‘ยิวเกิดมาเพื่อเนรคุณ’
พวกนอมินียิวก็ดี พวกขายที่ดินให้ยิวก็ดี
พวกอำเภอ ก็ดี จังหวัด ก็ดี
พวกข้าราชการส่วนท้องถิ่น เช่นพวก อบต.ก็ดี
รวมทั้งรัฐบาล
อย่าเห็นแก่เงินมากกว่าชาติบ้านเมือง!
อยากให้อ่านนี่ ก่อนที่จะ “สายเกินแก้”
กับการให้ยิวเข้ามา “ตั้งนิคม” อยู่ในบ้านเมืองเรา!
…………………………………………..
คณานันท์ ทวีโภค
ทำไม จึงถูกขับออกจากดินแดนแห่งพันธสัญญา
#เมื่อยิวถามจีนว่า
ทำไมไม่ช่วยอิสราเอล รบกับ ฮามาส
ลองฟังคำตอบ ประชาชนจีนที่รู้ประวัติศาสตร์อ่านแล้วถึงกับอึ้ง ยาวหน่อย แต่เป็นความรู้ระดับ #พันปี
เมื่อ Ross อเมริกันเชื้อสายยิว กล่าวโจมตี
"ทำไมจีนไม่สนับสนุนอิสราเอลโจมตีฮามาส?"
นี่คือคำตอบ
(แปลโดย SB-22/07/24) ส่งต่อจาก “วิชา มหาคุณ”
ประวัติศาสตร์อีกมุมหนึ่งของชนชาติยิว…
สองวันที่ผ่านมา
“Ross” อดีตประธานภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก พรรครีพับลิกัน
สร้างข่าวพาดหัวด้วยการกล่าวหา “ชาวจีน” ว่า
“ไม่มีความเห็นใจชาวยิว จากความขัดแย้งที่กาซา”
ต่อมา มี “ชาวเน็ตจีน” รายหนึ่งเข้ามาเห็น
จึงเขียนบทความสอน “บทเรียนทางประวัติศาสตร์" แก่อเมริกันยิวคนนี้
สรุปว่า ต่อมา Ross ได้แอบลบบทวิจารณ์นี้ทิ้งไป!
ไม่มีใครรู้ว่าผู้เขียนบทความโต้แย้งชายจีนผู้นี้เป็นใคร
แต่ข้อเขียนของเขาได้หลุดรอดออกมา
และถูกเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวาง
เป็นข้อเขียนที่ทุกคนต้องอ่าน!
เพราะเป็นการตอบโต้ที่แข็งกร้าวของชาวเน็ตจีน (11 ก.ค. 2024)
สวัสดีครับคุณ Enge…
ผมรู้สึกช็อกไปกับคำพูดของคุณที่ว่า….
"หากโลกจะสนใจช่วยชาวยิวในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 (WW II) ชาวยิวหกล้านคนก็คงไม่ถูกสังหาร"
แต่นี่มิใช่เหตุผล หรือทำให้ “กองทัพยิว” มีสิทธิ์จะก่อสงครามล้างเผ่าพันธุ์ต่อชาวปาเลสไตน์ใน “ฉนวนกาซา” แต่อย่างใด
ยิ่งไปกว่านั้น มันไม่เป็นความจริงด้วย
ในระหว่าง WW II นั้น ชาวจีนในเซี่ยงไฮ้และนานจิงกำลังถูกรุกราน และถูกสังหารหมู่ โดยกองทัพญี่ปุ่น
ในขณะที่ “ชาวยิว” ถูกฆ่าโดยนาซี
กระนั้นก็ดี แม้ชาวจีนจะประสบเคราะห์กรรมขนาดนั้น
ก็ยังยินดีรับเอาชาวยิว กว่า 50,000 คน
อพยพไปยังประเทศจีน เพื่อหนีภัยจากนาซี
แต่วิธีตอบแทนแบบยิว ก็คือ
ร่วมมือกับญี่ปุ่นสร้าง “รัฐชาวยิว” ขึ้นในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน!
