โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปมร้อนกฎเหล็ก 180 วัน ของ กกต.เป็นธรรมเฉพาะฝ่ายรัฐบาล?

VoiceTV

อัพเดต 30 ก.ย 2565 เวลา 16.15 น. • เผยแพร่ 29 ก.ย 2565 เวลา 18.02 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

กำหนดข้อควร - ข้อต้องห้าม ส.ส. ในการปฏิบัติภารกิจการเมือง ภายหลังเข้าสู่ช่วง 180 วัน นับถอยหลังสู่การเลือกตั้ง ในกรณีที่รัฐบาลไม่ยุบสภา - อยู่ครบเทอม

เงื่อนไข กฎเหล็ก 180 วันดังกล่าว ขยายความมาจาก 2 มาตราสำคัญในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 ประกอบด้วย

มาตรา 64(1) ระบุว่า ในกรณีที่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปอันเนื่องมาจากการครบอายุของสภาผู้แทนราษฎร ให้คํานวณ ค่าใช้จ่ายที่ใช้จ่ายไปตั้งแต่ 180 วันก่อนวันที่คณะกรรมการประกาศให้มีการเลือกตั้ง จนถึง วันเลือกตั้ง

ทั้งนี้ แนวทางที่กำหนดกับ มาตรา 68 (1) เพื่อประโยชน์แห่งความเที่ยงธรรมและความเป็นระเบียบเรียบร้อย ให้คณะกรรมการ กําหนดวิธีการหาเสียงเลือกตั้งให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองต้องปฏิบัติ วิธีการหาเสียงเลือกตั้งดังกล่าว

ในกรณีที่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปอันเนื่องมาจากการครบอายุของสภาผู้แทนราษฎร ให้กระทําได้ ตั้งแต่ 180 วันก่อนวันครบอายุ จนถึงวันก่อนวันเลือกตั้ง

ดังนั้น กกต.จึงออกระเบียบ - ประกาศ 2 ฉบับ ออกมาบังคับใช้กับนักเลือกตั้งอาชีพ

- สามารถไปร่วมงานประเพณีต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งาน บวช งานศพ และมอบพวงหรีดดอกไม้สดได้ แต่ไม่มีการให้เงิน ทรัพย์สินต่างๆ เว้นแต่เจ้าภาพเตรียมสิ่งของตามพิธีการไว้ให้มอบในงาน เช่น ผ้าบังสุกุล ปัจจัย ทั้งนี้ ผู้สมัคร – พรรคการเมือง ต้องไม่มอบเงิน หรือ ทรัพย์สินของตนเอง

- สามารถจัดงานศพ งานบวช งานแต่งงานได้ แต่พึงหลีกเลี่ยงจัดงานที่เป็นงานใหญ่ - คนจำนวนมาก เพราะอาจเป็นเหตุถูกร้องเรื่องการจัดเลี้ยง หรือ มหรสพได้

- หัวหน้าพรรค ผู้บริหารพรรค ช่วยผู้สมัครหาเสียงเลือกตั้งได้ แต่ห้ามเกณฑ์คนมาช่วยหาเสียง โดยได้รับค่าตอบแทน หรือประโยชน์ตอบแทน

- สามารถเข้าไปหาเสียงในโรงเรียน สถานที่ราชการได้ แต่ต้องขออนุญาตเจ้าของพื้นที่ก่อน

- ไม่สามารถมอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ต่างๆ ได้ เช่น อุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย โรคระบาด

- สามารถปิดประกาศและติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงได้ โดยมีวิธีการ ขนาด จำนวน สถานที่ ตามที่เคยทำในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด

- ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.พ.ศ.2561 และ ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2565 อย่างเคร่งครัด

แนวทางปฏิบัติ ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อย่าง นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบช้าราชการการเมือง

- สามารถปฏิบัติหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติในตำแหน่ง เช่น ออกรายการวิทยุ เป็นประธานเปิดงานพิธีต่างๆ ลงตรวจงานในพื้นที่ พบประชาชนในพื้นที่ หรือ ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน แต่ห้ามมิให้กระทำใดๆ ที่อาศัยตำแหน่งหน้าที่นั้นหาเสียงให้ตนเอง หรือผู้อื่น หรือพรรคการเมือง

- ในเวลานอกราชการ สามารถหาเสียงให้ตนเอง ผู้สมัครอื่น หรือ พรรคการเมืองได้ แต่ต้องไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยชอบ หรือกระทำการใดๆ เพื่อเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง

- สามารถไปร่วมประเพณีต่างๆ ได้ แต่ต้องไม่ให้เงินหรือทรัพย์สินต่างๆ ของตนเอง ในกรณีที่ฝ่ายเจ้าภาพจัดเตรียมสิ่งของตามพิธีการไว้ให้มอบในงาน เช่น ผ้าบังสุกุล หรือระบุชื่อไว้ – เป็นประธานในงานกฐิน โดยไม่ได้มอบเงินหรือทรัพย์สินของตนเองสามารถทำได้ แต่เจ้าภาพห้ามประกาศชื่อ หรือ ประกาศชื่อพรรคการเมือง ในลักษณะช่วยหาเสียงไม่ได้

สำหรับหน่วยงานรัฐ อนุญาตให้

- ดำเนินหน้าที่ได้ตามปกติ เช่น ประชุมสัมมนา ประกวดแข่งขัน งานเทศกาลประเพณี ให้พนักงานในสังกัดสนับสนุนการดำเนินการเลือกตั้ง ส.ส.

