คำแนะนำจาก 'ราชวิทยาลัยจิตแพทย์ฯ' กรณีเหตุรุนแรงในสถานศึกษา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2569
ราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ต่อเหตุการณ์ความรุนแรงและกราดยิงในสถานศึกษา ลงนามโดยศ.เกียรติคุณ นพ.ชวนันท์ ชาญศิลป์ ประธานราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า
ราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บครอบครัวของผู้สูญเสีย ตลอดจนนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในวันนี้ เหตุการณ์สะเทือนขวัญเช่นนี้ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตในวงกว้าง ทั้งต่อผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์โดยตรง ครอบครัว เพื่อน ครู ผู้ปฏิบัติงานช่วยเหลือ ตลอดจนประชาชนที่ติดตามข่าวสาร
หลังเหตุการณ์ ผู้ได้รับผลกระทบอาจมีอาการตกใจ หวาดกลัว นอนไม่หลับ ฝันร้าย ร้องไห้ หงุดหงิด รู้สึกผิดหรือไม่สามารถจดจ่อได้ ปฏิกิริยาเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ และไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นอ่อนแอหรือมีความผิดปกติทางจิตเวชเสมอไป
การดูแลเด็กและผู้ได้รับผลกระทบ
ผู้ปกครองและครูควร
- สร้างความรู้สึกปลอดภัย อยู่ใกล้ชิดและยืนยันว่าเด็กสามารถพูดถึงความรู้สึกของตนเองได้
- รับฟังมากกว่าซักถาม ไม่บังคับให้เด็กเล่าเหตุการณ์ซ้ำ ๆ และไม่เร่งรัดให้กลับมาเป็นปกติในทันที
- รักษากิจวัตรประจำวัน เช่น การนอน การรับประทานอาหาร การเรียน การเล่น และการอยู่กับบุคคลที่คุ้นเคย
- จำกัดการรับสื่อที่รุนแรง โดยเฉพาะภาพหรือคลิปเหตุการณ์ ผู้เสียชีวิต และรายละเอียดความรุนแรงที่เผยแพร่ซ้ำ ๆ
หากมีอาการหวาดกลัวรุนแรง นอนไม่หลับต่อเนื่อง ฝันร้าย ภาพเหตุการณ์ย้อนกลับมาอย่างควบคุมไม่ได้
หลีกเลี่ยงสถานที่หรือกิจกรรมอย่างมาก มีความรู้สึกผิดหรือซึมเศร้ารุนแรง หรือมีความคิดทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น ควรได้รับการประเมินจากบุคลากรด้านสุขภาพจิตโดยเร็ว
การดูแลไม่ควรเป็นภาระของผู้ประสบเหตุเพียงฝ้ายเดียว โรงเรียน ครอบครัว ระบบสาธารณสุข และชุมชนควรร่วมกันดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเด็กและวัยรุ่นที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
ใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างรับผิดชอบ
ในช่วงที่ข้อเท็จจริงยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ราชวิทยาลัยฯ ขอเชิญชวนประชาชนและสื่อมวลชนใช้
ความระมัดระวังในการนำเสนอและเผยแพร่ข้อมูล โดยหลีกเลี่ยง
1.การเผยแพร่ภาพหรือคลิปความรุนแรง ผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ หรือข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เกี่ยวข้อง
2.การเผยแพร่รายละเอียดผู้ก่อเหตุหรือวิธีการก่อเหตุโดยไม่จำเป็น ซึ่งอาจเพิ่มการจดจำหรือความเสียงต่อการเลียนแบบ
3.การนำข่าวลือ การคาดเดา หรือแรงจูงใจที่ยังไม่ได้รับการยืนยันมาเสนอเป็นข้อเท็จจริง
4.การกล่าวโทษพ่อแม่ ครอบครัว ครู โรงเรียน หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งจากข้อมูลเพียงบางส่วน เช่น
การสรุปว่า "เลี้ยงดูไม่ดี" หรือ "ครอบครัวมีปัญหา" โดยไม่มีหลักฐานเพียงพอ
5. การใช้คำตีตรา เช่น "บ้า" หรือ "โรคจิต" หรือการสรุปว่าผู้ก่อเหตุมีโรคทางจิตเวชโดยไม่มีข้อมูลทาง
การแพทย์ที่น่าเชื่อถือ
การไม่กล่าวโทษบุคคลโดยไม่มีข้อมูล ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ควรเรียบรู้จากเหตุการณ์ แต่การเรียนรู้ควรนำไปสู่การป้องกัน โดยพิจารณาปัจจัยอย่างรอบด้าน ทั้งบุคคล ครอบครัว โรงเรียน สังคม การเข้าถึงอาวุธและระบบบริการสุขภาพจิต
จากความสูญเสียสู่การป้องกัน
เหตุการณ์ครั้งนี้ควรเป็นโอกาสให้สังคมทบทวนและพัฒนาระบบป้องกันความรุนแรงในสถานศึกษา
การเข้าถึงและการเก็บรักษาอาวุธปืนอย่างปลอดภัย ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีความทุกข์หรือพฤติกรรมเสี่ยง และระบบส่งต่อด้านสุขภาพจิต โดยอาศัยข้อมูลและหลักฐานทางวิชาการ
ราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ขอส่งกำลังใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย ผู้ได้รับบาดเจ็บ นักเรียน
ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้ปฏิบัติงานทุกคน และพร้อมสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแล
สุขภาพจิตของผู้ได้รับผลกระทบทั้งในระยะเฉียบพลันและระยะยะยาว ในช่วงเวลาที่สังคมกำลังหวาดกลัวและเจ็บปวด ขอให้เราช่วยกันสร้างความปลอดภัย ลดการซ้ำเติม และเปลี่ยนความสูญเสียให้เป็นพลังในการป้องกัน