แผนงานนี้เลื่องลือในนามของ Pufferfish Plan
แต่ก็โชคร้าย ในที่สุดแผนการนี้ล้มเหลว
ทำให้นิทานเรื่อง “ชาวนากับงูเห่า”
ไม่อาจเกิดเป็นจริงได้ในแผ่นดินจีน!
แต่ที่เหลือเชื่อยิ่งกว่านั้นคือ เมื่อราวสองสัปดาห์ที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่คนของสถานทูตอิสราเอล ได้กล่าวอ้างอย่างเปิดเผยผ่านทางรูปถ่ายว่า
“ที่ตั้งสถานทูตที่อยู่บนถนนในเซี่ยงไฮ้ เกิดจากการยินยอมให้ใช้ของฝรั่งเศส! (ทั้งที่เรื่องกฎหมายสิทธิสภาพนอกอาณาเขต ถูกยกเลิกไปนานแล้ว)
แต่แน่นอน หากพูดถึงสัมพันธภาพระหว่างจีน กับชาวยิว
ย่อมมีอะไรที่มากไปกว่านั้นมากมาย
ชาวยิวได้ร่อนเร่มายังประเทศจีนตั้งแต่สมัย “ราชวงศ์ซ่ง”
หรือราวพันปีที่ผ่านมา และได้ตั้งถิ่นฐานในจีนตั้งแต่นั้นมา
“ราชวงศ์ซ่ง” ปกครองอาณาจักรจีนโบราณ
ที่ถือกันว่าสมบูรณ์พูนสุขและร่ำรวยที่สุดราชวงศ์หนึ่ง
อย่างไรก็ดี ในกาลต่อมา เมื่อราชวงศ์ซ่งล่มสลาย
ผู้คนอพยพหนีภัยไปทางทิศใต้
นักธุรกิจชาวยิว ที่มีชื่อสกุล Pu ได้ใช้กำลังทหารส่วนตัว เข่นฆ่าชาวเมืองจำนวนมาก ที่เคยเป็นราษฎรภายใต้การปกครองของ “ราชวงศ์ซ่ง”
แล้วนำศพไปให้กองทัพ “ราชวงศ์หยวน”!
เป็นสัญลักษณ์การยอมรับในอำนาจของผู้ปกครอง “ชาวมองโกล” รายใหม่
ในหลายสิบปีหลังจากนั้น “ราชวงศ์จูหยวนจาง” ได้โค่น “ราชวงศ์หยวน” ลง และจัดตั้ง “ราชวงศ์หมิง” ขึ้น
คนจีนเชื้อสายฮั่น จึงกลับขึ้นมามีอำนาจอีกครั้ง
แต่ก็มิได้ขับไล่ “ชุมชนชาวยิว” ผู้ทรยศกลุ่มนี้ออกไป (ทั้งที่ได้เข่นฆ่าชาวจีนไปมากก่อนหน้านั้น)
ต่อมา ในสมัยประวัติศาสตร์ช่วงการเกิด “สงครามฝิ่น”
มีนักธุรกิจชาวยิว “ตระกูล Sassoon” นำฝิ่นจำนวนมากมาจำหน่าย เพื่อหวังผลกำไร
ทำให้ชาวจีนติดฝิ่นกันงอมแงม ประชากรชาวจีนอ่อนแอและล้มตายเป็นจำนวนมาก
คุณ (Mr. Ross) เคยใช้ชีวิตอยู่ในเอเชียมาหลายปี น่าจะคุ้นเคยกับเรื่องนี้ดี
เหตุการณ์ “สงครามฉนวนกาซา” ในครั้งนี้
“ชาวจีน” มิได้รู้สึกเห็นใจ “ชาวยิว”
เพราะชาวจีนมีการศึกษาเรื่องคุณธรรมร่วมสามพันปีมาแล้ว
"Shangshu" วรรณกรรมคลาสสิกที่ยังเหลืออยู่ของจีน ที่เขียนขึ้นตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 10 ก่อนคริสตกาล หรือราว 3,000 ปีพอดี
ซึ่งคงเป็นระยะเวลาเดียวกับที่ “ชาวยิว” ถูกขับไล่ออกจากดินแดนแห่งพันธสัญญา (Promised Land)
และเป็น “ชนชาติเร่ร่อน” ตั้งแต่นั้นมา!
