โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

11 วิธีสู่การเป็นคนที่ "คนรอบข้างอยู่ด้วยแล้วสบายใจ"

Mission To The Moon

เผยแพร่ 02 พ.ย. 2565 เวลา 12.00 น.

เคยมีเพื่อนสักคนไหมที่เราไม่อึดอัดใจเวลาต้องอยู่ด้วยกันสองต่อสอง? ซึ่งเขาคนนั้นมักจะเป็นคนที่สร้างรอยยิ้มให้คนในกลุ่มเสมอ เป็นคนที่คนอื่นๆ ฝากความลับและคอยปรึกษาเวลาทุกข์ใจ แถมแม้จะไม่ได้เจอกันนานแค่ไหน เราก็สบายใจเมื่อได้เจอหน้ากันอีกครั้ง
.
เชื่อว่าเราทุกคนล้วนมีเพื่อนแบบนี้สัก 1-2 คนในชีวิต
.
แล้วถ้าเกิดเราอยากเป็น “เพื่อนคนนั้น” ให้คนรอบตัวบ้างล่ะ ต้องทำอย่างไร
.
.
1) #ยิ้มแย้มอยู่เสมอ
“สีหน้าและภาษากายเป็นปัจจัยสำคัญที่เราใช้ในการตัดสินว่า ใครอยากมีปฏิสัมพันธ์กับเรา” ดอกเตอร์ Michele Barton นักจิตวิทยากล่าว เธอยังย้ำอีกว่ารอยยิ้มนั้นเป็นหนึ่งในการเชิญชวนที่ชัดเจนที่สุด ว่าเราอยากมีสานสัมพันธ์กับอีกฝ่าย
.
2) #ทำให้คนรอบข้างรู้สึกว่าเรามั่นใจ
แม้ว่าลึกๆ เราอาจกังวล แต่การแสดงออกว่าเรามั่นใจและไม่เกรงกลัวที่จะเป็นตัวของตัวเอง จะช่วยทำให้คนข้างๆ รู้สึกสบายใจในการอยู่กับเรา
.
3) #ชมอีกฝ่าย
Michele Barton ยังบอกอีกว่า “การชมผู้อื่นพร้อมมอบรอยยิ้มจริงใจคือการละลายพฤติกรรม (Icebreaker) อันเป็นสากล” ดังนั้นถ้าคิดไม่ออกว่าจะทลายกำแพงเพื่อสานความสัมพันธ์อย่างไร ลองเริ่มจากการชมอีกฝ่ายดู
.
4) #อย่าเร็วเกินไป
หากเราเป็นคนเข้ากับคนอื่นง่ายอยู่แล้ว การชวนอีกฝ่ายสนทนาอาจไม่ใช่ปัญหา แต่สิ่งที่ต้องระวังคือการพูดเร็วเกินไปและการพูดไม่หยุด เพราะมันอาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกท่วมท้นและตั้งตัวไม่ทันได้
.
5) #แสดงออกผ่านภาษากาย
หากเราคุยกับคนที่เอาแต่กอดอก ก้มหน้า และไม่ยอมสบตา เราคงรู้สึกว่าพวกเขาไม่อยากคุยกับเราใช่ไหม? ดังนั้นเวลาคุยกับใครเราควรหลีกเลี่ยงการทำเช่นนั้น และหันมาใช้ภาษากายที่เปิดเผย เช่น สบตาเป็นพักๆ นั่งแบบไม่เกร็ง หรือโน้มตัวเข้าไปใกล้ๆ เป็นต้น
.
6) #แสดงออกว่าตั้งใจฟัง
ระหว่างบทสนทนา เราควรสบตาอีกฝ่ายเป็นพักๆ และโน้มตัวเข้าไปใกล้ๆ ราวกับว่าอีกฝ่ายเป็นบุคคลสำคัญที่สุดในห้องนี้ และที่สำคัญเราไม่ควรก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์
.
7) #ใช้เทคนิคกระจกเงา
