โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลอาญาชู ม.161/1 สกัดฟ้องปิดปาก เปิดช่องเหยื่อยื่น Take It Down

PostToday

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

นายจีระพัฒน์ พันธุ์ทวี อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เปิดเผยในกิจกรรมสัมมนาความรู้ทางกฎหมายและระบบการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลยุติธรรมแก่สื่อมวลชน ถึงบทบาทของศาลอาญาในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน รวมถึงการรับมือคดีอาชญากรรมที่มีความซับซ้อนและปัญหาการฟ้องคดีเพื่อปิดปาก หรือ SLAPP

นายจีระพัฒน์ระบุว่า ศาลอาญารับพิจารณาคดีสำคัญจากหลายหน่วยงาน เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และกองบังคับการปราบปราม ซึ่งจำนวนไม่น้อยเป็นคดีซับซ้อนหรือมีผู้กระทำผิดเป็นขบวนการ

ปัจจุบันศาลอาญามีแผนกคดียาเสพติด แผนกคดีค้ามนุษย์ และแผนกคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อรองรับคดีเฉพาะด้าน รวมถึงมีศูนย์คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพประชาชน ทำหน้าที่ให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่ผู้ต้องหา จำเลย และผู้เสียหาย เพื่อให้สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับสิทธิของตนได้บนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้อง

สำหรับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ศาลอาญามีบทบาทในการพิจารณาคำร้องเพื่อปิดกั้นเว็บไซต์หรือ URL ที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยที่ผ่านมาได้มีการปิดกั้นแล้วมากกว่า 600,000 URL

นอกจากนี้ ผู้เสียหายจากการเผยแพร่ภาพหรือเนื้อหาที่สร้างความเสียหายสามารถยื่นคำร้องตามกลไก “Take It Down” ต่อศาลอาญาได้โดยตรง ปัจจุบันมีการยื่นคำร้องแล้วประมาณ 50-60 คำร้อง

ส่วนปัญหาการฟ้องปิดปาก หรือ SLAPP นายจีระพัฒน์อธิบายว่า เป็นกรณีที่มีการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต เพื่อสร้างภาระหรือข่มขู่คู่ความ ซึ่งพบได้ทั้งคดีทั่วไป คดีที่เกี่ยวข้องกับการเมือง และคดีหมิ่นประมาทที่มีสื่อมวลชนเป็นจำเลย

ศาลอาญาใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1 เป็นกลไกสำคัญในการคัดกรองการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต หากตรวจจากคำฟ้องแล้วเห็นได้ชัดว่ามีลักษณะดังกล่าว ศาลสามารถยกฟ้องได้ตั้งแต่ชั้นตรวจคำฟ้อง

อย่างไรก็ตาม ในบางคดีข้อเท็จจริงเรื่องความไม่สุจริตอาจไม่ปรากฏชัดจากคำฟ้อง ศาลจึงอาจต้องไต่สวนเพิ่มเติม หรือให้เจ้าพนักงานคดีรวบรวมข้อเท็จจริง เพื่อประกอบการพิจารณา รวมถึงพิจารณาว่าการกระทำที่ถูกฟ้องเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือไม่

นายจีระพัฒน์กล่าวถึงกรณีสื่อมวลชนว่า ปัจจุบันอาจพบการใช้กระบวนการทางกฎหมายฟ้องร้องสื่อที่นำเสนอข่าวเกี่ยวกับกลุ่มทุนสีเทาหรือขบวนการผิดกฎหมาย แม้สื่อจะสามารถต่อสู้คดีได้ แต่การเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมย่อมสร้างภาระทั้งด้านเวลาและการรวบรวมพยานหลักฐาน

ทั้งนี้ ศาลต้องรักษาความเป็นกลางในการพิจารณาคดี ไม่สามารถแสดงบทบาทในลักษณะเลือกช่วยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้โดยตรง จึงใช้กลไกของศูนย์คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ รวมถึงการสื่อสารผ่านทีมโฆษก เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิและกระบวนการยุติธรรมได้อย่างเหมาะสม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...