โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มาทำความรู้จักกับ ‘Passive death wish’ หรือความรู้สึกอยู่ก็ได้ ตายก็ดี ภัยเงียบที่อันตราย!

Dek-D.com

เผยแพร่ 30 ส.ค. 2565 เวลา 09.01 น. • DEK-D.com
‘Passive death wish’ คืออะไร ใครรู้บ้าง!?

Trigger Warning: บทความนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับความตาย การฆ่าตัวตาย โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

Spoil

  • ‘Passive death wish’ คือ อาการที่เรามีความคิดอยากตาย
    แต่ไม่ได้มีการวางแผนการฆ่าตัวตาย
  • ‘Passive death wish’ เป็นอาการที่ดูยากมากเพราะคนที่เป็นจะทำทุกอย่างเหมือนปกติ
    แค่มีความคิดข้างในหัว
  • ‘Passive death wish’ มักจะเกิดขึ้นหลังจากเจอเหตุการณ์แย่ ๆ เช่น
    ทะเลาะกับคนในครอบครัว มีวันที่แย่ ๆ หรือความเจ็บป่วยทางกาย

สวัสดีน้อง ๆ ชาวDek-D.com ทุกคนนะคะ พี่เชื่อว่าน้อง ๆ บางคนคงเคยมีความรู้สึกที่ว่าอยู่ก็ได้ ตายก็ดี ความรู้สึกที่เราอยากหายไป หลับไปแบบไม่ตื่นขึ้นมาอีก แต่ไม่นานนักความรู้สึกเหล่านี้ก็หายไป ซึ่งความรู้สึกแบบนี้ทางการแพทย์เรียกว่า ‘Passive death wish’ ค่ะ ส่วนจะเป็นยังไง อันตรายไหม มาดูกัน จะได้สังเกตตนเองและคนรอบข้างกันด้วย

Passive death wish คืออะไร?

‘Passive death wish’ คือ การที่เรามีความคิดอยากตาย แต่ไม่ได้มีการวางแผนการฆ่าตัวตายอาจจะมีความคิดแค่ว่าถ้าเราหลับไปแล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีกคงดี หรือถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้วพลาดมาโดนเราก็คงดี ซึ่งความคิดแบบนี้มันจะหายไปเมื่อเรารู้สึกดีขึ้น แต่! ไม่ได้หมายความว่ามันไม่อันตราย เพราะถ้าเราเกิดความคิดแบบนี้แสดงว่าเรามีโอกาสสูงที่จะทำร้ายตัวเองได้ในอนาคต

เช็กสิ! เรามีอาการ ‘Passive death wish’ รึเปล่า?

อาการ‘Passive death wish’นั้น เป็นอาการที่ดูยากมากเพราะคนที่เป็นจะทำทุกอย่างเหมือนปกติ แค่มีความคิดข้างในหัว ไม่ได้แสดงออกมาชัดเจน และเป็นอาการที่เกิดขึ้นมาแค่แป๊บเดียวก็หายไป วันนี้พี่จึงมีเช็กลิสต์ 5 ข้อ มาให้น้อง ๆ ทุกคนได้สังเกตตัวเองกัน ก่อนที่อาการเหล่านี้จะนำไปสู่อันตราย!

  • ชอบพูดเรื่องการจากไปของตัวเอง
  • รู้สึกเครียดและเศร้าอยู่ตลอดเวลา
  • กินและนอนผิดเวลาไปจากเดิม
  • รู้สึกสิ้นหวังกับตัวเองและอนาคต
  • อารมณ์แปรปรวนง่าย

เราจะป้องกัน ‘Passive death wish’ ได้ยังไง?

จริง ๆ แล้ว ความคิด‘Passive death wish’ มักจะเกิดขึ้นหลังจากเราเจอเหตุการณ์แย่ ๆ เช่น ทะเลาะกับคนในครอบครัว มีวันที่แย่ ๆ หรือความเจ็บป่วยทางกาย แต่ความคิดนี้สามารถป้องกันได้ อาจจะไม่ได้หายไปซะทีเดียวแต่อย่างน้อยก็ดีขึ้นค่ะ โดยลองทำตามวิธีเหล่านี้

เขียนไดอารี่

การเขียนไดอารี่เหมือนกับการที่เราได้ระบายความเครียด และได้ทบทวนความรู้สึกของตัวเองว่ารู้สึกอะไรอยู่ คิดถึงเรื่องอะไรอยู่ ซึ่งจะทำให้เราจัดการกับความรู้สึกแย่ ๆ ได้ดี และทำให้เราสบายใจขึ้นเมื่อได้เขียนสิ่งที่ไม่ดีลงไปนั่นเองค่ะ น้อง ๆ คนไหนที่รู้สึกแย่ แต่ไม่อยากไประบายให้คนอื่นฟังก็ลองเขียนไดอารี่ดูนะ รับรองว่ารู้สึกดีขึ้นแน่นอน!

ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเป็นอีกวิธีนึงที่สามารถจัดการความรู้สึกแย่ ๆ ได้ดีเลยค่ะ เพราะเมื่อเราออกกำลังกายร่างกายจะหลั่งสารที่ชื่อว่า“โดปามีน” ออกมาทำให้เรารู้สึกดีมากขึ้นนั่นเองค่ะ การออกกำลังกายจะจำเป็นมากสำหรับคนที่เป็นโรคซึมเศร้านะคะ เพราะคนที่เป็นโรคซึมเศร้าสารโดปามีนจะหลั่งน้อยลงมาก ฉะนั้นถ้ารู้สึกแย่ให้ไปออกกำลังกายค่ะ!

ปรึกษาจิตแพทย์

เมื่อเรามีความคิดที่อยากจะตายขึ้นมา ถึงแม้ว่าจะไม่ได้วางแผนไว้อย่างเป็นจริงเป็นจัง แต่ความคิดเหล่านี้บ่งบอกได้ว่าเรามีภาวะซึมเศร้า ดังนั้นการไปพบจิตแพทย์เพื่อปรึกษาและหาทางออกของความคิดแย่ ๆ แบบนี้ จึงเป็นทางออกและเป็นการรักษาที่ดีที่สุดค่ะ

สำหรับน้อง ๆ คนไหนที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังมีอาการแบบนี้อยู่ พี่ขอแนะนำว่าให้ไปปรึกษาและพบจิตแพทย์เพื่อให้เขาทำการรักษาให้จะดีที่สุด ก่อนที่อาการนี้จะพาเราไปสู่อันตรายที่ไม่คาดฝัน พี่ขอให้น้อง ๆ ทุกคนมีวันที่สดใสกันนะคะ ไว้เจอกันใหม่บทความหน้านะคะ บ๊ายบาย!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...