“อัญชะลี” เปิดใจ นาที “ฉลอง เรี่ยวแรง” โทรหาเป็นสายแรกหลังยิง ปมทวงเงิน 11 ล้าน
“อัญชะลี” เปิดใจ นาที “ฉลอง เรี่ยวแรง” โทรหาเป็นสายแรกหลังยิง ปมทวงเงิน 11 ล้าน เผยช่วยเกลี้ยกล่อมให้ใจเย็น ก่อนส่งปืนให้ตำรวจ ชี้หากไม่ได้คุยกัน หวั่นสถานการณ์บานปลาย มีคนเดือดร้อนเพิ่ม
ภายหลังเข้าเยี่ยม นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ นางอัญชะลี ไพรรีรักษ์ เปิดเผยถึงเหตุการณ์ในช่วงหลังเกิดเหตุว่า นายฉลองได้โทรศัพท์มาหาตนเป็นสายแรก พร้อมเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
นางอัญชะลีกล่าวว่า ระหว่างที่นายฉลองโทรศัพท์เข้ามา ตนทำได้เพียงพยายามเกลี้ยกล่อมให้ใจเย็น และถามว่าอยู่บริเวณใด โดยขณะนั้นตนกำลังจัดรายการอยู่ จึงพยายามลดเสียงการสนทนาลง เพื่อไม่ให้ผู้ชมทราบถึงพิกัดของนายฉลอง
นายฉลองเล่าให้ฟังว่า หลังเกิดเหตุได้ยิงไปแล้วและเดินออกมา พร้อมระบายความในใจเกี่ยวกับปมการทวงเงินจำนวน 11 ล้านบาท โดยอ้างว่าได้พูดคุยเรื่องเงินกับอีกฝ่าย แต่กลับไม่ได้รับการตอบสนองและรู้สึกว่าอีกฝ่ายทำเหมือนตนเองไม่ใช่คน ก่อนจะระบายความรู้สึกต่างๆ ออกมา
นางอัญชะลีกล่าวต่อว่า ระหว่างที่พูดคุยกัน ตนได้ส่งสัญญาณให้ทีมงานติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึง ตนยังคงอยู่ในสายและได้ยินบทสนทนาระหว่างตำรวจและนายฉลองทั้งหมด
ขณะนั้นตำรวจได้ขอปืนจากนายฉลอง ตนจึงช่วยพูดเกลี้ยกล่อมว่า “ส่งปืนให้ตำรวจนะ” ก่อนที่นายฉลองจะถอดกระสุนออกจากปืนและส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ จากนั้นตนได้ถามนายฉลองว่ายังต้องการพูดคุยกับตนหรือไม่ เมื่อได้รับคำตอบว่ายังอยากคุย ตนจึงพูดคุยต่อเพื่อช่วยให้สถานการณ์สงบลง
ต่อมาตำรวจได้เชิญตัวนายฉลองขึ้นรถ นางอัญชะลีกล่าวว่า ตนได้บอกให้นายฉลองขึ้นรถไปกับตำรวจ และจะเดินทางไปหาอีกครั้งหลังเสร็จงาน
สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างตนกับนายฉลอง นางอัญชะลีกล่าวว่า ปกติไม่ได้พูดคุยกันเรื่องการเมืองในจังหวัดนนทบุรี แต่เคยพูดคุยกันเกี่ยวกับการเมืองระดับประเทศ ส่วนเรื่องอาการเจ็บป่วยของนายฉลองนั้น ไม่เคยพูดคุยกันมาก่อน
นางอัญชะลียังเปิดเผยว่า หลังเข้าเยี่ยมนายฉลองภายในห้องสอบสวน พบว่าเจ้าตัวรับประทานข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว รับประทานยาที่เกี่ยวกับโรคเลือด และดื่มกาแฟเย็น ก่อนที่ตำรวจจะเริ่มสอบปากคำอย่างเป็นทางการ
ส่วนสาเหตุที่ตนเดินทางมาที่โรงพักในวันนี้ เนื่องจากตำรวจเรียกมาสอบถามว่าเหตุใดนายฉลองจึงโทรศัพท์หาตนเป็นสายแรกหลังเกิดเหตุ
นางอัญชะลีกล่าวด้วยว่า ตอนแรกไม่ได้ต้องการให้นายฉลองให้สัมภาษณ์หรือพูดเรื่องดังกล่าวออกอากาศสด และประกอบกับเพิ่งเกิดเหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี จึงรู้สึกกังวลและหวาดกลัวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตนพยายามเกลี้ยกล่อมให้นายฉลองใจเย็น และมองว่าเป็นเรื่องดีที่นายฉลองโทรศัพท์มาหาตน เพราะหากไม่ได้พูดคุยกันในเวลานั้น อาจควบคุมสติไม่ได้ และอาจมีผู้ได้รับความเดือดร้อนเพิ่มขึ้น รวมถึงสถานการณ์อาจบานปลายมากกว่านี้
ขณะนี้นายฉลองอยู่ระหว่างการสอบปากคำอย่างเป็นทางการของพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป