บาร์ปักกิ่งผุดไอเดียจิบเบียร์แถมโทเคนเอไอฟรี กลายเป็นสวรรค์นักเขียนโค้ด
วานนี้ (30 ส.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกี่ยวกับการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของบาร์แห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่ง จนกระทั่งกลายเป็นสถานที่ชุมนุมยอดนิยมของนักไอที ด้วยกลยุทธ์ขายเครื่องดื่มแถมโทเคนสำหรับใช้งานเอไอ
บาร์ดังกล่าวมีชื่อว่าบาร์เอจีไอ ตั้งอยู่ในย่านศูนย์กลางเทคโนโลยีจงกวนชุน หรือที่รู้จักกันในนาม “ซิลิคอนแวลลีย์” แห่งเมืองจีน เปิดโอกาสให้ลูกค้าที่สั่งเครื่องดื่มได้รับสิทธิ์ใช้งานโมเดลเอไอผ่านการมอบโทเคนฟรีแบบไม่จำกัด
หยางหยวน ผู้จัดการร้านเปิดเผยว่า บาร์แห่งนี้เปิดให้บริการตั้งแต่มิถุนายนปีก่อน โดยให้บริการฟรีโทเคนสำหรับใช้กับโมเดลเอไอหลากหลายค่าย เพียงลูกค้าสั่งเครื่องดื่มและติดตั้งปลั๊กอินเพื่อเชื่อมต่อกับระบบเอไอเอเยนต์ของร้าน
สำหรับเครื่องดื่มในร้านก็มีให้เลือกมากกว่าสิบรายการ โดย “เบียร์เอจีไอ” ที่เป็นสินค้าขายดีที่สุดมีราคาเริ่มต้นเพียง 9.9 หยวน หรือราว 50 บาทเท่านั้น นอกจากนี้ ทางร้านยังได้ติดตั้งคอมพิวเตอร์ประมวลผลสูงเอ็นวิเดีย ดีจีเอ็กซ์ สปาร์ค จำนวนสองเครื่อง เพื่อรองรับโมเดลดีปซีค-วี4-แฟลช ให้ลูกค้าได้ทดลองใช้งานกันอย่างเต็มที่แบบฟรีๆ โดยเจ้าของร้านเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านโทเคนทั้งหมด ซึ่งไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดจำนวนโทเคนที่ลูกค้าเข้ามาใช้
ภายในบาร์ซึ่งตั้งชื่อโดยใช้ตัวย่อของ Artificial General Intelligence (ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป) ตกแต่งผนังด้วยโลโก้และสินค้าที่ระลึกจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน เช่น อาลีบาบา และเทนเซ็นต์ ทั้งยังตั้งอยู่ใกล้กับสำนักงานใหญ่ของบริษัทเอไอชั้นนำอย่าง มูนช็อต เอไอ และ ดีปซีค รวมถึงมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่างชิงหวาและปักกิ่ง ทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นศูนย์รวมของเหล่าผู้พัฒนาและผู้เชี่ยวชาญด้านเอไอ ที่มักมารวมตัวกันจัดกิจกรรมพบปะสังสรรค์และแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการเขียนโค้ดคำสั่งต่างๆ
หยางกล่าวว่า "นับตั้งแต่เราเริ่มแจกโปรโมชันโทเคนฟรี มีผู้หลงใหลในเทคโนโลยีเอไอและผู้คนในอุตสาหกรรมนี้เดินทางมาที่นี่เพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ"
เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นต่อบาร์แห่งนี้บนเว็บไซต์รีวิวร้านอาหารชื่อดังอย่างต้าจงเตี้ยนผิง โดยวิจารณ์ว่า "เป็นบาร์ที่มีกลิ่นอายแห่งอนาคตอย่างแท้จริง" และถือเป็น "ตัวอย่างอันยอดเยี่ยมของการผสมผสานระหว่างวงการเครื่องดื่มกับเทคโนโลยีเอไอได้อย่างลงตัว”
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : scmp.com
เครดิตภาพ : REUTERS