โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Write a Letter You’ll Never Send ลองเขียนจดหมาย (แบบไม่ต้องส่ง) ถึงคนที่ยังค้างอยู่ในใจ เพื่อมองและเข้าใจความรู้สึกของตัวเองได้ชัดขึ้น

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

มีใครสักคนที่คุณยังอยากพูดอะไรด้วยไหม

อาจเป็นคนที่เคยทำให้เราโกรธ คนที่เคยรักกัน คนที่หายออกจากชีวิตไปแล้ว หรือคนที่เราไม่มีโอกาสได้เจอกันอีก

เรื่องบางเรื่องผ่านไปนานแล้ว แต่พออยู่คนเดียวก็ยังย้อนกลับมาให้คิด เพราะอยากให้พบเจอหรือให้เขากลับมาก็ไม่ใช่ แค่มีคำพูดบางอย่างไม่เคยได้กล่าวออกไป จนกลายเป็นความคาราคาซังเกาะกินใจและชวนไม่สบอารมณ์อย่างยากพรรณนามาเป็นคำ

หากใครกำลังประสบอาการดังว่า มีวิธีหนึ่งที่เรียบง่าย สำหรับใช้จัดการกับความรู้สึกเหล่านี้ นั่นคือการเขียนจดหมายถึงคนคนนั้น โดยตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้นว่า จดหมายฉบับนี้จะไม่ถูกส่ง

ฟังดูแปลกและแอบย้อนแย้ง แต่เงื่อนไขที่ว่า ‘ไม่ต้องส่ง’ ถือเป็นส่วนสำคัญ เพราะเมื่อไม่มีปลายทางคอยรับ เราก็ไม่จำเป็นต้องคิดว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เขียน ไม่ต้องเลือกคำให้สุภาพ ไม่ต้องพยายามอธิบายตัวเองให้ดูดี และไม่ต้องรีบหาข้อสรุปว่าใครผิดใครถูก ได้เขียนสิ่งที่ตัวเองรู้สึกจริงๆ ออกมาโดยไม่ต้องกังวลว่าความรู้สึกนั้นจะถูกตัดสินอย่างไร

แนวคิดนี้เรียกว่า การเขียนเชิงสะท้อนความรู้สึก (Expressive writing) ซึ่งนักจิตวิทยาศึกษากันมานานนมนานมากแล้ว เช่น เจมส์ ไวติง เพนเนเบเกอร์ (James W. Pennebaker) นักจิตวิทยาสังคมชาวอเมริกัน ได้อธิบายว่า การเขียนเรื่องที่ตัวเองมีประสบการณ์ตรง มีความหมาย หรือเรื่องที่เข้ามากระทบความรู้สึก สามารถช่วยให้คนกลับมาทบทวนและทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้ กล่าวคือ เป็นการนำสิ่งที่กระจัดกระจายอยู่ในความคิดออกมาเรียบเรียงเป็นภาษา

เพราะเมื่อความรู้สึกกลายเป็นคำ เราจะสามารถมองเห็นมันได้ชัดขึ้น

หรือในตัวอย่างงานวิจัยที่ศึกษาการเขียนจดหมายเชิงแสดงอารมณ์โดยตรงด้วย (Health Effects of Expressive Letter Writing) โดยให้ผู้เข้าร่วมเขียนถึงบุคคลสำคัญในชีวิต ทั้งคนที่ทำให้เราเป็นสุขและคนที่เคยสร้างความเจ็บปวด แล้วเปรียบเทียบกับคนที่ไม่ได้เขียนเรื่องส่วนตัว ผลพบว่ากลุ่มที่เขียนจดหมายมีเวลานอนมากขึ้น โดยคนที่เขียนถึงคนที่เคยทำร้ายจิตใจรายงานว่าคุณภาพการนอนดีขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม งานนี้ไม่ได้บอกว่าการเขียนจดหมายช่วยรักษาความเศร้าหรือลบบาดแผลทางใจได้ และงานวิจัยเรื่องการเขียนเพื่อจัดการกับความรู้สึกก็พบผลที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน เหมือนกับว่าไว้วางของที่แบกไว้ลงเสียที

ในแง่การปฏิบัติ ถ้าอยากลองทำ เริ่มจากเลือกเรื่องหนึ่งเรื่องที่ยังมีความรู้สึกบางอย่างติดอยู่ในใจ จะเป็นความสัมพันธ์ที่จบไปแล้ว เหตุการณ์ที่ยังนึกถึง หรือเรื่องที่ไม่เคยมีโอกาสได้พูดออกมาก็ได้ จากนั้นหาเวลาสัก 15 - 20 นาที ในสถานที่ที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว แล้วเขียนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น รวมถึงความคิดและความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเรื่องนั้น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาษา ลำดับของเรื่อง หรือการเขียนให้ดี เพราะสิ่งที่งานวิจัยเกี่ยวกับ Expressive writing ให้ความสำคัญคือการเปิดพื้นที่ให้เราเขียนถึงประสบการณ์และความรู้สึกของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา

สำหรับคนที่อยากลองในรูปแบบ ‘จดหมายที่ไม่ส่ง’ ก็สามารถเขียนถึงคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นได้ เพียงตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกว่าไม่ได้เขียนเพื่อให้อีกฝ่ายอ่าน แต่เขียนเพื่อสำรวจสิ่งที่ตัวเองคิดและรู้สึก การเขียนอาจวกไปวนมาหรือเปลี่ยนประเด็นระหว่างทางก็ได้ เพราะไม่มีรูปแบบที่ต้องทำให้ถูกต้อง และไม่จำเป็นต้องพยายามหาคำตอบหรือข้อสรุปให้กับเรื่องที่เกิดขึ้น

เมื่อครบเวลาแล้วก็หยุดเขียนได้เลย ไม่จำเป็นต้องตัดสินทันทีว่ารู้สึกดีขึ้นหรือไม่ เพราะ Expressive writing ไม่ได้ทำงานเหมือนการกดปุ่มแล้วความรู้สึกจะหายไป ผลที่เกิดขึ้นแตกต่างกันในแต่ละคน และสิ่งที่เรารู้สึกหลังเขียนเสร็จอาจเป็นได้ทั้งความโล่งใจ ความรู้สึกเฉยๆ หรือการมองเห็นอารมณ์บางอย่างชัดขึ้นกว่าเดิม

หลังจากนั้นจะเก็บสิ่งที่เขียนไว้หรือกลับมาอ่านในภายหลังก็ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องส่งจดหมายออกไปเพียงเพราะเราเขียนมันเสร็จแล้ว หากต้องการติดต่อหรือพูดคุยกับคนคนนั้นจริงๆ นั่นเป็นการตัดสินใจอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งควรแยกออกจากกิจกรรมการเขียนเพื่อสำรวจความรู้สึกของตัวเอง

คืนนี้ ถ้ามีใครสักคนที่จมในความคิด ลองใช้เวลาสักสิบห้านาทีเขียนถึงเขาดู ไม่ใช่เพื่อให้เขาได้รับจดหมาย แต่เพื่อดูว่าเมื่อทุกอย่างที่ค้างอยู่ถูกวางลงในกระดาษแล้ว เราจะมองเรื่องนั้นและมองตัวเองต่างจากเดิมหรือเปล่า

อ้างอิง

บทความต้นฉบับได้ที่ : Write a Letter You’ll Never Send ลองเขียนจดหมาย (แบบไม่ต้องส่ง) ถึงคนที่ยังค้างอยู่ในใจ เพื่อมองและเข้าใจความรู้สึกของตัวเองได้ชัดขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...