โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวมทุกข้อสงสัย! แม่ไม่เชื่อ ลูกสาว 7 ขวบ เสียชีวิตบนรถโรงเรียน

อีจัน

อัพเดต 31 ส.ค. 2565 เวลา 10.48 น. • เผยแพร่ 31 ส.ค. 2565 เวลา 10.48 น. • อีจัน

รวมทุกข้อสงสัย เหตุลืมเด็กนักเรียนชั้น ป.2 อายุ 7 ขวบ ในรถโรงเรียน จนเด็กเสียชีวิต

อีกแล้ว! ครูลืมเด็ก 7 ขวบไว้บนรถ เจออีกทีเสียชีวิตแล้ว

ซึ่งวันนี้(31 ส.ค. 65) คุณพ่อ คุณแม่ และคุณป้า ของน้องจีฮุน อายุ 7 ขวบ นักเรียนชั้น ป.2 โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ใน จ.ชลบุรี ได้มาออกรายการโหนกระแส เล่าเหตุการณ์หลังได้รับแจ้งจากทางโรงเรียน ว่าน้องจีฮุนเสียชีวิต พร้อมทั้งข้อสงสัยที่มีกับเหตุการณ์สุดสลดใจนี้ โดยคุณแม่ เล่าว่า ตอนออกมาส่งลูกขึ้นรถโรงเรียน เห็นมีนักเรียนอยู่ประมาณ 2-3 คนในรถ

คุณป้า เล่าเสริมว่า ทางคุณครูที่เป็นผู้ขับรถรับส่งนักเรียน บอกว่า หลังจากรับน้องจีฮุนแล้ว ได้ไปรับเด็กอนุบาลต่อ เมื่อเด็กอนุบาลขึ้นรถมา จึงจัดให้น้องจีฮุนขยับไปนั่งแถวที่ 3 ของรถตู้ เป็นแถวก่อนแถวสุดท้าย จากนั้นก็ขับรถไปส่งเด็กๆที่โรงเรียน จากนั้นครูพี่เลี้ยงอีกคนหนึ่งที่นั่งกับเด็กๆ ก็พาเด็กลงจากรถ แล้วบอกครูผู้ชายคนขับรถว่าเด็กลงหมดแล้ว ครูผู้ชายจึงขับรถไปจอดที่โรงรถของโรงเรียน มีหลังคาบังแดดอยู่ประมาณครึ่งหนึ่ง ซึ่งบริเวณนั้นจะมีคนดูแลรถอยู่ประมาณ 3 คน และมีรถบัสโรงเรียนจอดอยู่อีก 3 คัน ส่วนกระจกของรถตู้รับส่งนักเรียนคันเกิดเหตุเป็นกระจกใส ซึ่งครูผู้ชายคนขับรถบอกว่าได้นำรถไปจอดแบบเอาหน้ารถทิ่มเข้าไปฝั่งด้านในโรงจอดรถ ท้ายรถจะเลยหลังคาออกมาไม่ได้อยู่ในร่ม และรถไม่ได้ล็อกประตู เนื่องจากผู้อำนวยการสั่งไว้ ว่าไม่ให้ล็อกประตูรถ

ทั้งนี้ สาระสำคัญที่พ่อแม่และครอบครัว ยังติดใจสงสัย มีประเด็นดังนี้

1.ครูคนขับรถตู้บอกว่ารถไม่ได้ล็อก ทำไมน้องจีฮุนไม่ได้เปิดประตูออกมา

2. กระจกรถตู้ค่อนข้างใส และมีคนดูแลรถอยู่ตรงนั้นประมาณ 3 คน จะไม่มีใครมองเห็นเด็กในรถเลยหรือ หากเด็กลุกมาขอความช่วยเหลือหรือส่งเสียง

3. รถตู้ไม่มีที่กั้นระหว่างข้างหน้ากับข้างหลัง ซึ่งน้องจีฮุนสามารถที่จะมุดตัวข้ามไปข้างหน้ารถได้ แล้วบีบแตรได้ หรือเปิดประตูทั้ง 2 ฝั่งโซนหน้ารถได้ หากประตูรถไม่ได้ล็อกตามที่คุณครูคนขับรถบอก ซึ่งคุณแม่ยืนยันว่าน้องสามารถเปิดประตูได้ เพราะน้องเปิดเองเป็น ลูกสาวไม่ใช่เด็กเล็กแล้ว ตัวก็ค่อนข้างโต สูง 130 ซม.

