Write a Letter You’ll Never Send ลองเขียนจดหมาย (แบบไม่ต้องส่ง) ถึงคนที่ยังค้างอยู่ในใจ เพื่อมองและเข้าใจความรู้สึกของตัวเองได้ชัดขึ้น
มีใครสักคนที่คุณยังอยากพูดอะไรด้วยไหม
อาจเป็นคนที่เคยทำให้เราโกรธ คนที่เคยรักกัน คนที่หายออกจากชีวิตไปแล้ว หรือคนที่เราไม่มีโอกาสได้เจอกันอีก
เรื่องบางเรื่องผ่านไปนานแล้ว แต่พออยู่คนเดียวก็ยังย้อนกลับมาให้คิด เพราะอยากให้พบเจอหรือให้เขากลับมาก็ไม่ใช่ แค่มีคำพูดบางอย่างไม่เคยได้กล่าวออกไป จนกลายเป็นความคาราคาซังเกาะกินใจและชวนไม่สบอารมณ์อย่างยากพรรณนามาเป็นคำ
หากใครกำลังประสบอาการดังว่า มีวิธีหนึ่งที่เรียบง่าย สำหรับใช้จัดการกับความรู้สึกเหล่านี้ นั่นคือการเขียนจดหมายถึงคนคนนั้น โดยตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้นว่า จดหมายฉบับนี้จะไม่ถูกส่ง
ฟังดูแปลกและแอบย้อนแย้ง แต่เงื่อนไขที่ว่า ‘ไม่ต้องส่ง’ ถือเป็นส่วนสำคัญ เพราะเมื่อไม่มีปลายทางคอยรับ เราก็ไม่จำเป็นต้องคิดว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เขียน ไม่ต้องเลือกคำให้สุภาพ ไม่ต้องพยายามอธิบายตัวเองให้ดูดี และไม่ต้องรีบหาข้อสรุปว่าใครผิดใครถูก ได้เขียนสิ่งที่ตัวเองรู้สึกจริงๆ ออกมาโดยไม่ต้องกังวลว่าความรู้สึกนั้นจะถูกตัดสินอย่างไร
แนวคิดนี้เรียกว่า การเขียนเชิงสะท้อนความรู้สึก (Expressive writing) ซึ่งนักจิตวิทยาศึกษากันมานานนมนานมากแล้ว เช่น เจมส์ ไวติง เพนเนเบเกอร์ (James W. Pennebaker) นักจิตวิทยาสังคมชาวอเมริกัน ได้อธิบายว่า การเขียนเรื่องที่ตัวเองมีประสบการณ์ตรง มีความหมาย หรือเรื่องที่เข้ามากระทบความรู้สึก สามารถช่วยให้คนกลับมาทบทวนและทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้ กล่าวคือ เป็นการนำสิ่งที่กระจัดกระจายอยู่ในความคิดออกมาเรียบเรียงเป็นภาษา
เพราะเมื่อความรู้สึกกลายเป็นคำ เราจะสามารถมองเห็นมันได้ชัดขึ้น
หรือในตัวอย่างงานวิจัยที่ศึกษาการเขียนจดหมายเชิงแสดงอารมณ์โดยตรงด้วย (Health Effects of Expressive Letter Writing) โดยให้ผู้เข้าร่วมเขียนถึงบุคคลสำคัญในชีวิต ทั้งคนที่ทำให้เราเป็นสุขและคนที่เคยสร้างความเจ็บปวด แล้วเปรียบเทียบกับคนที่ไม่ได้เขียนเรื่องส่วนตัว ผลพบว่ากลุ่มที่เขียนจดหมายมีเวลานอนมากขึ้น โดยคนที่เขียนถึงคนที่เคยทำร้ายจิตใจรายงานว่าคุณภาพการนอนดีขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม งานนี้ไม่ได้บอกว่าการเขียนจดหมายช่วยรักษาความเศร้าหรือลบบาดแผลทางใจได้ และงานวิจัยเรื่องการเขียนเพื่อจัดการกับความรู้สึกก็พบผลที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน เหมือนกับว่าไว้วางของที่แบกไว้ลงเสียที