- ข้าราชการและลูกจ้างทุกระดับ วางตัวเป็นกลางทางการเมือง 3. ในช่วงตั้งแต่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. จนถึงวันเลือกตั้ง การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการพนักงานให้ทำเท่าที่จำเป็นเพื่อไม่ให้กระทบการเลือกตั้ง

- ข้าราชการส่วนกลาง ภูมิภาคและท้องถิ่น สนับสนุนสถานที่ปิดป้ายประกาศหาเสียง

- ทำเอกสารของรัฐมนตรี ปฏิทินที่มีรูปรัฐมนตรีต้องทำในนามหน่วยงาน ระวังไม่ให้เข้าข่ายหาเสียงเลือกตั้ง

- ให้ราชการส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่นให้การสนับสนุนสถานที่ เพื่อให้เป็นสถานที่จัดการเลือกตั้ง รวมถึงสนับสนุนเป็นสถานที่ติดประกาศ และแผ่นป้ายหาเสียงเลือกตั้ง

- ให้มีการสนธิกำลังระหว่างทหาร ตำรวจ พลเรือน และอาสาสมัคร ด้านความปลอดภัยเพื่อการคุ้มครองประชาชนและเจ้าหน้าที่เพื่อให้ได้รับความปลอดภัย ซึ่งหลักสำคัญคือข้าราชการต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง

ชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะกรรมการฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ชี้จุดบกพร่องของการกำหนดกฎเหล็ก กกต.ว่า “เท่าที่ผมได้ตรวจสอบมีข้อสังเกตที่อยากให้สังคมเห็น”

1.การขยายเวลาการบังคับใช้ในเรื่องการหาเสียงออกไปถึง 180 วันก่อนวันครบอายุสภา เป็นระยะเวลานานเกินไป

2.ข้อห้ามหลายกรณีในระเบียบดังกล่าวมีลักษณะฝ่าฝืนธรรมชาติ และขัดต่อการทําหน้าที่ ส.ส. เช่น งานศพ งานบวช งานแต่งงาน ในทางตรงกันข้ามข้อห้ามนี้มิได้ถูกนํามาบังคับใช้กรณีนายกฯ หรือรัฐมนตรี ลงไปปฏิบัติหน้าที่และมีการมอบสิ่งของหรือเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับผู้ประสบภัย โดยอ้างว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติของฝ่ายบริหาร ทําให้เกิดความได้เปรียบในการหาเสียง

3.การจัดทําป้ายหาเสียงในช่วงเวลานี้ ถูกควบคุมทั้งเรื่องขนาดของป้าย จํานวนและสถานที่ติดตั้ง ทั้งที่ยังไม่มีการประกาศเขตการเลือกตั้งใหม่ 4.ในเรื่องการควบคุมค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง”

ระเบียบ - แนวทางปฏิบัติดังกล่าว ดูเผินๆ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเสมอภาค เท่าเทียม แต่ทว่านักการเมืองที่มีตำแหน่งแห่งหนในฝ่ายบริหาร เช่น นายกรัฐมนตรี รองนายกฯ หรือ รัฐมนตรี ตรวจงานในพื้นที่ พบประชาชนในพื้นที่ หรือ ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน

แต่ห้ามมิให้กระทำใดๆ ที่อาศัยตำแหน่งหน้าที่นั้นหาเสียงให้ตนเอง หรือผู้อื่น หรือพรรคการเมือง ไม่ได้มีข้อห้ามเรื่องการ “แจกของ” เหมือนกับที่ห้าม ส.ส.ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า

“ไม่สามารถมอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ต่างๆ ได้ เช่น อุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย โรคระบาด”

นอกจากนี้ ฝ่ายรัฐบาลยังสามารถที่ยังมีการกระทำที่ผิดระเบียบ เช่น เรื่องการติดป้ายหาเสียงไม่ได้เป็นไปตามขนาด – จำนวนที่กำหนดไว้ หรือ อื่นๆ ยังสามารถใช้ไม้ตาย “ยุบสภา” เพื่อล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่กระทำผิด

เพราะ มาตรามาตรา 64(2) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.พ.ศ.2561 ระบุไว้ว่า

ในกรณีที่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปอันเนื่องมาจากการยุบสภา หรือการเลือกตั้งแทนตําแหน่งที่ว่าง ให้คํานวณค่าใช้จ่ายที่ใช้จ่ายไปตั้งแต่วันที่ยุบสภาหรือวันที่ตําแหน่งว่างลง แล้วแต่กรณี จนถึงวันเลือกตั้ง

เท่ากับว่ากิจกรรมทางการเมืองที่นับรวมเป็นค่าใช้จ่าย หลังเข้าสู่โซนอันตราย 180 วัน

จู่ๆ ถ้ารัฐบาลยุบสภา การคิดค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็จะถูกนับ 1 ใหม่ ตั้งแต่วันยุบสภา

เช่นเดียวกับ มาตรา 68(2) ในกรณีที่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปอันเนื่องมาจากการยุบสภา หรือการเลือกตั้งแทนตําแหน่งที่ว่าง ให้กระทําได้ตั้งแต่วันที่ยุบสภาหรือวันที่ตําแหน่งว่างลง แล้วแต่กรณีจนถึงวันก่อนวันเลือกตั้ง

การฝ่าฝืนระเบียบต่างๆ ก็จะถูกนับ 1 ใหม่ หากมีการยุบสภา

คนที่มีอำนาจยุบสภา คือ นายกรัฐมนตรี หัวหน้ารัฐบาล ที่กุมความได้เปรียบจากเกมนี้ ความเท่าเทียมกันอาจถูกมองว่าน่า “กังขา” หรือไม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...