เริ่มต้นจากคำว่า ‘เพื่อน’ จึงทำให้ ‘หยิ่น-อานันท์ และ วอร์-วนรัตน์’ เกิดเป็นส่วนผสมที่ลงตัวอย่างไร้ที่ติ
คำที่เกิดขึ้นระหว่าง หยิ่น-อานันท์ หว่อง และ วอร์-วนรัตน์ รัศมีรัตน์ ก่อนคำว่า‘พระเอก-นายเอก’ หรือ‘คู่จิ้น’และก่อนหน้าที่พวกเขาจะได้ร่วมงานกันในซีรีส์สุดรักของ แฟนๆ อย่าง กลรักรุ่นพี่ ก็คือคำสั้นๆ ที่สะกดว่า‘เพื่อน’ เมื่อความนิ่งของคนหนึ่งคือน้ำเย็นที่ทำให้อีกคนสงบ ส่วนแพสชันของคนหนึ่งกลายเป็นแรงขับเคลื่อนให้เพื่อนข้างกาย และเสียงเพลงจากมีม TikTok ก็ทำให้เพื่อนสนิทสองคนหัวเราะขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
ELLE MEN: เป็นคู่ที่สนิทกันในชีวิตจริงที่เหมือนรู้จักกันมานาน จริงๆ แล้วรู้จักกันมากี่ปี?
WAR: 87 ปี (หัวเราะ) สามปีครับ
ELLE MEN: รู้จักกันมาสามปี เพื่อนคนนี้สำคัญอย่างไร?
WAR: (มองหน้าหยิ่น) เขาเปลี่ยนผมได้หลายเรื่องเลยนะมีเขาแล้วทำให้สบายใจขึ้น ทำให้งานสนุกขึ้น บางอย่างมีอุปสรรค แต่พอมีกันสองคนก็มีความมั่นใจมากขึ้น รู้สึกว่ามีคนช่วยแบ่งเบา เวลาที่ต้องทำงานคนเดียวแล้วมักจะมีความกดดัน ไม่มั่นใจ มีช่วงหนึ่งที่ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่าการเป็นนักแสดงนี่ใช่หรือเปล่า ทางนี้ใช่เราไหม ผมก็พูดให้เขาฟัง เขาก็พูดบางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกมีเป้าหมายมากกว่าเดิม แต่ก่อนผมเป็นคนค่อนข้างเอ้อระเหย ทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ ผมเป็นคนอะไรก็ได้น่ะครับ แต่เขาทำให้ผมมีแพสชันมากขึ้น ชัดเจนมากขึ้น สบายใจ และไม่รู้สึกเคว้งคว้าง
YIN: เขาก็มีความสำคัญกับผมหลายอย่าง ผมชอบเก็บข้อดีของคนที่ได้เจอกันระหว่างทางแล้วเอามาปรับใช้ ข้อดีของเขาคือเป็นคนใจเย็น มีความคิดยูนีก แตกต่าง ถ้าเราไม่ได้มาเจอกันในสายงานนี้ ชีวิต เราสองคนนี่เป็นคนละเส้นเรื่องกันเลยนะ ผมจำไม่ได้หรอกว่าเขาพูดหรือทำอะไร ประทับใจมาเรื่อยๆ ณ ตอนนั้น แล้วความรู้สึกก็ซึมเข้ามาในร่างกายไปแล้ว
ELLE MEN: จากที่บอกว่าโนเนม จนมาถึงจุดที่เป็น ‘หยิ่น-วอร์’ คู่ฮอตติดเทรนด์โลก การเดินทางสามปีที่ผ่านมาให้อะไรบ้าง?