ในแง่การปฏิบัติ ถ้าอยากลองทำ เริ่มจากเลือกเรื่องหนึ่งเรื่องที่ยังมีความรู้สึกบางอย่างติดอยู่ในใจ จะเป็นความสัมพันธ์ที่จบไปแล้ว เหตุการณ์ที่ยังนึกถึง หรือเรื่องที่ไม่เคยมีโอกาสได้พูดออกมาก็ได้ จากนั้นหาเวลาสัก 15 - 20 นาที ในสถานที่ที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว แล้วเขียนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น รวมถึงความคิดและความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเรื่องนั้น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาษา ลำดับของเรื่อง หรือการเขียนให้ดี เพราะสิ่งที่งานวิจัยเกี่ยวกับ Expressive writing ให้ความสำคัญคือการเปิดพื้นที่ให้เราเขียนถึงประสบการณ์และความรู้สึกของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา
สำหรับคนที่อยากลองในรูปแบบ ‘จดหมายที่ไม่ส่ง’ ก็สามารถเขียนถึงคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นได้ เพียงตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกว่าไม่ได้เขียนเพื่อให้อีกฝ่ายอ่าน แต่เขียนเพื่อสำรวจสิ่งที่ตัวเองคิดและรู้สึก การเขียนอาจวกไปวนมาหรือเปลี่ยนประเด็นระหว่างทางก็ได้ เพราะไม่มีรูปแบบที่ต้องทำให้ถูกต้อง และไม่จำเป็นต้องพยายามหาคำตอบหรือข้อสรุปให้กับเรื่องที่เกิดขึ้น
เมื่อครบเวลาแล้วก็หยุดเขียนได้เลย ไม่จำเป็นต้องตัดสินทันทีว่ารู้สึกดีขึ้นหรือไม่ เพราะ Expressive writing ไม่ได้ทำงานเหมือนการกดปุ่มแล้วความรู้สึกจะหายไป ผลที่เกิดขึ้นแตกต่างกันในแต่ละคน และสิ่งที่เรารู้สึกหลังเขียนเสร็จอาจเป็นได้ทั้งความโล่งใจ ความรู้สึกเฉยๆ หรือการมองเห็นอารมณ์บางอย่างชัดขึ้นกว่าเดิม
หลังจากนั้นจะเก็บสิ่งที่เขียนไว้หรือกลับมาอ่านในภายหลังก็ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องส่งจดหมายออกไปเพียงเพราะเราเขียนมันเสร็จแล้ว หากต้องการติดต่อหรือพูดคุยกับคนคนนั้นจริงๆ นั่นเป็นการตัดสินใจอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งควรแยกออกจากกิจกรรมการเขียนเพื่อสำรวจความรู้สึกของตัวเอง
คืนนี้ ถ้ามีใครสักคนที่จมในความคิด ลองใช้เวลาสักสิบห้านาทีเขียนถึงเขาดู ไม่ใช่เพื่อให้เขาได้รับจดหมาย แต่เพื่อดูว่าเมื่อทุกอย่างที่ค้างอยู่ถูกวางลงในกระดาษแล้ว เราจะมองเรื่องนั้นและมองตัวเองต่างจากเดิมหรือเปล่า
อ้างอิง
บทความต้นฉบับได้ที่ : Write a Letter You’ll Never Send ลองเขียนจดหมาย (แบบไม่ต้องส่ง) ถึงคนที่ยังค้างอยู่ในใจ เพื่อมองและเข้าใจความรู้สึกของตัวเองได้ชัดขึ้น
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ‘Bed Rotting’ เทรนด์นอนเน่าอยู่บนเตียง เมื่อการไม่ทำอะไร กลายเป็นวิธีพักจากโลกที่เหนื่อยเกินไป
- ย้อนรอยการถอดบทเรียน จิตวิทยาแห่งความรุนแรง: กับแนวทางการเข้าใจต้นตอ ตัดโอกาสก่อเหตุ และเยียวยาจิตใจสังคม
- ทฤษฎีคู่แฝดเกิดขึ้นได้จริงไหม เรามีโอกาสเจอคนที่หน้าเหมือนกับเราในสักมุมหนึ่งของโลกจริงหรือเปล่า
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath