โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ลูกสาวร้อง ‘สายไหมต้องรอด’ แม่ถูกอดีต ผอ.โรงเรียนดังเมาขับชนซ้ำ 2 รอบ คดีไม่คืบ

เดลินิวส์

อัพเดต 6 กันยายน 2569 เวลา 21.10 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ลูกสาวร้องทุกข์

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 6 ก.ย. ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด เขตสายไหม กรุงเทพฯ น.ส.ศิริพร บุษธรรม อายุ 44 ปี ลูกสาวของนางลำดวน กองเงิน และนายสาคร กองเงิน อายุ 68 ปี ผู้เสียหาย เข้าร้องขอความเป็นธรรมกรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.หนองแค จ.สระบุรี

น.ส.ศิริพร เปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 18.00 น. ขณะที่พ่อและแม่ขับรถกระบะมาถึงบริเวณทางแยกชุมชนหนองปลาหมอ ต.หนองปลาหมอ อ.หนองแค จ.สระบุรี ได้ถูกรถมิตซูบิชิ ปาเจโร ขับโดยอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สระบุรี ชนท้าย

หลังเกิดเหตุ ตนเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุและอ้างว่าพบคู่กรณีมีอาการคล้ายคนเมา ก่อนเกิดการโต้เถียงกันระหว่างรอประกันภัย ต่อมาคู่กรณีได้ขับรถพุ่งชนรถของครอบครัวซ้ำอีกครั้ง โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้

ผู้เสียหายตั้งข้อสังเกตถึงการดำเนินการในที่เกิดเหตุ โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ตรวจวัดแอลกอฮอล์ทันที และได้รับแจ้งว่าอุปกรณ์ตรวจหมด จึงขอให้ส่งคู่กรณีไปตรวจที่โรงพยาบาล ก่อนทราบภายหลังว่าผลตรวจพบแอลกอฮอล์ในเลือด 130 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

น.ส.ศิริพร ยังระบุว่า ตั้งแต่เกิดเหตุคู่กรณียังไม่ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนด้วยตัวเอง แต่มีญาติเข้าให้ปากคำแทน พร้อมอ้างว่ามีการเสนอเงิน 100,000 บาท ผ่านตำรวจถึง 3 ครั้ง เพื่อให้ยุติเรื่อง แต่ครอบครัวไม่ขอรับเงินและต้องการให้ตำรวจดำเนินคดีตามพยานหลักฐาน

ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างอดีต ผอ.รายดังกล่าวกับนักการเมืองใน จ.สระบุรี น.ส.ศิริพร ระบุว่า จากข้อมูลที่ได้รับ นักการเมืองดังกล่าวรับทราบเรื่องตั้งแต่วันเกิดเหตุ แต่เป็นเพียงการให้คำแนะนำ และไม่ได้เข้ามาแทรกแซงคดี

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กล่าวว่า จากคลิปที่ได้รับพบภาพการชนครั้งที่ 2 ค่อนข้างชัดเจน จึงเห็นว่าควรให้ตำรวจดำเนินการตามพยานหลักฐาน โดยเฉพาะประเด็นผลตรวจแอลกอฮอล์ 130 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้ นายเอกภพ เตรียมประสานรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี และผู้กำกับการ สภ.หนองแค เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี พร้อมระบุว่าไม่ควรปล่อยให้ผู้เสียหายต้องเดินทางจาก จ.สระบุรี มาร้องขอความเป็นธรรมถึงกรุงเทพฯ ในคดีที่สามารถตรวจสอบพยานหลักฐานและดำเนินการตามขั้นตอนได้.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...