“รัสเซีย” ใช้แรงงานเกาหลีเหนือผลิตโดรนกว่า 2.5 หมื่นคน อ้างใช้วีซ่านักเรียนเลี่ยงคว่ำบาตร
รายงาน MSMT ระบุรัสเซียใช้แรงงานเกาหลีเหนือมากถึง 25,000 คนในอุตสาหกรรมโดรน โดยบางส่วนใช้วีซ่านักเรียนเพื่อเลี่ยงคว่ำบาตร
วันที่ 17 กันยายน 2569 เวลา 09.21 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัสเซียกำลังใช้แรงงานเกาหลีเหนือมากขึ้นในอุตสาหกรรมผลิตโดรนทางทหารที่ใช้ในสงครามกับยูเครน โดยมีการใช้วีซ่านักเรียนเพื่อปกปิดสถานะแรงงานและหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ ขณะที่รายได้จากแรงงานเหล่านี้กลายเป็นแหล่งเงินตราต่างประเทศสำคัญของรัฐบาลเกาหลีเหนือ ตามรายงานของคณะติดตามมาตรการคว่ำบาตรพหุภาคี (Multilateral Sanctions Monitoring Team: MSMT)
รายงานที่เผยแพร่เมื่อวันพุธระบุว่า เชื่อว่ามีแรงงานเกาหลีเหนือมากถึง 25,000 คน ทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมโดรนของรัสเซีย รวมถึงโรงงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษ Alabuga สาธารณรัฐตาตาร์สถาน ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ประกอบอากาศยานไร้คนขับ
MSMT ประเมินว่า ในปีที่ผ่านมา แรงงานเกาหลีเหนือที่ทำงานในต่างประเทศสร้างรายได้ให้รัฐบาลของคิม จองอึน สูงถึง 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยรายงานระบุว่าเงินดังกล่าวช่วยสนับสนุนโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ขัดต่อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างรัสเซียและเกาหลีเหนือที่ขยายตัวจากการสนับสนุนด้านอาวุธและกำลังพล ไปสู่แรงงานและภาคการผลิต โดยรัสเซียได้แรงงานเพิ่มเติมสำหรับอุตสาหกรรมที่สนับสนุนสงครามในยูเครน ขณะที่เกาหลีเหนือได้รับเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้น
รายงานระบุว่า แรงงานเกาหลีเหนือในรัสเซียบางส่วนเดินทางเข้าประเทศโดยใช้สถานะนักเรียนภายใต้ระบบวีซ่า เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดจากมาตรการคว่ำบาตร โดยแรงงานเกาหลีเหนือในรัสเซียมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 7,500 ดอลลาร์ต่อปี แต่รายได้ส่วนใหญ่ถูกส่งต่อหรือยึดไปโดยรัฐบาลเกาหลีเหนือ และในบางกรณีจำนวนเงินที่แรงงานต้องส่งมอบอาจสูงกว่ารายได้จริงที่ได้รับ
ขณะเดียวกัน ค่าจ้างรายเดือนของแรงงานเกาหลีเหนือในรัสเซียอาจสูงกว่ารายได้ที่สามารถหาได้ในจีนถึง 5 เท่า ทำให้รัสเซียกลายเป็นจุดหมายที่สร้างรายได้มากขึ้นสำหรับรัฐบาลเปียงยาง
ณ สิ้นปี 2568 รายงานประเมินว่า มีแรงงานเกาหลีเหนือประมาณ 20,000-70,000 คนในจีน และอีกประมาณ 15,000-30,000 คนในรัสเซีย
MSMT ยังระบุว่า ทางการเกาหลีเหนือควบคุมการเดินทางและการติดต่อกับบุคคลภายนอกของแรงงานอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการหลบหนีออกจากประเทศ ขณะที่ผู้ที่หลบหนีอาจทำให้สมาชิกครอบครัวที่ยังอยู่ในเกาหลีเหนือเสี่ยงเผชิญมาตรการตอบโต้
สหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม 11 ประเทศที่ร่วมติดตามการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือ โดยกลไกดังกล่าวจัดตั้งขึ้นหลังจากรัสเซียใช้สิทธิยับยั้งในปี 2567 ส่งผลให้คณะผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติ ซึ่งติดตามการหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรและโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือมานาน 15 ปี สิ้นสุดวาระลง
อ้างอิง : bloomberg.com