โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เริ่มต้นจากคำว่า ‘เพื่อน’ จึงทำให้ ‘หยิ่น-อานันท์ และ วอร์-วนรัตน์’ เกิดเป็นส่วนผสมที่ลงตัวอย่างไร้ที่ติ

ELLE Thailand

อัพเดต 18 ต.ค. 2565 เวลา 20.12 น. • เผยแพร่ 18 ต.ค. 2565 เวลา 08.52 น. • ELLE Thailand

คำที่เกิดขึ้นระหว่าง หยิ่น-อานันท์ หว่อง และ วอร์-วนรัตน์ รัศมีรัตน์ ก่อนคำว่าพระเอก-นายเอก’ หรือ‘คู่จิ้น’และก่อนหน้าที่พวกเขาจะได้ร่วมงานกันในซีรีส์สุดรักของ แฟนๆ อย่าง กลรักรุ่นพี่ ก็คือคำสั้นๆ ที่สะกดว่า‘เพื่อน’ เมื่อความนิ่งของคนหนึ่งคือน้ำเย็นที่ทำให้อีกคนสงบ ส่วนแพสชันของคนหนึ่งกลายเป็นแรงขับเคลื่อนให้เพื่อนข้างกาย และเสียงเพลงจากมีม TikTok ก็ทำให้เพื่อนสนิทสองคนหัวเราะขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

ELLE MEN: เป็นคู่ที่สนิทกันในชีวิตจริงที่เหมือนรู้จักกันมานาน จริงๆ แล้วรู้จักกันมากี่ปี?

WAR: 87 ปี (หัวเราะ) สามปีครับ

ELLE MEN: รู้จักกันมาสามปี เพื่อนคนนี้สำคัญอย่างไร?

WAR: (มองหน้าหยิ่น) เขาเปลี่ยนผมได้หลายเรื่องเลยนะมีเขาแล้วทำให้สบายใจขึ้น ทำให้งานสนุกขึ้น บางอย่างมีอุปสรรค แต่พอมีกันสองคนก็มีความมั่นใจมากขึ้น รู้สึกว่ามีคนช่วยแบ่งเบา เวลาที่ต้องทำงานคนเดียวแล้วมักจะมีความกดดัน ไม่มั่นใจ มีช่วงหนึ่งที่ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่าการเป็นนักแสดงนี่ใช่หรือเปล่า ทางนี้ใช่เราไหม ผมก็พูดให้เขาฟัง เขาก็พูดบางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกมีเป้าหมายมากกว่าเดิม แต่ก่อนผมเป็นคนค่อนข้างเอ้อระเหย ทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ ผมเป็นคนอะไรก็ได้น่ะครับ แต่เขาทำให้ผมมีแพสชันมากขึ้น ชัดเจนมากขึ้น สบายใจ และไม่รู้สึกเคว้งคว้าง

YIN: เขาก็มีความสำคัญกับผมหลายอย่าง ผมชอบเก็บข้อดีของคนที่ได้เจอกันระหว่างทางแล้วเอามาปรับใช้ ข้อดีของเขาคือเป็นคนใจเย็น มีความคิดยูนีก แตกต่าง ถ้าเราไม่ได้มาเจอกันในสายงานนี้ ชีวิต เราสองคนนี่เป็นคนละเส้นเรื่องกันเลยนะ ผมจำไม่ได้หรอกว่าเขาพูดหรือทำอะไร ประทับใจมาเรื่อยๆ ณ ตอนนั้น แล้วความรู้สึกก็ซึมเข้ามาในร่างกายไปแล้ว

ELLE MEN: จากที่บอกว่าโนเนม จนมาถึงจุดที่เป็น ‘หยิ่น-วอร์’ คู่ฮอตติดเทรนด์โลก การเดินทางสามปีที่ผ่านมาให้อะไรบ้าง?

YIN: ตอนทำงานด้วยกันเรื่องแรกก็ได้ความสนิท ได้ความสัมพันธ์ ได้ประสบการณ์ ได้รู้จักว่าใครเป็นใคร ได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และการวางตัวต่างๆ แต่ระหว่างทางเราได้เจอปัญหาไปพร้อมๆ กัน บางเรื่องก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออกบอกใครไม่ได้ เราเป็นตัวเล็กๆ บางทีที่เจอเรื่องไม่ถูกต้องรู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่าง (ทำท่าฮึดฮัด) แต่เขาจะคอยบอก ให้ใจเย็นๆ ซึ่งเมื่อมองย้อนกลับไป ถ้าเราเป็นแบบเขามันคงเป็นข้อดีกับตัวเรามากกว่า การที่เราเป็นแบบนี้คนอาจมองว่าเราก้าวร้าวก็ได้ มีหลายเหตุการณ์ที่เขาทำให้ผมได้กลับมานั่งกรองตัวเอง

