“บิ๊กราญ” เปิดปฏิบัติการค้น 18 จุดเชียงใหม่ ทลายเครือข่ายนอมินี
(20 ก.ค. 69) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. นำกำลังตำรวจสืบภาค 5 , ตำรวจสืบสวนจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ , เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กรมที่ดิน จำนวน 250 นาย เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 5” ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ บุกค้น 18 จุด ครอบคลุม 31 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 633 ล้านบาท หลังพบพฤติการณ์บริษัทต่างชาติใช้คนไทยถือหุ้นแทนเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายการประกอบธุรกิจและถือครองที่ดิน ซึ่งปฏิบัติการครั้งนี้ได้ขยายผลต่อเนื่องจาก “เกาะพะงันโมเดล” โดยคัดกรองจากบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติกว่า 4,700 แห่ง จนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหาต่างชาติและผู้สนับสนุนรวม 22 ราย สามารถจับกุมได้แล้ว 5 ราย เป็นชาวอินเดียและเมียนมา
.
คดีสำคัญที่พบคือการตรวจสอบหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอสารภี ซึ่งมีนิติบุคคลต่างด้าวเข้าข่ายเป็นนอมินี 4 บริษัท โดยพบข้อมูลที่น่าตกใจว่าผู้มีชื่อถือหุ้นและกรรมการบริษัทหลายแห่งเป็นบุคคลที่กำลังถูกคุมขังในเรือนจำ หรือเป็นอดีตลูกจ้างที่ถูกนายจ้างนำสำเนาบัตรประชาชนไปแอบอ้างจดทะเบียนบริษัทโดยไม่ทราบเรื่อง บางรายเคยรับจ้างลงลายมือชื่อในธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์เพื่อแลกกับเงินค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อย ซึ่งชี้ให้เห็นถึงขบวนการจัดตั้งบริษัทนอมินีที่ใช้วิธีการสวมสิทธิ์คนไทยอย่างเป็นระบบ
.
พล.ต.อ.สำราญ ยืนยันว่า ตำรวจได้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดและจะขยายผลไปถึงผู้ได้รับผลประโยชน์ตัวจริง พร้อมเน้นย้ำว่าปฏิบัติการนี้มีเป้าหมายเพื่อจัดระเบียบการลงทุนในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการใช้คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติอันเป็นการทำลายระบบเศรษฐกิจและสร้างความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกิจ พร้อมเปิดทางให้นักลงทุนต่างชาติที่ประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายสามารถลงทุนได้ตามขั้นตอนที่ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 กำหนด
.
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันจะเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายนอมินีทั่วประเทศอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศและรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยขอความร่วมมือประชาชนหากพบเบาะแสการกระทำผิดของกลุ่มทุนต่างชาติ สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือโทรสายด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป