โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทรัมป์ไฟเขียวนโยบายอวกาศใหม่ ดันยอดปล่อยจรวดพันลำต่อปีภายในปี 2030

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามนโยบาย NSPM-17 พลิกโฉมการขนส่งอวกาศสหรัฐฯ ตั้งเป้าปล่อยจรวด 1,000 ลำต่อปีภายในปี 2030 หนุน SpaceX และเอกชน ขยายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างเศรษฐกิจอวกาศยุคใหม่

วันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ลงนามบันทึกนโยบายการขนส่งอวกาศแห่งชาติฉบับใหม่ หรือ National Space Transportation Policy (NSPM-17) เพื่อยกเครื่องระบบขนส่งอวกาศของประเทศครั้งใหญ่ พร้อมตั้งเป้าเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับการปล่อยจรวดมากกว่า 1,000 ลำต่อปีภายในปี 2030 นับเป็นการปรับปรุงนโยบายด้านการขนส่งอวกาศระดับชาติครั้งสำคัญ หลังจากไม่มีการปรับปรุงในลักษณะนี้มาตั้งแต่ปี 2013

นโยบายใหม่เกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ของสหรัฐฯ เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบริษัท SpaceX ที่ผลักดันให้จำนวนการปล่อยจรวดของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา รัฐบาลจึงต้องการขยายโครงสร้างพื้นฐานให้ทันกับความต้องการของภาคเอกชน พร้อมปรับกระบวนการอนุญาตและการปฏิบัติงานให้รวดเร็วขึ้น ขณะเดียวกันยังสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการเส้นทางบินและการปฏิบัติการของจรวดเข้ากับระบบควบคุมการจราจรทางอากาศยุคใหม่ เพื่อให้การปล่อยจรวดจำนวนมากสามารถดำเนินการได้อย่างปลอดภัย
หนึ่งในหัวใจสำคัญคือการเร่งเพิ่มศักยภาพของฐานปล่อยจรวด โดยให้องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NASA กระทรวงคมนาคม และกระทรวงกลาโหม ร่วมกันสำรวจพื้นที่และยกระดับฐานยิงเดิมให้รองรับภารกิจได้มากขึ้นภายใน 180 วัน นอกจากนี้ รัฐบาลยังสั่งให้จัดหาที่ดินของรัฐบาลกลางที่เหมาะสมภายใน 90 วัน เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่ร่อนลงจอดของจรวด ซึ่งจะมีความสำคัญอย่างมากต่อยุคของจรวดนำกลับมาใช้ใหม่
อีกประเด็น คือ การลดข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ โดยเฉพาะกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจทำให้โครงการล่าช้า รัฐบาลทรัมป์ต้องการต่อยอดแนวทางที่เริ่มผลักดันมาตั้งแต่ปี 2025 เพื่อทำให้การก่อสร้างฐานปล่อยและการดำเนินภารกิจอวกาศเชิงพาณิชย์สามารถเดินหน้าได้เร็วขึ้น
ด้านบริษัท SpaceX ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอวกาศของสหรัฐฯ อีลอน มัสก์ ซีอีโอของบริษัท ประกาศเป้าหมายที่ทะเยอทะยานกว่านโยบายรัฐบาล โดยระบุว่า SpaceX ต้องการผลักดันยาน Starship ให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้มากถึงวันละ 30 เที่ยวบินภายในปี 2030 หากทำได้ตามเป้าหมายจะเท่ากับมากกว่า 10,000 เที่ยวบินต่อปี ซึ่งจะเปลี่ยนรูปแบบการเข้าถึงอวกาศจากการปล่อยเป็นครั้งคราวไปสู่ระบบขนส่งที่มีความถี่สูงอย่างแท้จริง
นโยบายการขนส่งอวกาศแห่งชาติ NSPM-17 ยังให้ความสำคัญกับความมั่นคงแห่งชาติ โดยกำหนดให้สหรัฐฯ มีทางเลือกในการส่งดาวเทียมและอุปกรณ์ขึ้นสู่อวกาศจากผู้ให้บริการหลายราย พร้อมพัฒนามาตรฐานการเชื่อมต่อที่มีความยืดหยุ่น เพื่อให้สามารถเปลี่ยนจรวดหรือยานปล่อยได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน แนวคิดนี้จะช่วยลดการพึ่งพาระบบใดระบบหนึ่ง และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศของกองทัพ
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยังได้รับมอบหมายให้ศึกษาเทคโนโลยีขนส่งอวกาศรูปแบบใหม่ ทั้งเครื่องบินอวกาศและระบบขนส่งในวงโคจร โดยต่อยอดจากโครงการ Tactically Responsive Space ของกองทัพอวกาศสหรัฐฯ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ สามารถเตรียมภารกิจปล่อยดาวเทียมได้ภายในเวลาไม่ถึง 48 ชั่วโมง ตัวอย่างสำคัญคือภารกิจ Victus Nox ที่ใช้เวลาเตรียมการประมาณ 27 ชั่วโมง และ Victus Haze ที่สามารถลดเวลาลงเหลือเพียง 17 ชั่วโมง
รัฐบาลสหรัฐฯ มองว่านโยบายใหม่นี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพิ่มจำนวนการปล่อยจรวด แต่ต้องการสร้างระบบเศรษฐกิจอวกาศที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ตั้งแต่การผลิตสินค้าและยาในอวกาศ การพัฒนาวัสดุมูลค่าสูง ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของดาวเทียมนำทางและระบบพยากรณ์อากาศบนโลก

ขณะเดียวกัน เป้าหมายของสหรัฐฯ ยังขยายออกไปไกลกว่าวงโคจรต่ำของโลก โดย NASA จะต้องเดินหน้าพัฒนาระบบโลจิสติกส์เชิงพาณิชย์บนดวงจันทร์ผ่านโครงการ Commercial Lunar Payload Services หรือ CLPS และโครงการ Artemis รวมถึงเพิ่มความร่วมมือกับภาคเอกชนในการส่งหุ่นยนต์ไปสำรวจดาวอังคาร
หากนโยบายการขนส่งอวกาศแห่งชาติ NSPM-17 เดินหน้าได้ตามกรอบเวลาที่กำหนด สหรัฐฯ อาจเข้าสู่ยุคใหม่ของการขนส่งอวกาศที่มีทั้งจรวดนำกลับมาใช้ใหม่ ฐานปล่อยจำนวนมาก ระบบเตรียมภารกิจแบบเร่งด่วน และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับภารกิจตั้งแต่การส่งดาวเทียม ไปจนถึงการสร้างฐานปฏิบัติการบนดวงจันทร์และการเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจมนุษย์สู่ดาวอังคารในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...