ถ้าคุณ (Mr. Ross) คุ้นเคยกับประวัติศาสตร์ชาวยิว
คุณก็ควรรับรู้และตระหนักถึงมันด้วย
“ชาวอียิปต์” ยอมรับ “ชาวยิว” เข้าไปในดินแดนของตน
แต่ชาวยิวกลับ “ทรยศ” ชาวอียิปต์หลายต่อหลายครั้ง
จนในที่สุด…ชาวยิวก็ถูกเข่นฆ่า
และขับไล่ออกไปจากดินแดนอียิปต์ โดย “กษัตริย์ฟาโรห์”
“อาณาจักรโรมัน” ยอมรับ “ชาวยิว” เป็นส่วนหนึ่งของโรมัน
ถึงขนาดจัดตั้งชุมชนให้เป็น “กลุ่มก้อน” โดยเฉพาะ
แต่ “ชาวยิว” กลับถือโอกาสก่อการกบฏ
ในช่วงเวลาที่กษัตริย์ Trajan มุ่งขยายดินแดนไปทางตะวันออก และกองกำลังความมั่นคงในโรมันอ่อนแอลง
หลังจาก “ชาวยิว” สังหารกองกำลังโรมันที่มีอยู่น้อยนิด
“ชาวยิว” ก็บุกสังหารพลเรือนชาวโรมันอย่างบ้าคลั่ง
ถึงขนาดเฉือนเอาผิวหนังมาทำเสื้อผ้า
กินเนื้อเป็นอาหาร แล้วโยนซากศพเป็นอาหารสัตว์ดุร้าย!
ในเมือง Cyprus Salamis และ Libya
พลเรือนชาวโรมันราว 220,000 คน ถูกสังหารโดยชาวยิว
แต่ในที่สุด กษัตริย์ Trajan ใช้กำลังทหารเพียงสองชุด ก็สามารถทวงคืนอำนาจจากชาวยิวได้อย่างสมบูรณ์
“กองทัพโรมัน” ที่โกรธแค้นได้เคลื่อนทัพจากเมโสโปเตเมียไปตามฝั่งตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
จนทำให้ชาวยิวในพื้นที่เหล่านี้ ถูกฆ่าจนเกือบหมด!
ต่อมา “ชาวยิว” ก็ก่อกบฏอีกครั้ง
คราวนี้ มุ่งสังหารผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์โดยเฉพาะ!
แต่ครั้งนี้ โชคไม่เข้าข้างชาวยิว
เมื่อต้องพบกับ “กษัตริย์ Hadrian” ที่เฉลียวฉลาดที่สุดคนหนึ่งของกรุงโรม ได้ระดมทหาร 120,000 นาย
เข้าสังหารชาวยิวที่ก่อกบฏได้อย่างเบ็ดเสร็จ
“กษัตริย์ Hadrian”
ได้ศึกษาบทเรียนจากยุคสมัยของ “กษัตริย์ Trajan”
จึงได้ยกเลิก “ชุมชนชาวยิว” ทั้งหมด
ทำให้ชาวยิวต้องอยู่กันอย่างกระจัดกระจาย
และแตกฉานซ่านเซ็นไปทั่วโลก
นอกจากนั้น ยังมีจักรพรรดิ Titus ผู้บุกทำลายและสังหารชาวยิวในกรุงเยรูซาเลม ที่เคยเป็น Second Temple
จนปัจจุบันเหลือเพียง Western Wall (ที่เรียกกำแพงร้องไห้) ที่ชาวยิวใช้เป็นที่สวดมนต์ไปติดต่อพระเจ้าฯ
เป็นเวลานับพันปี ที่ชาวยิวต้องถูกเข่นฆ่า
และขับออกนอกประเทศต่างๆ นับครั้งไม่ถ้วน
แต่พวกคุณ “ชาวยิว” ก็ได้ทรยศต่อชาติต่างๆ จำนวนไม่น้อย
ที่เห็นอก-เห็นใจ ต่อความยากลำบากของพวกคุณ! กระนั้นก็ดี พวกคุณก็ยังคงโอหัง
เชื่อว่าชนชาติตนเป็น “ชนชาติอภิสิทธิ์” เหนือกว่าคนชาติอื่นๆ
และเชื่อว่าเป็นชนชาติที่ “พระเจ้าเลือกสรร” ไว้ให้เป็นใหญ่กว่าชนชาติอื่นใด
ทำให้ “ชาวไซออนิสต์ยิว” ไม่เคยตระหนักถึงอดีตของตน
จนเป็นที่สรุปกันแล้วว่า….
