โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่น้องทอมมี่เปิดใจ ชายจีนชนลูกดับ ซ้ำคดีไม่คืบ แม้มีหมายจับ

TeeNee.com

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กลายเป็นกระแสสะเทือนใจคนทั้งประเทศ หลังรายการ "โหนกระแส" นำเสนอเรื่องราวสุดอัปยศของคุณแม่นกและคุณพ่อ ที่เดินทางเข้าร้องเรียนกับ "จ่าคิงส์ แตงทิม" เพื่อขอความเป็นธรรมให้ "น้องทอมมี่" ลูกครึ่งไทย-สวีเดน วัย 16 ปี ที่ต้องเสียชีวิตอย่างสลดจากอุบัติเหตุถูกรถกระบะถอยข้ามเลนมาชนอย่างจัง แต่เรื่องราวผ่านไปนานกว่า 7 เดือน คดีกลับไม่มีความคืบหน้า และชายชาวจีนผู้ก่อเหตุยังคงใช้ชีวิตสุขสบายในบ้านหรูทั้งที่มีหมายจับติดตัว

คุณแม่นก ย้อนเล่านาทีบีบหัวใจว่า ชายชาวจีนคู่กรณีไม่ได้ลงมาช่วยเหลือน้องทอมมี่ที่นอนชักเกร็งอยู่ แต่กลับกดโทรศัพท์แปลภาษาไปยื่นให้คนในบริเวณนั้นดูเพื่อเสนอเงินแลกกับการปิดปาก ไม่ให้เป็นข่าว ก่อนอาศัยช่วงชุลมุนเดินหนีกลับบ้านพักไปอย่างหน้าตาเฉย ส่งผลให้ครอบครัวต้องแบกรับภาระค่ารักษาพยาบาลสูงถึง 1,200,000 บาท ซึ่งเป็นเงินเก็บค่าเทอมก้อนสุดท้ายของลูกชายจนหมดสิ้น และยังต้องกู้หนี้ยืมสินญาติเพิ่มเติม

สิ่งที่ทำให้หัวใจคนเป็นแม่หลุดสลายยิ่งกว่าเดิม คือการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ ที่ครอบครัวต้องหาหลักฐานเองจนศาลอนุมัติหมายจับตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. แต่กลับไม่มีการจับกุม เมื่อแม่แจ้งพิกัดว่ามีคนเห็นชายจีนออกมาให้อาหารสุนัขที่หน้าบ้าน เจ้าหน้าที่กลับตอบกลับมาด้วยคำพูดสุดจุกอกว่า "คนระดับนั้นเค้าจะออกมาให้อาหารหมาเองหรอ"

ทั้งนี้ คุณแม่นก ได้ทิ้งท้ายในรายการด้วยน้ำตา ฝากถึงคู่กรณีชาวจีนว่า "อยากให้ออกมาคุยเจรจาว่าจะทำยังไง รู้ว่าอุบัติเหตุเกิดได้ทุกเมื่อ แต่เมื่อเกิดแล้วคุณก็พ่อคนเหมือนกัน คุณทิ้งลูกฉันให้นอนเดียวดายตายเหมือนสุนัข อยากให้มองลูกฉันเป็นคนเหมือนกัน คุณก็มีลูก 3 คน คุณน่าจะเข้าใจหัวอกเหมือนกัน ฝากถึงพี่เจ้าของรถออกมาเซ็นให้หนู พี่จะได้ไม่มีหมายไปบ้านของพี่"

ชมคลิป

แนะนำเนื้อหาน่าสนใจ

จริงหรือมั่ว! โซเชียลสะพัด สีจิ้นผิง ถูกหามเข้าโรงพยาบาล
พูดมากเจอดี! เผยโฉมเครื่องทรมานยุคโบราณ ลงโทษผู้หญิงปากไว
ส่อง50อันดับสาวสวยในโลก ไทยอยู่อันดับที่เท่าไร
เจอแล้ว อาหารสมองที่แท้ทรู! แค่กิน ที่ฝ่อไปก็กลับมาดีขึ้นได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...