4. ครูพี่เลี้ยงบอกว่าเป็นคนรับน้องจีฮุนขึ้นรถ และจัดให้ขยับไปนั่งที่เบาะแถว 3 เอง ซึ่งตัวครูพี่เลี้ยงก็นั่งอยู่ที่เบาะเดี่ยวแถว 2 ซึ่งไม่ห่างจากน้องจีฮุน หันไปมองยังไงก็ต้องเห็น ไม่ว่าน้องจะนั่งหรือนอน เพราะน้องใม่ใช่เด็กตัวเล็ก และครูพี่เลี้ยงน่าจะต้องจำได้ว่ามีเด็กนั่งข้างหลังอีก เพราะเป็นคนจัดให้เด็กไปนั่งเอง ที่บอกว่าลงรถแล้วลืม น้องหลับ เหตุผลนี้ฟังไม่ขึ้น

ส่วนอีกประเด็นที่สงสัยด้วยคือ ปกติคุณแม่จะมีการไลน์แจ้งคุณครูทุกครั้ง เรื่องการลาหรือขาดเรียนของลูกสาว หรือวันไหนจะขอเลิกไวก็ไลน์แจ้งครู ซึ่งถ้าวันไหนไม่มีแจ้งก็แปลว่าน้องจีฮุนไปโรงเรียน ซึ่งวันนั้นที่น้องไม่ได้เข้าห้องเรียน คุณครูประจำชั้นก็ไม่ได้มีการสอบถามมา หรือเช็กอีกรอบว่าเด็กหายไปไหน มาโรงเรียนหรือไม่ ควรจะต้องมีการแจ้งหรือสอบถามกับผู้ปกครองด้วย

นอกจากนี้ ทางพี่หนุ่ม กรรชัย ก็ยังมีประเด็นสงสัยในเรื่องของลักษณะเบาะนั่งในรถตู้คันเกิดเหตุด้วยว่า ถ้าคนเป็นครูพี่เลี้ยง ลงจากรถมา แล้วมองกลับเข้าดูในรถ จะมองไม่เห็นเด็กอายุ 7 ขวบ ในรถเลยเหรอ ไม่ได้กันไปมองเลยเหรอ เพราะถ้าไม่ได้หันไปมองดูเลย ก็คือชุ่ยมาก ผิดปกติแล้ว หรือแม้กระทั่งเป็นครูคนขับรถ ขับรถไปจอดแล้วลงจากรถ ไม่ได้เดินไปดูรถเลยเหรอ ซึ่งเวลา 16.00 น. ที่ต้องนำรถตู้มารอรับนักเรียนไปส่งหลังเลิกเรียน ก็จะมีพนักงานเป็นคนขยับรถจากโรงจอดรถ แล้วขับมาจอดรอให้ครูคนขับที่หน้าโรงอาหาร เพราะฉะนั้นจะไม่มีใครเห็นเด็กเลยเหรอ ทั้งที่เด็กก็ตัวโต

ซึ่งจากที่พี่หนุ่ม กรรชัย อธิบาย ทางครอบครัวของน้องจีฮุนก็ตอบรับด้วยว่า นี่ก็คือสิ่งที่สงสัยมากเช่นกัน ว่าไม่มีใครเห็นเด็กเลยได้อย่างไร

ส่วนผลการชันสูตรเบื้องต้น คุณแม่ บอกว่า ทราบจากทางคุณหมอว่า ระบบไหลเวียนเลือดล้มเหลว และที่มีเลือดไหลออกจากปากน้องเป็นอาการจากภาวะฮีทสโตรก ส่วนผลชันสูตรละเอียดยังต้องรออีกครั้ง

คัดค้านประกันตัว เอ็ม อภิดิศร์ ข่มขืนดาราสาวคลิปแนะนำอีจัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...