โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สั่งห้ามขุดซากพะยูนที่ฝังไว้ หลังสาวโพสต์ขายฟันพะยูน เป็นของขลัง

Khaosod

อัพเดต 29 เม.ย. 2565 เวลา 04.20 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2565 เวลา 22.00 น.

ตามล่าขบวนการค้าซากพะยูน หลังสาวโพสต์ขายฟันพะยูน นำไปเป็นของขลังอาคม สั่งเฝ้าระวังขุดซากตามเกาะต่างๆ ที่ฝังไว้เมื่ออดีต ห้ามขุดซากโดยไม่รับอนุญาตเด็ดขาด

จากกรณี ตำรวจ สภ.ปะเหลียนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 7 จับกุม น.ส.นุชนาจ พร้อมของกลาง ฟันพะยูน จำนวน 3 ซี่ พร้อมเงินสดจำนวน 3,000 บาท หลังโพสต์ขายฟันพะยูนในเฟซบุ๊ก ทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานตำรวจ สภ.ปะเหลียน นัดหมายมารับที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ อ.ปะเหลียน มาส่งให้สายลับ ก่อนแสดงตัวจับกุม เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 เม.ย.65 ที่ผ่านมา

คืบหน้าวันที่ 28 เม.ย. 65 นายวรรณ ชาตรี ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 7 (สทช.7) กล่าวว่า กรณีที่ทางเจ้าหน้าที่เข้าล่อซื้อและเข้าจับกุมการขายฟันพะยูนได้นั้น จากการสืบสวนทราบว่าได้มาจากเฟซบุ๊ก ซึ่งตอนแรกที่จะเข้าไปล่อซื้อเขาต่อรองที่จะส่งทางไปรษณีย์ให้อย่างเดียว แต่วันที่ล่อซื้อได้ เจ้าหน้าที่ได้อ้างว่าตนอยู่แถวนั้นพอดี เลยขอไปรับของ ซึ่งส่วนใหญ่จะขายออนไลน์ ข้ามจังหวัด มาจาก จ.สงขลาบ้าง ฝั่งตะวันออกบ้าง หรือมาจากทางภาคกลางบ้าง

ส่วนมีการจับกุม ปรับ ทำโทษ อย่างน้อยมันเป็นการประชาสัมพันธ์ไปในตัวว่าการกระทำแบบนี้มันไม่ถูกต้อง ถ้ามันมีกระบวนการล่าอยู่ มีกระบวนการซื้อขายของพวกนี้อยู่พอมีข่าวแบบนี้มันจะได้หมดไป จะได้สบายว่าปิดช่องทางการล่าพะยูนหรือการจำหน่ายพวกซากพะยูนสัตว์สงวนคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดตรังลงได้

ทั้งนี้การที่ชาวบ้านมีความเชื่อว่าพะยูนเป็นของขลังอย่างหนึ่งนั้นว่า น้ำตาพะยูนเป็นยาเสน่ห์ เขี้ยวฟันเป็นของขลัง เป็นความคิดของคนยุคโบราณ ซึ่งปัจจุบันเด็กยุคใหม่ไม่คิดอย่างนั้นแล้ว แต่คนยุคเก่า ๆ ยังเชื่ออยู่เราต้องใช้หลักกฎหมายเข้าไปจัดการว่ามันมีความผิด ซึ่งตนก็ไม่ได้ลบหลู่และไม่ได้ว่าความเขาผิด ๆ ถ้าคุณดำเนินการครอบครอง ค้า ล่า คุณมีความผิดและโทษค่อนข้างสูง มีทั้งจำคุกและปรับเป็นหลักล้านบาท ก็จำเป็นต้องใช้กฎหมายเข้าไปล้างความเชื่อเหล่านี้ให้เขากลัว

ทางผู้บังคับบัญชาย้ำให้ทุกหน่วยงานช่วยกันหาข่าวในเรื่องล่าพะยูนให้ได้ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ เท่าที่ตนพยายามหาข้อมูลมาประสานกับทุกเครือข่าย ยังไม่สามารถเชื่อมโยงกระบวนการล่าได้ ยังไม่เจอการล่า มีเพียงแต่การกล่าวถึงว่ามีการล่า