“Mirroring Technique” หรือเทคนิคการเลียนแบบอีกฝ่าย เป็นเทคนิคทางจิตวิทยาที่ช่วยให้อีกฝ่ายรู้สึกสบายใจและสนิทสนมกับเราได้เร็วขึ้น ดังนั้นเวลาอีกฝ่ายพูด ลองสังเกตโทนเสียง ท่าทาง และการแสดงออกทางสีหน้า แล้วลองทำตามแบบเนียนๆ ดู
.
8) #สร้างสภาพแวดล้อมที่ให้ความรู้สึกสบายใจ
หากเรามีแขกมาที่บ้าน เราควรทำให้พวกเขารู้สึกสบายใจราวกับอยู่บ้านตนเอง ผ่านการเสิร์ฟขนม เสิร์ฟน้ำ ให้สวมรองเท้าใส่ในบ้าน ไปจนถึงการเปิดเพลงชิวๆ ให้บรรยากาศสบายๆ
.
9) #ปล่อยมุกตลกบ้าง
เคยสังเกตไหมว่าคนที่เราอยู่ด้วยแล้วสบายใจ มักจะเป็นคนที่ชวนเราหัวเราะได้บ่อยๆ ถ้าไม่รู้จะเริ่มอย่างไร อาจลองสังเกตจากพวกเขาดูได้ว่าปกติเขาเล่นมุกแบบไหน แซวตัวเอง แซวคนรอบตัว หรือหยิบยกเรื่องในอดีตมาเล่า จากนั้นก็ลองนำเทคนิคไปใช้ตาม
.
10) #พูดความจริง
บ่อยครั้งเรามักจะบอกได้เสมอว่าอีกฝ่ายโกหกและไม่จริงจัง ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ เราควรพูดความจริงเท่าที่ทำได้ เป็นต้นว่า หากเรากับเพื่อนชวนกันไปร้านกาแฟ และพบว่าร้านบริการไม่ดีนัก การฝืนและทำเหมือนว่าทุกอย่างโอเคอาจชวนให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดได้ สู้บ่นให้กันฟังแบบตรงๆ ไปเลยจะดีกว่า (เช่น ‘ไม่โอเคเลยแกว่าไหม วันหลังไปร้านอื่นกันดีกว่า’)
.
11) #มีอัธยาศัยดี
โดยรวมแล้วการเป็นคนอัธยาศัยดี เห็นอกเห็นใจผู้อื่นและไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณเมื่อคนอื่นทำอะไรดีๆ ให้นี่แหละ จะทำให้เราเป็นคนที่คนรอบข้างอยากอยู่ด้วยอย่างแท้จริง
.
.
บทความจากเว็บไซต์ The Atlantic เผยว่า งานวิจัยพบว่าจริงๆ แล้วอารมณ์ของเรานั้นส่งผลต่อคนอื่นมากกว่าที่เราคิด ดังนั้นถ้าอยากจะทำให้คนรอบตัวรู้สึกดีกับเรา เราก็ควรจะอยู่ในอารมณ์ที่ดีเสียก่อน อย่างการรู้จักควบคุมอารมณ์ ไม่หงุดหงิด และไม่เสียงดังโวยวาย (แต่แน่นอนว่านั่นไม่ได้หมายความว่าเราต้องเก็บกดและยอมทุกสถานการณ์นะ เลือกควบคุมอย่างพอดีจะดีกว่า)
.
และแน่นอนว่าเราไม่ต้องนั่งจำวิธีเหล่านี้และทำให้ครบ แค่ทำสัก 2-3 ข้ออย่าง “จริงใจ” ก็พอ แค่นี้คนรอบตัวก็รู้สึกดีที่ได้อยู่ใกล้ๆ เราแล้ว :)
.
.
อ้างอิง
How To Make Friends More Easily : https://bit.ly/3gEURyk
'Affective Presence': How You Make Other People Feel : https://bit.ly/3sETWk8
.
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#selfdevelopment
#inspiration

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...