ผอ.รร.ดังภูเก็ต งัดคลิปโต้ ไม่ได้ทำร้ายเด็ก 9 ขวบ จ่อฟ้องกลับ สงสัยปมแจ้งความ
ผอ.รร.ดังภูเก็ต งัดคลิปโต้ ไม่ได้ทำร้ายเด็ก 9 ขวบ จ่อฟ้องกลับ สงสัยปมแจ้งความ เด็กออกจากห้องยังร่าเริง ครูที่ส่งเด็กกลับบ้านก็บอกไม่มีอะไรผิดปกติ
จากกรณีเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2565 ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต นางเฉลิมขวัญ (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี ผู้ปกครอง ด.ช.เอ (นามสมมุติ) อายุ 9 ปี พาหลานพร้อมด้วยนายอนันตรักษ์ เพ็ชรหิน ทนายความ เข้าพบนายจรัญ ขวัญแก้ว นิติกรชำนาญพิเศษ รักษาการ ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมภูเก็ต หลังจาก ด.ช.เอ ถูกผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต ทำร้ายร่างกายด้วยการใช้มือง้างและฉีกปาก ก่อนโขกกับฝาผนังห้องทำงาน ผอ. ได้รับบาดเจ็บ จนเด็กเกิดความกลัว วิตกกังวล เกรงว่าจะถูกทำร้ายอีก
ล่าสุดช่วงบ่ายวันที่ 10 ก.ย. 2565 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังโรงเรียนเทพอำนวยวิทยา ถ.เทพกระษัตรี อ.เมือง จ.ภูเก็ต พบนายคมกฤษ หนุนใจ ผอ.โรงเรียนเทพอำนวยวิทยา ได้ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบกล้องวงจรปิดหาหลักฐานในวันเกิดเหตุ พร้อมเปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ ด.ช.นินจาเข้ามานั่งเล่นคอมพิวเตอร์ภายในห้องทำงานจริง ก่อนหน้านั้น ด.ช.นินจาเคยเข้ามาเล่นคอมพิวเตอร์ภายในห้องทำงานบ่อยครั้ง แต่ตนไม่เคยดุด่าอะไร
นายคมกฤษ กล่าวต่อว่า บางครั้งหากตนไม่อยู่ในห้องพัก เพราะไปทำกิจกรรมอย่างอื่นภายในโรงเรียนก็จะให้น้องนินจาออกจากห้อง เพราะเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายจากไฟฟ้าชอร์ต ภายในห้องมีปลั๊กพ่วงกับอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายชิ้น ตนทราบดีว่า ด.ช.นินจาเป็นเด็กพิเศษ วันที่เขาระบุว่าเป็นวันเกิดเหตุ ด.ช.นินจามาหาตนจริง แต่ไม่ใช่เวลาที่เขาระบุ เรามีกล้องวงจรปิดชัดเจนว่าเขาเข้ามาเวลาไหน ออกเวลาไหน
"การกล่าวหาว่าผมใช้แรงจับหัวกระแทกผนัง ด.ช.นินจาเป็นเด็กพิเศษ แค่เราจับเนื้อต้องตัวเขาก็ไม่ได้แล้ว เพราะเขาจะร้อง ผมเคยจับเขาครั้งนึง เขาก็ร้อง ผมรู้ว่าเด็กคนนี้เราจะใช้วิธีการแบบนี้ไม่ได้ ประกอบกับผมเป็นผู้บริหารจะไปทำแบบนั้นได้อย่างไร ผมเป็นคริสเตียน ไม่ทำแบบนี้อยู่แล้ว"
"แล้วที่กล่าวหาว่าผมไปฉีกปากเด็ก ทั้งที่ไม่มีหลักฐานทำให้ผมเสียชื่อเสียง รวมถึงโรงเรียนด้วย ควรจะมาพูดคุยหรือสอบถามข้อเท็จจริง ก่อนที่ท่านจะแชร์หรือทำเป็นข่าว ไม่อย่างนั้นจะเกิดความเสียหาย ไม่ใช่แค่โรงเเรียน แต่เป็นตัวท่านเองด้วย"
นายคมกฤษ กล่าวอีกว่า ถ้าตนกระทำจริง ครูที่เดินผ่านไปมา หรือแม่บ้าน ต้องได้ยินเสียงเด็กร้องไห้แน่นอน แล้วเด็กออกจากห้องในเวลาไม่ถึงบ่าย 3 เด็กยังร่าเริงเป็นปกติตามประสา ขณะเด็กกลับบ้าน เด็กยังไปซื้อน้ำ ก่อนผู้ปกครองมารับเด็กกลับบ้าน คุณครูที่ส่งเด็กกลับบ้านก็บอกว่าเด็กไม่มีอาการอะไร ไม่มีรอยแผลอะไรทั้งนั้น แล้วผู้ปกครองก็รับขึ้นรถกลับบ้าน ตนเพิ่งมารู้ข่าวว่าเด็กถูกกระทำ โดยที่ตนยังไม่ทันตั้งตัว
นายคมกฤษ กล่าวต่อว่า ตนได้ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพร้อมหาหลักฐานจากกล้องวงจรปิดทุกตัว เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตนที่ถูกกล่าวหา และดูว่าจะสามารถฟ้องร้องกลับได้ทางใดบ้าง ถ้าเด็กมีปัญหาหรือเกิดอุบัติเหตุ ผู้ปกครองต้องติดต่อมายังครูประจำชั้น เพื่อให้ติดต่อมาทาง ผอ. แต่กรณีนี้หลังจากเกิดเหตุไปแล้ว ไม่ได้มีการพูดคุยใดๆ กระทั่งทราบอีกวันหนึ่ง บอกว่าไปแจ้งความในเวลาประมาณตี 2 ถ้าเป็นเรื่องจริง ทำไมไม่แจ้งในเวลาที่เกิดเหตุหลังจากนั้น เพราะจะเห็นบาดแผลและร่องรอยอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่เราสงสัยว่าทำไมเขาทำแบบนั้น
หากผู้ปกครองของน้องนินจามีปัญหาอะไรก็น่าจะเข้ามาพูดคุยปัญหานั้นกับตนก่อน ส่วนชนวนที่เกิดขึ้นอาจจะเกิดจากปัญหาที่ฝ่ายการเงินมีหนังสือแจ้งเตือนค่าเทอม ซึ่งค้างค่าเทอมตั้งแต่ปี 2564 แต่ผู้ปกครองก็ไม่ได้เข้ามาไกล่เกลี่ย
ด้านนายไทวิวัฒน์ ปัจอังคาร ซึ่งเป็นครูประจำชั้นของพี่ชาย ด.ช.นินจา กล่าวว่า เท่าที่สัมผัสมา ผอ.เป็นคนอัธยาศัยดี ตนทราบดีว่าน้องนินจาเป็นเด็กพิเศษ มาโรงเรียนก็ไม่ค่อยได้เรียน ส่วนมากจะวิ่งเข้าออกห้อง ผอ. และฝ่ายการเงินเป็นประจำ บางครั้งก็นอนบนโซฟาภายในห้องการเงินหน้าห้อง ผอ. และเข้าไปเล่นคอมพิวเตอร์ภายในห้อง ผอ.บ่อยครั้ง ตนเคยวางหนังสือไว้บนโต๊ะ แล้วออกไปสอนห้องอื่น หลังจากกลับมาก็เจอหนังสือถูกทำลาย ถูกรื้อเอาไปเขียน จึงต้องระวังกับน้องเป็นพิศษ