นนท.สาวเดินถ่ายรูปชั้น 2 น้ำตกกวางโตน พลาดลื่นพลัดตกหน้าผากว่า 10 เมตร เสียชีวิต
(19 ก.ย. 69) เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวผาชนะได อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อ.โขงเจียม ได้รับแจ้งมีนักท่องเที่ยวตกจากหน้าผาบริเวณน้ำตกกวางโตน ใกล้ผากำปั่น เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานหน่วยกู้ภัยอำเภอโขงเจียม และรุดไปยังจุดเกิดเหตุซึ่งต้องเดินเท้าตามเส้นทางเดินท่องเที่ยวห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวกว่า 3 กิโลเมตร ถึงบริเวณลานน้ำตกกวางโตนพบกลุ่มนักท่องเที่ยวอยู่ในอาการหวาดวิตกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ทราบชื่อผู้ตกลงไปคือ นส.วรรณสิสา อายุ 48 ปี เจ้าหน้าที่อุทยานและอาสาสมัครกู้ภัยโขงเจียม ได้เร่งรีบเดินลงไปยังชั้นล่างใช้เวลากว่า 40 นาที พบว่า นส.วรรณวิสา ไม่มีสัญญาณชีพแล้ว แม้เจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามช่วยทำ CPR แต่ไม่สามารถช่วยได้ เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันนำร่างของผู้เสียชีวิตขึ้นมายังลานน้ำตกอย่างทุลักทุเล ต่อมา พ.ต.อ.สันติภาพ สายงาม ผกก.สภ.โขงเจียม รับแจ้งเหตุได้พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน และแพทย์จาก รพ.โขงเจียม เข้าทำการตรวจที่เกิดเหตุ พร้อมส่งร่างผู้เสียชีวิตไปนิติเวช รพ.สรรพสิทธิประสงค์ เพื่อพิสูจน์การเสียชีวิต
และเมื่อเช้าวันที่ 19 ก.ย. นายวินัย ณรงค์กูล พ่อของผู้ตายและญาติหลังได้รับแจ้งเหตุได้เดินทางไปยังนิติเวช รพ.สรรพสิทธิประสงค์ และประสานงานกับพนักงานสอบสวนเพื่อจัดการกระบวนการเพื่อขอรับศพกลับภูมิลำเนา โดยมีนายประมวล รัตนวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ให้การอำนวยความสะดวกและประสานงานส่วนที่เกี่ยวข้องแก่ญาติผู้ตาย
นายประมวล รัตนวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ได้แสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายประมวล กล่าวว่ากลุ่มผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาท่องเที่ยว แคมป์ปิ้งบริเวณน้ำตกกวางโตน ผาชนะได ซึ่งเหตุการณ์กลุ่มนักท่องเที่ยวจำนวน 14 คน ได้มาลงทะเบียนท่องเที่ยวและจะพักแรมที่น้ำตกกวางโตน จากการสอบถามเพื่อนผู้เสียชีวิตทราบว่าผู้เสียชีวิตได้เดินลงไปถ่ายรูปที่ชั้นที่ 2 ของน้ำตกและลื่นตกลงไปชั้นล่างซึ่งสูงกว่า 10 เมตร นายประมวลกล่าวว่าได้รับแจ้งเวลา 15.44 น. ได้ประสานชุดช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและพยาบาลลงไปช่วยซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางนานกว่า 40 นาที ตรวจพบว่าไม่มีสัญญาณชีพแล้ว นายประมวลได้ฝากเตือนนักท่องเที่ยวว่าช่วงนี้เป็นหน้าฝน บริเวณน้ำตก พลานหินต่างๆ ในเขตอุทยานผาแต้มจะลื่น การเดินต้องระวัง พื้นที่เสี่ยงใกล้หน้าผาสูงชันให้หลีกเลี่ยงไม่เข้าใกล้ และเกิดเหตุให้ประสานเจ้าหน้าที่โดยด่วน
สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ได้รับแจ้งว่าทางอุทยานได้รับแจ้งว่าหัวหน้าทีมเคยมาบ่อยครั้งและไม่ต้องการเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ดูแลอุทยานนำทาง หลังลงทะเบียนแล้วทางเจ้าหน้าที่จึงปล่อยให้เดินทางไปเที่ยวตามที่กลุ่มนักท่องเที่ยวแจ้งความประสงค์