YIN: ตอนทำงานด้วยกันเรื่องแรกก็ได้ความสนิท ได้ความสัมพันธ์ ได้ประสบการณ์ ได้รู้จักว่าใครเป็นใคร ได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และการวางตัวต่างๆ แต่ระหว่างทางเราได้เจอปัญหาไปพร้อมๆ กัน บางเรื่องก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออกบอกใครไม่ได้ เราเป็นตัวเล็กๆ บางทีที่เจอเรื่องไม่ถูกต้องรู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่าง (ทำท่าฮึดฮัด) แต่เขาจะคอยบอก ให้ใจเย็นๆ ซึ่งเมื่อมองย้อนกลับไป ถ้าเราเป็นแบบเขามันคงเป็นข้อดีกับตัวเรามากกว่า การที่เราเป็นแบบนี้คนอาจมองว่าเราก้าวร้าวก็ได้ มีหลายเหตุการณ์ที่เขาทำให้ผมได้กลับมานั่งกรองตัวเอง
WAR: ผมเห็นทางสนุก การได้เล่นซีรีส์ กลรักรุ่นพี่ กับเขาก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้เล่นเป็นตัวเมน เราได้เข้าใจว่าถ้าเราจริงจังกับอะไรสักอย่างมันก็สนุกดีนะ การได้ใช้เวลาศึกษาและอยู่กับอะไรสักอย่างนานๆ ได้อยู่กับงานชิ้นหนึ่งไปสักพักเราจะได้เห็นสิ่งที่ชอบและไม่ชอบ เราจะตัดสินใจได้ว่าเราจะไปทางไหนที่มีความสุขและได้งานที่มีคุณภาพและถ้าไม่มีหยิ่นอาจจะยากกว่านี้ (นิ่งคิด) คงยากมากๆ ผมอาจจะออกไปจากตรงนี้เลยก็ได้ ไม่ได้ถอดใจนะ แต่ว่าพอละ แต่เมื่อได้ทำงานด้วยกัน เขาได้นำเราไปสู่สิ่งที่เราเริ่มอยากทำ เหมือนเราขุดหาขุมทรัพย์ไปเรื่อยๆ พอไม่เจออะไร เราก็ออกไปซะแล้ว แต่หยิ่นเหมือนเป็นคนที่พาเราไปเจอขุมทรัพย์และทำให้เราไปต่อได้
ELLE MEN: ความประทับใจในแฟนๆ หน่วยซัปพอร์ตขั้นสุดที่ทำอะไรให้ทั้งสองคนเยอะมาก
YIN: เขาทำให้เราประทับใจตลอดแหละครับ แต่ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน แฟนๆ ปั่นทวิตเตอร์จน กลรักรุ่นพี่ (2022) เป็นที่หนึ่งของโลกได้ในเอพิโซดเจ็ด โอ้โห! ผมนี่…ผมถอดใจไปแล้วนะ ไม่ได้โทษใคร แต่จำนวนคนดูน้อยลง ตอนแรกที่เราดูเอพิโซด 1-2 ที่เป็นดราฟต์ด้วยกัน เราคิดว่ามาแน่ แต่พอถึงเวลาออนแอร์ มันไม่เป็นอย่างที่คิด เอพิโซดสองก็ไม่มา สามก็ไม่มา ผมออกเงินตัวเองไปซื้อวีไอพีเพื่อให้เข้าถึงคนดูได้มากขึ้น แต่ผลก็ยังเหมือนเดิมแฟนคลับเรามีจำนวนน้อย แต่ว่าเขาส่งเราไปเป็น อันดับหนึ่งของโลกได้ ผมนับถือใจเขาจริงๆ ผมเลยมองย้อนไปและรู้สึกผิดกับการที่ผมถอดใจ ในขณะที่พวกเขาไม่ได้ถอดใจไปกับเรา เขาคิดว่าไม่เป็นไร อาทิตย์หน้าเริ่มใหม่ได้
WAR: ผมชอบการที่เขารวมกลุ่มกันแล้วไปทำอะไรดีๆด้วยกัน อย่างไปทำห้องสมุด เราดีใจที่ทำให้คนกลุ่มหนึ่งที่ชื่นชอบเราได้มาเจอกันและได้ทำอะไรดีๆ บางทีเขานัดมาเจอกับพวกเราแล้วเขาก็ไปกินเลี้ยงกันต่อ สนิทกันเองไปอีกมันยิ่งใหญ่เหมือนกันนะที่เขาเป็นคอมมูนิตีที่น่ารักเรายิ่งอยากจะพาเขาไปเจอสิ่งดีๆ และเขารู้ว่าสิ่งไหนดีกับเราเขาก็ทำให้เองเลยจนเราไม่กล้าขออะไรจากเขา ผมคิดว่าเมื่อเขาผลักดันเพื่อให้ศิลปินที่เขารักได้มีผลงาน การตอบแทนที่ดีที่สุดคือการทำผลงานต่างๆ ให้ดีที่สุด เวลาทำงานเราจึงมีแฟนคลับอยู่ในใจ ถ้าเราทำผลงานดีๆ ได้ สิ่งที่เขาทุ่มเทให้มาก็จะได้รับกลับไป
ELLE MEN: เคยคุยกันไหมว่าหยิ่น-วอร์จะแยกกันได้หรือเปล่า?
