ลูกสาวร้อง ‘สายไหมต้องรอด’ แม่ถูกอดีต ผอ.โรงเรียนดังเมาขับชนซ้ำ 2 รอบ คดีไม่คืบ
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 6 ก.ย. ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด เขตสายไหม กรุงเทพฯ น.ส.ศิริพร บุษธรรม อายุ 44 ปี ลูกสาวของนางลำดวน กองเงิน และนายสาคร กองเงิน อายุ 68 ปี ผู้เสียหาย เข้าร้องขอความเป็นธรรมกรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.หนองแค จ.สระบุรี
น.ส.ศิริพร เปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 18.00 น. ขณะที่พ่อและแม่ขับรถกระบะมาถึงบริเวณทางแยกชุมชนหนองปลาหมอ ต.หนองปลาหมอ อ.หนองแค จ.สระบุรี ได้ถูกรถมิตซูบิชิ ปาเจโร ขับโดยอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สระบุรี ชนท้าย
หลังเกิดเหตุ ตนเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุและอ้างว่าพบคู่กรณีมีอาการคล้ายคนเมา ก่อนเกิดการโต้เถียงกันระหว่างรอประกันภัย ต่อมาคู่กรณีได้ขับรถพุ่งชนรถของครอบครัวซ้ำอีกครั้ง โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้
ผู้เสียหายตั้งข้อสังเกตถึงการดำเนินการในที่เกิดเหตุ โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ตรวจวัดแอลกอฮอล์ทันที และได้รับแจ้งว่าอุปกรณ์ตรวจหมด จึงขอให้ส่งคู่กรณีไปตรวจที่โรงพยาบาล ก่อนทราบภายหลังว่าผลตรวจพบแอลกอฮอล์ในเลือด 130 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
น.ส.ศิริพร ยังระบุว่า ตั้งแต่เกิดเหตุคู่กรณียังไม่ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนด้วยตัวเอง แต่มีญาติเข้าให้ปากคำแทน พร้อมอ้างว่ามีการเสนอเงิน 100,000 บาท ผ่านตำรวจถึง 3 ครั้ง เพื่อให้ยุติเรื่อง แต่ครอบครัวไม่ขอรับเงินและต้องการให้ตำรวจดำเนินคดีตามพยานหลักฐาน
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างอดีต ผอ.รายดังกล่าวกับนักการเมืองใน จ.สระบุรี น.ส.ศิริพร ระบุว่า จากข้อมูลที่ได้รับ นักการเมืองดังกล่าวรับทราบเรื่องตั้งแต่วันเกิดเหตุ แต่เป็นเพียงการให้คำแนะนำ และไม่ได้เข้ามาแทรกแซงคดี
ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กล่าวว่า จากคลิปที่ได้รับพบภาพการชนครั้งที่ 2 ค่อนข้างชัดเจน จึงเห็นว่าควรให้ตำรวจดำเนินการตามพยานหลักฐาน โดยเฉพาะประเด็นผลตรวจแอลกอฮอล์ 130 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
ทั้งนี้ นายเอกภพ เตรียมประสานรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี และผู้กำกับการ สภ.หนองแค เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี พร้อมระบุว่าไม่ควรปล่อยให้ผู้เสียหายต้องเดินทางจาก จ.สระบุรี มาร้องขอความเป็นธรรมถึงกรุงเทพฯ ในคดีที่สามารถตรวจสอบพยานหลักฐานและดำเนินการตามขั้นตอนได้.