ส่วนของชิ้นส่วนพะยูน ซากของพะยูนมาได้หลายสาเหตุ แต่ไม่ได้มาจากการล่า แต่ไปขุดตามที่สัตว์แพทย์ผ่าพิสูจน์แล้วไปฝังเมื่อนานมาแล้ว เป็นการผ่าพิสูจน์การตายของพะยูนแล้วไปฝังไว้บริเวณชายทะเลจำนวนหลายตัวและไปฝังไว้หลายจุด อาจจะมาจากนั้นก็ได้ หรือจากการที่ไปเจอซากพะยูนลอยตายอยู่ในทะเลแล้ว ไปดำเนินการฝังแล้วเอามาขายกระดูกขายฟันก็เป็นได้เช่นกัน

ทั้งนี้ซากใหม่ของพะยูนหากจะชิ้นส่วนต้องตัดหัว และต้องใช้คีมตัดเพราะมีความแข็งมากและต้องใช้เวลานาน ในอดีตเคยไปล่อซื้อพบว่ามีการขายกะโหลกในตลาดหาดใหญ่ มีราคาสูงถึง 50,000 บาท แต่ปัจจุบันนี้ไม่มีแหล่งตลาดขายชิ้นส่วนเหล่านี้แล้ว ทั้งนี้ต่อไปการฝังซากพะยูนต้องมีความระวังมากขึ้น

เพราะ 3 ปี ที่ผ่านมา หน่วยงานของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มีศูนย์วิจัยและสัตว์แพทย์ผ่าพิสูจน์มาตั้งอยู่ในจังหวัดตรัง อยู่ในรั้วเดียวกับ มทร. ซึ่ง 3 ปี ที่ผ่านมาไม่เคยไปฝังที่อื่นเลย ไปฝังในลานฝังของหน่วยงานเลย ดังนั้นปัญหาที่ไปฝังที่อื่นแล้วมีคนไปเจอซากก็คงจะหมดไป แต่ซากเก่า ๆ ที่เคยมีมาตั้งแต่เมื่อก่อนนั้นเราก็ยังไม่รู้ว่าอยู่ในมือใครอีกบ้าง แต่ทั้งนี้ก็ต้องใช้กฎหมายให้มันเกิดหยุดกระบวนการค้าลงได้ ส่วนสาเหตุการตายของพะยูนจากการสำรวจพบว่าส่วนใหญ่เกิดจากอาการป่วย เพราะการกินที่ไม่สมบูรณ์ กินไม่อิ่ม ทำให้พะยูนไม่สมบูรณ์แข็งแรง

สำหรับพะยูนในประเทศไทยมีอยู่ประมาณ 250 ตัว จากการสำรวจของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในทะเลตรังถือว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ของ 250 ตัว คือ 180 ตัว อยู่ที่ทะเลตรัง เพราะแหล่งหญ้าทะเลที่ใหญ่ที่สุด 30,000 กว่าไร่อยู่ที่จังหวัดตรัง ถือว่าเป็นเมืองหลวงของพะยูน ซึ่งพะยูนเป็นสัตว์สงวนค่อนข้างจะวิกฤติเพราะมีอยู่น้อยนิด และจังหวัดตรังเป็นพื้นที่แรมซาร์ไซต์ หาดเจ้าไหม เกาะลิบงเป็นพื้นที่ขึ้นชื่อเมืองพะยูนมาช้านาน

คนตรังก็หวงแหนช่วยกันดูแล หลังจากสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา ถ้าดูจากอัตราการเกิดและอัตราการตายก็ถือว่าอัตราการเกิดเพิ่มขึ้น อัตราการตายไม่เท่ากับอัตราการเกิดที่มากกว่า การสำรวจของศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามันตอนล่าง ล่าสุดมีการบินสำรวจพบพะยูนแม่ลูกหลายคู่ ในช่วงการบินสำรวจเป็นฟันปลาก็พบพะยูนฝูงใหญ่ ๆ หลายตัว ข้อมูลประมาณ 170-180 ตัว จากการสำรวจล่าสุด แต่ก็ยังบินไม่ทั่วในอำเภอสิเกายังบินไม่หมด ซึ่งคาดการว่าน่าจะเกิน 170 ตัว ถือว่าสถานการณ์ดีขึ้นจากสถานการณ์โควิดเพราะการท่องเที่ยวลดลง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...