจากภาวะเงินฝืดได้

ประเทศไทยก็เหมือนกัน ในช่วงก่อนเกิดโควิด-19 เงินเฟ้อเฉลี่ยของเราแค่ประมาณ 0.5% เท่านั้น ต่ำกว่าเป้าของแบงก์ชาติ และตอนนั้นแบงก์ชาติต้องเขียนจดหมายอธิบายตัวเองให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประมาณ 6-7 ฉบับ ณ วันนั้นดอกเบี้ยนโยบายจริง เพียงแค่ประมาณ 1% ก็คือดอกเบี้ยนโยบายประมาณ 1.5% และเงินเฟ้อประมาณ 0.5%”

ดร.ศุภวุฒิกล่าวว่า ที่มีการตั้งคำถามกันวันนี้ ก็คือว่าเงินเฟ้อตอนนี้เป็น 0% ถึงขั้นติดลบด้วยซ้ำ แต่ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 2.5% ฉะนั้นเวลาพูดถึงความเป็นอิสระของแบงก์ชาติในการดำเนินนโยบายเพื่อให้มีเสถียรภาพของราคา แปลว่าเป้าหมายเงินเฟ้อของแบงก์ชาติที่ 1-3% ต้องอยู่ในกรอบ ซึ่งวันนี้เงินเฟ้อไม่ได้อยู่ในกรอบ และอยู่ต่ำกว่ากรอบมาก เพราะเศรษฐกิจก็ไม่ได้โตดี โตแค่เพียง 1.5%

ดังนั้นอิสระที่ว่า คืออิสระในการดำเนินนโยบายการเงินให้มีเสถีรภาพทางด้านราคา หมายความว่าเงินเฟ้อไม่ต่ำเกินไป และไม่สูงจนเกินไป และมีหน้าที่อื่น ๆ ของแบงก์ชาติอีก อย่างเช่น การดูแลสถาบันทางการเงิน แต่เรื่องนี้บางประเทศเป็นกระทรวงการคลังดูแลไม่ใช่แบงก์ชาติ ก็ไม่ว่ากัน ความเป็นอิสระในการดูแลสถาบันการเงินก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ลักษณะก็คือต้องการให้เกิดเสถียรภาพ มีความมั่นคงกับสถาบันการเงินเหมือนกัน นั่นคือภาพโดยรวม ฉะนั้นอิสระที่ว่าเป็นอิสระของการดำเนินนโยบายการเงิน

“คราวนี้มาถึงกฎหมายการดำเนินนโยบายของ ธปท. หากไปอ่านดูจะเห็นว่าในกฎหมาย ไม่มีสักคำเดียว ที่ใช้คำว่าอิสระ ไม่มีสักคำ ที่ว่าแบงก์ชาติต้องแข็งแรง แต่มาตรา 4 บอกว่า รัฐมนตรีคลังเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตราที่ 5 ธปท.เป็นนิติบุคคล มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐ แต่ที่ไม่ใช่เป็นส่วนราชการในเชิงของกฎหมายงบประมาณแปลว่า เขาใช้วิธีงบประมาณของเขาเองได้ แต่ตอนจบแล้วแบงก์ชาติเอง ถ้าหากดูมาตรา 56 สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ก็เป็นผู้สอบบัญชีของแบงก์ชาติ

ฉะนั้น ถ้าจะบอกว่าเป็นอิสระไหม ถ้าอ่านแบบนี้ คือไม่ใช่ เป็นหน่วยงานของรัฐ และมีภารกิจเพื่อเป็นงานของธนาคารกลาง ก็คือทำงานในหน่วยงานรัฐ และคนที่คุมอยู่ทุกอย่าง อย่างเช่นไปดูหมวดที่ 8 การกำกับดูแลก็คือ รัฐมนตรี รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลโดยทั่วไป ซึ่งกิจการของ ธปท. ถ้าไปดูก็จะเป็นแบบนั้นหมดเลย”

ดร.ศุภวุฒิกล่าวอีกว่า ประเด็นจริง ๆ ถ้าไปดูว่าแบงก์ชาติมีหน้าที่ทำอะไร คือหน้าที่ทำให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับพอดี โดยคำนึงถึงแนวนโยบายของรัฐ คำว่า “โดยคำนึงถึงนโยบายแห่งรัฐ” ใช้ประมาณ 3 ครั้ง ในกฎหมาย ฉะนั้น ต้องเกี่ยวโยงอยู่แล้ว และถ้าไปอ่านในสาระจะเห็นว่าส่วนใหญ่ จะพูดถึงว่า แบงก์ชาติจะต้องพูดคุยกับรัฐบาล เพื่อกำหนดเป้านโยบายเงินเฟ้อร่วมกัน และมีหลายมาตราเลยที่พูดถึงว่าต้องไปรายงานให้รัฐบาลทราบ ต้องตกลงกับรัฐมนตรี ต้องไปส่งให้ ครม.เห็นชอบ