WAR: ผมเห็นทางสนุก การได้เล่นซีรีส์ กลรักรุ่นพี่ กับเขาก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้เล่นเป็นตัวเมน เราได้เข้าใจว่าถ้าเราจริงจังกับอะไรสักอย่างมันก็สนุกดีนะ การได้ใช้เวลาศึกษาและอยู่กับอะไรสักอย่างนานๆ ได้อยู่กับงานชิ้นหนึ่งไปสักพักเราจะได้เห็นสิ่งที่ชอบและไม่ชอบ เราจะตัดสินใจได้ว่าเราจะไปทางไหนที่มีความสุขและได้งานที่มีคุณภาพและถ้าไม่มีหยิ่นอาจจะยากกว่านี้ (นิ่งคิด) คงยากมากๆ ผมอาจจะออกไปจากตรงนี้เลยก็ได้ ไม่ได้ถอดใจนะ แต่ว่าพอละ แต่เมื่อได้ทำงานด้วยกัน เขาได้นำเราไปสู่สิ่งที่เราเริ่มอยากทำ เหมือนเราขุดหาขุมทรัพย์ไปเรื่อยๆ พอไม่เจออะไร เราก็ออกไปซะแล้ว แต่หยิ่นเหมือนเป็นคนที่พาเราไปเจอขุมทรัพย์และทำให้เราไปต่อได้

ELLE MEN: ความประทับใจในแฟนๆ หน่วยซัปพอร์ตขั้นสุดที่ทำอะไรให้ทั้งสองคนเยอะมาก

YIN: เขาทำให้เราประทับใจตลอดแหละครับ แต่ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน แฟนๆ ปั่นทวิตเตอร์จน กลรักรุ่นพี่ (2022) เป็นที่หนึ่งของโลกได้ในเอพิโซดเจ็ด โอ้โห! ผมนี่…ผมถอดใจไปแล้วนะ ไม่ได้โทษใคร แต่จำนวนคนดูน้อยลง ตอนแรกที่เราดูเอพิโซด 1-2 ที่เป็นดราฟต์ด้วยกัน เราคิดว่ามาแน่ แต่พอถึงเวลาออนแอร์ มันไม่เป็นอย่างที่คิด เอพิโซดสองก็ไม่มา สามก็ไม่มา ผมออกเงินตัวเองไปซื้อวีไอพีเพื่อให้เข้าถึงคนดูได้มากขึ้น แต่ผลก็ยังเหมือนเดิมแฟนคลับเรามีจำนวนน้อย แต่ว่าเขาส่งเราไปเป็น อันดับหนึ่งของโลกได้ ผมนับถือใจเขาจริงๆ ผมเลยมองย้อนไปและรู้สึกผิดกับการที่ผมถอดใจ ในขณะที่พวกเขาไม่ได้ถอดใจไปกับเรา เขาคิดว่าไม่เป็นไร อาทิตย์หน้าเริ่มใหม่ได้

WAR: ผมชอบการที่เขารวมกลุ่มกันแล้วไปทำอะไรดีๆด้วยกัน อย่างไปทำห้องสมุด เราดีใจที่ทำให้คนกลุ่มหนึ่งที่ชื่นชอบเราได้มาเจอกันและได้ทำอะไรดีๆ บางทีเขานัดมาเจอกับพวกเราแล้วเขาก็ไปกินเลี้ยงกันต่อ สนิทกันเองไปอีกมันยิ่งใหญ่เหมือนกันนะที่เขาเป็นคอมมูนิตีที่น่ารักเรายิ่งอยากจะพาเขาไปเจอสิ่งดีๆ และเขารู้ว่าสิ่งไหนดีกับเราเขาก็ทำให้เองเลยจนเราไม่กล้าขออะไรจากเขา ผมคิดว่าเมื่อเขาผลักดันเพื่อให้ศิลปินที่เขารักได้มีผลงาน การตอบแทนที่ดีที่สุดคือการทำผลงานต่างๆ ให้ดีที่สุด เวลาทำงานเราจึงมีแฟนคลับอยู่ในใจ ถ้าเราทำผลงานดีๆ ได้ สิ่งที่เขาทุ่มเทให้มาก็จะได้รับกลับไป

ELLE MEN: เคยคุยกันไหมว่าหยิ่น-วอร์จะแยกกันได้หรือเปล่า?