“วัฒนธรรมชนชาติยิว” มีลักษณะที่เข้ากับใครยาก
และไม่ยอม “ปรับตัว” เข้าหาวัฒนธรรมอื่น
ความเชื่อของชาวยิวเหล่านี้ จะใช้กับคนจีนไม่ได้
เพราะคนจีนมีหลักการด้านคุณธรรมของตนเอง และไม่เคยคิดว่าชนชาติตนเหนือกว่าคนชนชาติอื่น
แต่จะปฏิบัติต่อคนชาติอื่นอย่างเท่าเทียมกัน
และไม่เกรงกลัวต่อชนชาติอื่น ที่คิดว่าเหนือกว่าชาวจีน
คนจีนจะมีความอดทน อดกลั้น มีความละอายใจ
มีความกตัญญูรู้คุณ และรู้จักตอบแทนบุญคุณคน
“John Rabe” อดีตนาซี ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยช่วยชีวิตชาวจีนที่นานจิง คนจีนที่รู้เรื่องนี้จะนึกถึงบุญคุณของเขาเสมอ
จากเหตุการณ์ เมื่อสองปีที่แล้ว
ที่โรงพยาบาล สถานที่ที่หลานของ John Rabe ทำงานอยู่ เกิดการขาดแคลนยารักษาโรค
จึงร้องขอความช่วยเหลือไปยังสถานทูตจีนในเยอรมัน
ปรากฏว่า ชาวจีนต่างช่วยกันบริจาคเงินและสิ่งของให้กันอย่างแข็งขัน ด้วยความสำนึกในพระคุณในอดีตของ John Rabe
ในช่วง WW II “ประธานของสภากาชาด” แห่งสวีเดน
เคยช่วยเหลือเชลยถึง 35,000 คน จากค่ายกักกันนาซี
โดยในจำนวนนี้ เป็นชาวยิวถึง 6,000 คน
ต่อมา “ยูเอ็น” ส่งเขาไปเป็นผู้แทน เพื่อยืนยันประเด็นเกี่ยวกับขอบเขตดินแดนในกรุงเยรูซาเลม ที่กำหนดขึ้นใหม่
ระหว่าง “อิสราเอล” กับ “ปาเลสไตน์”
ปรากฏว่าเขาถูกยิงถึงหกนัดเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ
จากมือสังหารชาวยิว!
เพียงเพราะเขาพูดถึง "ความยุติธรรม" เพียงไม่กี่คำ
ในระหว่าง WW II เช่นเดียวกัน
“ยูโกสลาเวีย” เคยช่วยชีวิตเด็กหญิงชาวยิวไว้คนหนึ่ง
แต่ 50 ปีต่อมา เธอกลับเป็นคนสั่งให้ทิ้งระเบิดยูโกสลาเวียชนิดไม่เลือกหน้า
หลายปีต่อมา ผู้สื่อข่าวถามระหว่างให้สัมภาษณ์ว่า
“รู้สึกเสียใจบ้างหรือไม่กับการสั่งทิ้งระเบิดยูโกสลาเวีย?”
เธอตอบว่า.. "ไม่เลย"!!
เธอผู้นั้น คืออดีตสตรีที่เป็น “รัฐมนตรีต่างประเทศ” คนแรกของสหรัฐ “Madeleine Albright”!