WAR: ถ้าแยกจากกันด้วยเนื้องานก็ได้เลย อยากทำอะไรทำเลย
YIN: เรามองว่าเราเป็นนักแสดง ถ้าเรื่องนี้ติดต่อผมมาแล้วผมอยากเล่นก็เล่น ถ้าติดต่อวอร์แล้ววอร์อยากเล่นก็เล่นถ้าเรื่องไหนติดต่อให้เล่นคู่กันแล้วน่าสนใจ ทั้งคู่ก็เล่นด้วยกันเราแยกกันได้ในเรื่องงาน แต่ว่าสุดท้ายเลิกงานก็มาเจอกันอยู่ดีนะ
WAR: เราคบกันยังไม่ใช่เพราะเรื่องงานเลย ไม่ใช่เพราะ “อ๋อ นายเล่นเรื่องเดียวกับเราเหรอ” ไหนลองเข้าหาซิจะได้ทำงานด้วยกันง่ายๆ มันไม่ใช่แบบนั้นมาตั้งแต่แรก
YIN: เมื่อความสัมพันธ์ของเราเป็นเพื่อนกันจริงๆ มันจะเป็นอีกแบบเลยครับ อย่างเมื่อกี้พี่ช่างภาพเปิดเพลงตอนถ่ายรูป เรามองหน้ากันก็ขำละ เพราะเป็นเพลงที่เราได้ยินจากมีมใน TikTok บ่อย เพลงขึ้นปุ๊บ เรามองหน้ากันแล้วขำพร้อมกันได้ เป็นฟีลแบบรู้ใจ โมเมนต์แบบนี้มีตลอด
WAR: ตั้งแต่วันแรกที่เจอกันที่ร้านไอติมจนถึงวันนี้เราเจอกันแทบทุกวันเลย
YIN: แล้วเวลาเจอกันก็ไม่ได้มีอะไรคุยกันนะ (หัวเราะ) เพื่อนกันจริงๆ จะนั่งเงียบๆ ด้วยกันได้ ไม่ต้องหาเรื่องมาคุยกัน
ELLE MEN: เป้าหมายส่วนตัวที่อยากทำ?
YIN: ผมมีเป้าหมายว่าอยากลองเล่นหนังหรือซีรีส์สักเรื่องที่เขาตั้งใจปั้นขึ้นมา เช่น วันหนึ่งถ่ายได้เพียงห้าซีน ผมดูซีรีส์เกาหลี โอ้โห ทุกซีนนี่ภาพอย่างสวยเลย แม้แต่ซีนที่ถ่ายตัวสาม ตัวสี่ ภาพก็ยังละเมียด ผมอยากอยู่ในโปรเจกต์ที่เขาลงทุนสร้างผลงานไม่ใช่แค่สร้างธุรกิจ ผมอยากทำอะไรแบบนั้นสักเรื่องจริงๆ ยกตัวอย่าง ซีรีส์เกาหลีที่ผมชอบเรื่อง While You Were Sleeping ตัวละครเป็นทนายความซึ่งบทแสดงให้เห็นถึงความดราม่าของอาชีพนั้น แต่ละครบ้านเราคนดูไม่รู้หรอกว่าตัวละครทำอาชีพอะไร แต่สุดท้ายต้องมารักกับคนนี้ ผมจึงอยากเล่นซีรีส์แนวอาชีพสักครั้งมันควรค่าที่เราจะให้เวลาศึกษาและเก็บรายละเอียดของอาชีพต่างๆ เพื่อมาแสดง
WAR: (ทำหน้างงๆ) ผมไม่มีเป้าหมาย ไม่มีแผน อนาคตอะไรจะเกิดก็เกิด ผมเป็นแบบนี้
ELLE MEN: ชอบที่วอร์เป็นแบบนี้ เป็นคนที่ไม่ต้องพยายามปั้นคำตอบ ตอบแบบเรียลๆ ได้เลย
WAR: ผมมีแพลนหลวมๆ คืออยากทำงานให้ดีที่สุด ยังไม่รู้ว่าอยากไปทางไหน แต่ชอบงานภาพยนตร์ เป้าหมายชีวิตก็เป็นเรื่องพื้นฐานทั่วไปเลยครับ คือได้ทำสิ่งที่ชอบ สุขภาพดีแค่นี้พอแล้ว เรื่องงานก็อยากทำอะไรเกี่ยวกับภาพยนตร์และเหมือนหยิ่น คืออยากเป็นนักแสดงที่ได้รับบทดีๆ
Story: Supakdipa Poolsap
Photographer: Akkapon Kumpusan
Stylists: Kriengkrai Saejung, Seksit Nhuin, Tidawan Suttichai
Style Assistant: Tidawan Suttichai
Make up: Chanont Srinumtha
Hair: Chalumchai Loonsukwong