โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

“บิ๊กราญ” เปิดปฏิบัติการค้น 18 จุดเชียงใหม่ ทลายเครือข่ายนอมินี

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวเวิร์คพอยท์

(20 ก.ค. 69) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. นำกำลังตำรวจสืบภาค 5 , ตำรวจสืบสวนจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ , เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กรมที่ดิน จำนวน 250 นาย เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 5” ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ บุกค้น 18 จุด ครอบคลุม 31 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 633 ล้านบาท หลังพบพฤติการณ์บริษัทต่างชาติใช้คนไทยถือหุ้นแทนเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายการประกอบธุรกิจและถือครองที่ดิน ซึ่งปฏิบัติการครั้งนี้ได้ขยายผลต่อเนื่องจาก “เกาะพะงันโมเดล” โดยคัดกรองจากบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติกว่า 4,700 แห่ง จนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหาต่างชาติและผู้สนับสนุนรวม 22 ราย สามารถจับกุมได้แล้ว 5 ราย เป็นชาวอินเดียและเมียนมา

.

คดีสำคัญที่พบคือการตรวจสอบหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอสารภี ซึ่งมีนิติบุคคลต่างด้าวเข้าข่ายเป็นนอมินี 4 บริษัท โดยพบข้อมูลที่น่าตกใจว่าผู้มีชื่อถือหุ้นและกรรมการบริษัทหลายแห่งเป็นบุคคลที่กำลังถูกคุมขังในเรือนจำ หรือเป็นอดีตลูกจ้างที่ถูกนายจ้างนำสำเนาบัตรประชาชนไปแอบอ้างจดทะเบียนบริษัทโดยไม่ทราบเรื่อง บางรายเคยรับจ้างลงลายมือชื่อในธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์เพื่อแลกกับเงินค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อย ซึ่งชี้ให้เห็นถึงขบวนการจัดตั้งบริษัทนอมินีที่ใช้วิธีการสวมสิทธิ์คนไทยอย่างเป็นระบบ

.

พล.ต.อ.สำราญ ยืนยันว่า ตำรวจได้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดและจะขยายผลไปถึงผู้ได้รับผลประโยชน์ตัวจริง พร้อมเน้นย้ำว่าปฏิบัติการนี้มีเป้าหมายเพื่อจัดระเบียบการลงทุนในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการใช้คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติอันเป็นการทำลายระบบเศรษฐกิจและสร้างความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกิจ พร้อมเปิดทางให้นักลงทุนต่างชาติที่ประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายสามารถลงทุนได้ตามขั้นตอนที่ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 กำหนด

.

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันจะเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายนอมินีทั่วประเทศอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศและรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยขอความร่วมมือประชาชนหากพบเบาะแสการกระทำผิดของกลุ่มทุนต่างชาติ สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือโทรสายด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...