ในการให้สัมภาษณ์รายการ 60 Minutes ในปี 1996
- M. Albright กล่าวว่า
การที่สหรัฐแซงชันอิรัก (สมัยซัดดัม) ซึ่งได้สังหารเด็กชาวอิรักไปกว่าครึ่งล้าน (เพราะขาดแคลนอาหารและยารักษาโรค) นั้น
เป็นสิ่งที่คุ้มค่า!
ทั้งๆ ที่การบุกเข้ายึดครองอิรักผิดกฎหมายระหว่างประเทศ
เพราะสหรัฐอ้างว่า “อิรักกำลังผลิตอาวุธทำลายล้าง”
ด้วยการนำเสนอเพียงภาพ “ผงซักฟอก” ในสื่อ
ว่าคือ “สารเคมี” ที่ใช้สร้างอาวุธชีวภาพ!!!
นาง M. Albright กล่าวอย่างโจ่งแจ้งท้าทายว่า
“การเข่นฆ่าเด็กนับล้าน เป็นสิ่งที่คุ้มค่าแล้ว”!
ในปี 1947 เมื่อยิวอพยพทางเรือมายังดินแดนปาเลสไตน์
มีการเขียนข้างลำเรือไว้ว่า..
"คนเยอรมันได้ทำลายบ้านเรือนของเรา โปรดอย่าทำลายความหวังของเราอีก"
ด้วยความเมตตา “ชาวปาเลสไตน์” ยอมรับ “ชาวยิว”อพยพเข้าสู่ดินแดนของตน!
ในที่สุด ชาวยิวอ้างในภายหลังว่า “ดินแดนปาเลสไตน์นี้”
“เป็นดินแดนแห่งพันธสัญญาของพวกเราชนชาติยิว”!
ตลอดเวลากว่า 70 ปี ที่ชาวไซออนิสต์ยิว ได้สังหารชาวปาเลสไตน์ ผู้ที่เมตตาและยินยอมให้ชาวยิวเข้ามาตั้งถิ่นฐาน
แต่ชาวยิวกลับเนรคุณ
สร้างอาณาจักรแห่งการเหยียดผิว ที่เปรียบเสมือนเรือนจำกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก
และยังปฏิบัติต่อชาวปาเลสไตน์เยี่ยงสัตว์ (subhumans)
พวกคุณชาวยิว ยังจะต้องการความเห็นอกเห็นใจอีกมากแค่ไหน คุณจึงจะพอใจ สำหรับการไม่รู้จักบุญคุณคน
และจากข้อมูลในประวัติศาสตร์ ที่พวกคุณตอบแทนความเมตตาและตอบแทนการยอมรับของคนชาติอื่นด้วยการทรยศ
ด้วยการพร้อมที่จะ “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ชาติอื่น
ที่เคยช่วยเหลือพวกคุณ…ชาวยิว อีกหรือ!
ประโยคหนึ่ง ที่เขียนในวรรณกรรมคลาสสิกของจีน
ที่ชื่อว่า “การเดินหน้าเข้าสู่ความตาย” กล่าวว่า
“ประเทศเล็ก ที่ไม่ตระหนักในตนเอง ไม่เคารพต่อประเทศอื่นๆ แสดงความหยาบช้า ดูถูก-ดูแคลน ประเทศเพื่อนบ้านอันมั่นคงที่ตั้งอยู่ก่อน
พลันแต่มีความโลภ ไม่อินังขังขอบต่อมิตรภาพและความเป็นเพื่อน ก็ย่อมจะนำพาตนเอง
เดินทางไปสู่ความพินาศย่อยยับอย่างไม่ต้องสงสัย“
“ยิวเป็นชนชาติประเภทใด?”
ดีจริงแท้ หรือ ซาตานลวงโลก กันแน่?
…………………………………………………..
วันนี้ ผมไม่ได้ขี้เกียจเขียน ตั้งใจลอกมาให้อ่านจริงๆ!
-เปลว สีเงิน
๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๙
คนปลายซอย