โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนึ่งสัปดาห์มี 7 วัน แต่ทำไมวันหยุดสากลต้องเป็นเสาร์-อาทิตย์ ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 05 ก.ค. 2567 เวลา 11.42 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2567 เวลา 06.16 น.
คนงานบนตึกระฟ้าในแมนแฮตตัน, ถ่ายโดย Charles Clyde Ebbets (ภาพจาก Wikimedia Commons)

ธรรมเนียม วันหยุด นั้นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ หลักฐานเกี่ยวกับธรรมเนียมวันหยุดที่เก่าแก่ที่สุดพบในความเชื่อ ศาสนายูดาย (Judaism) ของชาวฮีบรูหรือชาวยิว พวกเขารับเอาการนับสัปดาห์มี 7 วันมาจากอารยธรรมเมโสโปเมีย (Mesopotamia) ชาวยิวนับวันเสาร์เป็นวัน สะบาโต (Sabbath) ภาษาฮีบรูแปลว่า “เพื่อการพักผ่อน” โดยพวกเขาจะหยุดพักจากทำงานหรือการประกอบอาชีพทั้งหลาย วันเพื่อการพักผ่อนนี้จะนับตั้งแต่ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ตกของวันศุกร์จนถึงพระอาทิตย์ตกของวันเสาร์

สาเหตุการนับวันเสาร์เป็นวันสะบาโต เนื่องมาจากชาวยิวถือว่าวันเสาร์เป็นวันที่พระเจ้าทรงหยุดพักจากการสร้างโลกตามคัมภีร์พันธสัญญาเดิม (Old Testament) พวกเขาจึงถือว่าวันเสาร์เป็นวันแห่งการพักผ่อนของมวลมนุษย์ด้วย

ธรรมเนียมการหยุดวันเสาร์ถูกเปลี่ยนมาเป็นวันอาทิตย์หลังการเกิดขึ้นของศาสนาคริสต์ ชาวคริสต์เปลี่ยนวันหยุดเดิมของชาวยิวมาถือเอาวันที่พระเยซูทรงฟื้นคืนพระชนม์หลังถูกตรึงกาเขน ซึ่งเกิดขึ้นในรุ่งสางของวันอาทิตย์ และพันธสัญญาใหม่ (New Testament) ซึ่งเป็นภาคที่ 2 ในพระคัมภีร์ไบเบิล (Bible) ยังขยับวันสะบาโตหรือที่พระเจ้าหยุดสร้างโลกจากวันเสาร์มาเป็นวันอาทิตย์พร้อมระบุว่า วันที่ 7 ของสัปดาห์เป็นวันของการพักผ่อนและการบูชาพระเจ้า

เมื่อศาสนาคริสต์กลายเป็นศาสนาหลักของโลกตะวันตก ศาสนจักรประกาศให้วันอาทิตย์รวมถึงวันสำคัญทางศาสนาเป็นวันหยุดจากการทำกิจการงานทั้งปวงของเหล่าคริสต์ศาสนนิกชน วันอาทิตย์จึงกลายเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ในกลุ่มประเทศผู้นับถือศาสนาคริสต์

นอกจากอิทธิพลทางศาสนาแล้ว สังคมยุคก่อนสมัยใหม่ซึ่งเป็นสังคมเกษตรกรรมนั้นไม่ได้ให้ความเคร่งครัดกับวันหยุดมากนัก วันทำงานกับวันหยุดจึงเป็นเรื่องอิสระในทางปฏิบัติของชนชั้นต่าง ๆ ของสังคมว่าจะยึดถือหรือไม่

ธรรมเนียมวันหยุดและการหยุดหนึ่งวันต่อสัปดาห์เริ่มเป็นปัญหาเมื่อทวีปยุโรปและอเมริกาเกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม (Industrial Revolution) ในคริสต์ศตวรรษที่ 18-19 การทำงานของแรงงานในโรงงานอุตสาหกรรมที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนทำให้มีสภาพที่ย่ำแย่และมีการใช้แรงงานหนักกว่าการทำเกษตรกรรมอย่างมาก นำไปสู่การเรียกร้องเกี่ยวกับสวัสดิการวันหยุดและเวลาพักผ่อนของแรงงานอย่างจริงจัง โดยเริ่มในประเทศอังกฤษ

สภาวการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคนั้น แรงงานส่วนใหญ่ที่เป็นชาวคริสต์ซึ่งหยุดวันอาทิตย์มักจะดื่มสังสรรค์กันหลังว่างเว้นจากการทำงานและอ้างว่ามาทำงานไม่ไหวในวันจันทร์ ทำให้โรงงานขาดแรงงานจำนวนมากในวันจันทร์ เกิดเป็นกรณี Saint Monday” ขึ้น เจ้าของกิจการจึงเริ่มตระหนักว่าต้องจัดการเกี่ยวกับวันทำงานและวันหยุดเสียใหม่ เพื่อให้แรงงานไม่ถือโอกาสหนีงานในวันจันทร์ กลุ่มแรงงานอังกฤษจึงประสบความเสร็จในการยืดวันหยุดจากเฉพาะวันอาทิตย์มาเป็นวันเสาร์ แต่ยังต้องทำงานวันเสาร์ครึ่งวัน ใน ค.ศ. 1879

ขณะที่ในประเทศสหรัฐอเมริการมีความพยายามในการเรียกร้องวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อความเปลี่ยนแปลงทั่วโลก ระยะแรกของการปฏิวัติอุตสาหกรรมในสหรัฐอเมริกา โรงงานบางแห่งยังไม่มีวันหยุดสำหรับพนักงานด้วยซ้ำ กระทั่ง ใน ค.ศ. 1908 เจ้าของโรงงานผลิตผ้าฝ่ายในเขตนิวอิงแลนด์ (New England) ได้อนุญาตให้คนงานชาวยิวหยุดตั้งแต่เย็นวันศุกร์ถึงเย็นวันเสาร์ตามหลักวันสะบาโต แล้วมาทำงานในวันอาทิตย์

อย่างไรก็ตาม การเปิดทำการวันอาทิตย์ของโรงงาน ทำให้ชาวคริสต์ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ไม่พอใจที่โรงงานยังทำงานวันอาทิตย์ “วันหยุดของพระเจ้า” ที่ไม่ตรงกันของศาสนิกชนทั้งสองศาสนาเริ่มกลายเป็นความขัดแย้งที่บานปลายขึ้นเรื่อย ๆ ในสังคมอเมริกัน เจ้าของโรงงานส่วนใหญ่จึงเริ่มมีแนวคิดให้หยุดทั้งวันเสาร์และวันอาทิตย์เพื่อจบปัญหาเหล่านี้

ค.ศ. 1938 เฮนรี ฟอร์ด (Henry Ford) เริ่มใช้ระบบปิดโรงงานในวันเสาร์-อาทิตย์ ทำให้พนักงานหรือแรงงานมีวันหยุดพักผ่อนเต็ม ๆ 2 วัน วันหยุดงานที่มากขึ้นทำให้คนงานของเขาสามารถซื้อรถในกิจการเขาเองไปขับขี่เพื่อการพักผ่อนกับครอบครัวได้ รวมถึงจบปัญหา “วันหยุดของพระเจ้า” ที่ไม่ตรงกันของแรงงานทั้งสองด้วย ซึ่งนั่นได้ผลอย่างดีเยี่ยมจนบริษัทอื่น ๆ เริ่มนำมาใช้ตาม

ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 (The Great Depression) และระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 กลุ่มสหภาพแรงงานโรงงานเสื้อผ้าในสหรัฐอเมริกากลายเป็นสหภาพแรงงานกลุ่มแรกที่ประสบความสำเร็จในการเรียกร้องนายจ้างและรัฐบาลเพื่ออนุญาตให้หยุดงาน 2 วันต่อสัปดาห์ในวันเสาร์-อาทิตย์อย่างเป็นทางการ จากนั้นระบบวันหยุดดังกล่าวจึงแพร่หลายและถูกนำไปใช้กับกิจการและหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งประเทศ ธรรมเนียมการหยุดวันเสาร์-อาทิตย์จึงกลายเป็นที่นิยมและถือปฏิบัติในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยในเวลาต่อมา

กล่าวได้ว่าคุณูปการอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้มนุษยชาติได้ วันหยุด เป็น 2 วันต่อสัปดาห์ ทั้งวันเสาร์และวันอาทิตย์ ต้องยกให้ชาวยิวและชาวคริสต์ที่มีวันแห่งพระเจ้าไม่ตรงกัน รวมถึงคุณเฮนรี ฟอร์ด และรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในสมัยยุคนั้นด้วย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

BBC WORKLIFE: The modern phenomenon of the weekend

True ID creator: ทำไมวันหยุดต้องเป็นวันเสาร์และวันอาทิตย์?

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 กันยายน 2565

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หนึ่งสัปดาห์มี 7 วัน แต่ทำไมวันหยุดสากลต้องเป็นเสาร์-อาทิตย์ ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...