“เพราะฉะนั้นจะบอกว่าเป็นอิสระจากรัฐบาล มันไม่ใช่ มันต้องทำงานร่วมกันจริง ๆ และทำงานภายใต้รัฐบาลด้วยซ้ำ แต่ที่กฎหมายฉบับนี้ มันมีความแตกต่าง ก็คือ การปลดผู้ว่าการ ทำได้ยากมาก แต่ประเด็นการทำงาน มันไม่ได้มีว่า แบงก์ชาติเป็นอิสระเลย ไม่มีคำว่าอิสระสักคำเดียว ฉะนั้นสิ่งที่แตกต่างในสาระสำคัญจริง ๆ คือ กฎหมายที่เขียนในเรื่องของการปลดผู้ว่าการ แต่พูดถึงการทำงานแล้วดูตามสาระของกฎหมายแล้วจริง ๆ แบงก์ชาติทำงานภายใต้รัฐบาลด้วยซ้ำ เพื่อดูแลเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับเหมาะสม”

โดยตามกฎหมาย การจะปลดผู้ว่าการได้มีได้ 2 กรณีเท่านั้น จริง ๆ คือ ผู้ว่าการไม่มีศักยภาพในการทำงาน หรือผู้ว่าการทุจริต ทำความผิดที่ร้ายแรง โดยหลักจะเป็นแบบนั้น ซึ่งในอดีต ที่มีการปลดผู้ว่าการ ด้วยความเห็นไม่ตรงกัน แต่ว่าในกรณีนี้จะทำไม่ได้ เพราะว่ากฎหมายเขียนแบบนี้

“ดูเจตนารมณ์ของกฎหมายชัดเจน ว่าแบงก์ชาติต้องร่วมทำงานกับรัฐบาล แล้วก็ร่วมกันกำหนดเป้าเงินเฟ้อด้วยซ้ำ แล้วถ้าไม่เข้าเป้า แบงก์ชาติมีหน้าที่ต้องอธิบาย แต่ที่ผ่านมา จะเห็นว่าที่จริงกระทรวงการคลังเขาก็เห็นว่าเขาก็ให้ความยืดหยุ่นกับแบงก์ชาติมาก แบงก์ชาติจะเปลี่ยนเป้าเงินเฟ้อกี่ครั้ง 2-3 ครั้งก็ปล่อยให้เปลี่ยน แม้กระทั่งเปลี่ยนไปแล้ว เป้าตอนนี้ก็ยังไม่เข้าเป้าเลยนะ”

ดร.ศุภวุฒิกล่าวอีกว่า สมมุติว่าปลายปีนี้เงินเฟ้อไม่กระเตื้องขึ้นเลย เศรษฐกิจฟื้นขึ้นไม่ได้ แบงก์ชาติก็จะรู้ ทุกคนก็จะรู้ว่าเศรษฐกิจภายใต้ดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.5% ว่าสูงเกินไป แล้วแบงก์ชาติก็จะต้องยอมลดดอกเบี้ยภายหลัง แต่ปัญหาคือคำว่าภายหลัง ก็จะสายเกินไปแล้ว เศรษฐกิจค่อนข้างที่จะตกต่ำเกินไปมากและการสูญเสียศักยภาพทางเศรษฐกิจ แทนที่ GDP จะโตได้ 3% ก็โตได้แค่ 0.5% ซึ่ง 1.5% ที่หายไป ก็ประมาณ 2 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว

“ก็อยากจะให้แบงก์ชาติคิดให้ดีเหมือนกัน ว่าแนวคิดที่คิดไปมันถูกไหม จะเป็นอย่างไร แล้วมองไปข้างหน้าความไม่แน่นอนสูงในเศรษฐกิจโลกด้วยอย่างที่เราทราบกัน เศรษฐกิจโลกไม่ได้แปลว่าฟื้นตัวดี ส่งออกเราก็โตแค่ 1-2% เท่านั้นเอง ผมไม่แน่ใจว่านโยบายดอกเบี้ยจริงที่สูงมากขนาดนี้ มันเหมาะสมยังไง ซึ่งผมคิดว่าทุกคนมีสิทธิที่จะตั้งคำถามไปถึงแบงก์ชาติได้ เพราะว่านโยบายกระทบทุกคน” ดร.ศุภวุฒิกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศุภวุฒิ สายเชื้อ : แบงก์ชาติเป็นหน่วยงานรัฐ กฎหมายไม่มีคำว่า “อิสระ”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...