WAR: ถ้าแยกจากกันด้วยเนื้องานก็ได้เลย อยากทำอะไรทำเลย

YIN: เรามองว่าเราเป็นนักแสดง ถ้าเรื่องนี้ติดต่อผมมาแล้วผมอยากเล่นก็เล่น ถ้าติดต่อวอร์แล้ววอร์อยากเล่นก็เล่นถ้าเรื่องไหนติดต่อให้เล่นคู่กันแล้วน่าสนใจ ทั้งคู่ก็เล่นด้วยกันเราแยกกันได้ในเรื่องงาน แต่ว่าสุดท้ายเลิกงานก็มาเจอกันอยู่ดีนะ

WAR: เราคบกันยังไม่ใช่เพราะเรื่องงานเลย ไม่ใช่เพราะ “อ๋อ นายเล่นเรื่องเดียวกับเราเหรอ” ไหนลองเข้าหาซิจะได้ทำงานด้วยกันง่ายๆ มันไม่ใช่แบบนั้นมาตั้งแต่แรก

YIN: เมื่อความสัมพันธ์ของเราเป็นเพื่อนกันจริงๆ มันจะเป็นอีกแบบเลยครับ อย่างเมื่อกี้พี่ช่างภาพเปิดเพลงตอนถ่ายรูป เรามองหน้ากันก็ขำละ เพราะเป็นเพลงที่เราได้ยินจากมีมใน TikTok บ่อย เพลงขึ้นปุ๊บ เรามองหน้ากันแล้วขำพร้อมกันได้ เป็นฟีลแบบรู้ใจ โมเมนต์แบบนี้มีตลอด

WAR: ตั้งแต่วันแรกที่เจอกันที่ร้านไอติมจนถึงวันนี้เราเจอกันแทบทุกวันเลย

YIN: แล้วเวลาเจอกันก็ไม่ได้มีอะไรคุยกันนะ (หัวเราะ) เพื่อนกันจริงๆ จะนั่งเงียบๆ ด้วยกันได้ ไม่ต้องหาเรื่องมาคุยกัน

ELLE MEN: เป้าหมายส่วนตัวที่อยากทำ?

YIN: ผมมีเป้าหมายว่าอยากลองเล่นหนังหรือซีรีส์สักเรื่องที่เขาตั้งใจปั้นขึ้นมา เช่น วันหนึ่งถ่ายได้เพียงห้าซีน ผมดูซีรีส์เกาหลี โอ้โห ทุกซีนนี่ภาพอย่างสวยเลย แม้แต่ซีนที่ถ่ายตัวสาม ตัวสี่ ภาพก็ยังละเมียด ผมอยากอยู่ในโปรเจกต์ที่เขาลงทุนสร้างผลงานไม่ใช่แค่สร้างธุรกิจ ผมอยากทำอะไรแบบนั้นสักเรื่องจริงๆ ยกตัวอย่าง ซีรีส์เกาหลีที่ผมชอบเรื่อง While You Were Sleeping ตัวละครเป็นทนายความซึ่งบทแสดงให้เห็นถึงความดราม่าของอาชีพนั้น แต่ละครบ้านเราคนดูไม่รู้หรอกว่าตัวละครทำอาชีพอะไร แต่สุดท้ายต้องมารักกับคนนี้ ผมจึงอยากเล่นซีรีส์แนวอาชีพสักครั้งมันควรค่าที่เราจะให้เวลาศึกษาและเก็บรายละเอียดของอาชีพต่างๆ เพื่อมาแสดง

WAR: (ทำหน้างงๆ) ผมไม่มีเป้าหมาย ไม่มีแผน อนาคตอะไรจะเกิดก็เกิด ผมเป็นแบบนี้

ELLE MEN: ชอบที่วอร์เป็นแบบนี้ เป็นคนที่ไม่ต้องพยายามปั้นคำตอบ ตอบแบบเรียลๆ ได้เลย

WAR: ผมมีแพลนหลวมๆ คืออยากทำงานให้ดีที่สุด ยังไม่รู้ว่าอยากไปทางไหน แต่ชอบงานภาพยนตร์ เป้าหมายชีวิตก็เป็นเรื่องพื้นฐานทั่วไปเลยครับ คือได้ทำสิ่งที่ชอบ สุขภาพดีแค่นี้พอแล้ว เรื่องงานก็อยากทำอะไรเกี่ยวกับภาพยนตร์และเหมือนหยิ่น คืออยากเป็นนักแสดงที่ได้รับบทดีๆ

Story: Supakdipa Poolsap
Photographer: Akkapon Kumpusan
Stylists: Kriengkrai Saejung, Seksit Nhuin, Tidawan Suttichai
Style Assistant: Tidawan Suttichai
Make up: Chanont Srinumtha
Hair: Chalumchai Loonsukwong

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...