วิกฤตหนัก!! รร.เอกชน ปิดกิจการ ปี69 พุ่ง 30 แห่งทั่วประเทศ
11 ส.ค. 69 นายศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.กช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ที่มี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เป็นประธานเมื่อเร็วๆ นี้
ได้ติดตามผลการดำเนินการ สวัสดิการตามโครงการเบิกจ่ายตรง (NCH) โดยกองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยภาพรวมยังพบปัญหาเรื่องระบบการเบิกจ่าย
ซึ่งมีความล่าช้า ทำให้โรงพยาบาลเสียสิทธิ ส่งผลให้ปัจจุบันมีโรงพยาบาล เข้าร่วมโครงการเพียง 700 แห่ง ทั้งที่ควรจะมีกว่า 1 พันแห่งทั่วประเทศ โดยเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการศธ. รับจะนำไปหารือกับ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อวางแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป
สำหรับการเบิกจ่ายเงิน กรณี ผู้มีสิทธิ ครูเอกชน จัดโดย กองทุนสงเคราะห์ฯ ศธ. และ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ผ่านระบบออนไลน์ โดยมีหน่วยบริการทั่วประเทศ เข้าร่วม
ซึ่ง สปสช. ได้รับมอบจากกองทุนสงเคราะห์ฯ ในการทำหน้าที่หน่วยงานกลางในการจัดการธุรกรรมการเบิกจ่ายและระบบข้อมูลบริการสาธารณสุข โดยไม่ต้องสำรองจ่ายในการเข้ารับการรักษา สิทธิประโยชน์ดังกล่าวครอบคลุมวงเงินค่ารักษาพยาบาล 150,000 บาทต่อคนต่อปี
ช่วยให้ครูเอกชน เข้าถึงบริการได้สะดวก รวดเร็ว และลดภาระค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกันยังยกระดับระบบเบิกจ่ายของสถานพยาบาล ให้เป็นมาตรฐานเดียว ลดภาระงานเอกสาร และเพิ่มความโปร่งใสในการชำระเงิน
นายศุภเสฏฐ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังหารือ ปัญหาโรงเรียนเอกชน ขอปิดกิจการเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ และอัตราการเกิดที่ลดลง โดยปีการศึกษา 2569 เฉพาะในกรุงเทพฯ มีโรงเรียนเอกชน ขอปิดกิจการไปแล้ว 4 แห่ง ขณะที่ภาพรวมทั่วประเทศ ขอปิดกิจการรวม 20-30 โรงเรียน ส่งผลให้ตัวเลขโรงเรียนเอกชน ลดลงไปอีก
ซึ่งไม่ใช่แค่ปัญหาจากสภาพเศรษฐกิจ หรืออัตราการเกิดที่ลดลงเท่านั้น แต่บางโรงเรียน เป็นเรื่องของครอบครัว ที่ทายาทตัดสินใจไม่ดำเนินกิจการต่อ ซึ่งก่อนขออนุมัติปิดกิจการ ก็จะต้องทำแผนการส่งต่อ นักเรียนไปยังโรงเรียนใหม่ ให้เรียบร้อย รวมถึงดูแลครูและบุคลกรทางการศึกษา ให้ได้รับสิทธิทางกฎหมายอย่างถูกต้อง