โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘กาแฟพันธุ์ไทย’ สวมบท ‘เจ้าพ่อก๋วยเตี๋ยวเรือ’ เปิดศึก Street Food แข่งเบอร์ใหญ่

SMART SME

อัพเดต 10 ธ.ค. 2568 เวลา 10.37 น. • เผยแพร่ 10 ธ.ค. 2568 เวลา 10.37 น.

‘กาแฟพันธุ์ไทย’ แตกไลน์ธุรกิจสู่ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย เข้าสู่ตลาด Street Food มูลค่า 2.6 แสนล้านบาท ตั้งเป้าปี 2569 เปิด 50 สาขา ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

การจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่เพื่อรุกตลาดก๋วยเตี๋ยวเรือในครั้งนี้ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญของกลุ่มกาแฟพันธุ์ไทยในการ สร้างความหลากหลายทางธุรกิจ (Diversification) และ ขยายโอกาสในการเติบโต ผ่านโมเดล “ครบจบในที่เดียว” ด้วยการใช้ กลยุทธ์ Brand Extension อาศัยชื่อเสียงและความแข็งแกร่งของแบรนด์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ครอบคลุมทั้งเครื่องดื่มและอาหาร การมุ่งเป้าเข้าสู่ตลาด Street Food ที่มีศักยภาพสูงนี้ สอดคล้องกับการคาดการณ์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ซึ่งระบุว่า มูลค่าตลาดรวมธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มในปี 2568 จะอยู่ที่ 646,000 ล้านบาท และเซกเมนต์ของร้านอาหาร Street Food ที่มีหน้าร้าน จะเติบโต 4.7% หรือมีมูลค่าสูงถึง 261,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนที่มีมูลค่ามากที่สุดในตลาดร้านอาหารโดยรวม

นอกจากนี้ ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า ความแปลกใหม่ ประสบการณ์ที่ได้รับ และราคาที่สมเหตุสมผล ทำให้พันธุ์ไทยมองเห็นช่องว่างและศักยภาพในการขยายฐานธุรกิจและเติบโตในอนาคตได้อย่างชัดเจน

สำหรับ “ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย” สาขาแรกตั้งอยู่ที่รังสิตคลอง 3 เปิดให้บริการเมื่อต้นปี 2568 ที่ผ่านมา เพื่อทดลองโมเดลร้านอาหารแบบผสมผสานที่มีทั้งเครื่องดื่ม เบเกอรี และก๋วยเตี๋ยวเรือในร้านเดียว สร้างประสบการณ์บริโภคที่ครบวงจรและเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า โดยการเลือกทำเลรังสิตคลอง 3 เป็นพื้นที่ที่มีร้านก๋วยเตี๋ยวเรือจำนวนมาก และเป็นที่รู้จัก โดยสาขาแรกมีผลการดำเนินงานที่น่าพอใจ พันธุ์ไทยจึงต้องการขยายสาขาให้ลูกค้าเข้าถึงร้านได้ง่ายขึ้น

ปัจจุบัน ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย เปิดให้บริการ 2 สาขาคือ สาขารังสิตคลอง 3 และสาขาคลองหลวง 8 จ.ปทุมธานี โดยจะเปิดให้บริการสาขาคลองหลวง 3 ในปลายปีนี้

เมื่อวิเคราะห์ถึงการแตกไลน์ธุรกิจในครั้งนี้ นอกจากกลยุทธ์ Brand Extension ที่ใช้ชื่อ “พันธุ์ไทย” ที่ลูกค้าคุ้นเคยอยู่แล้วในการสร้างแบรนด์เพื่อประหยัดต้นทุน, ลดเวลาเข้าสู่ตลาดได้เร็วยิ่งขึ้น รวมถึงทำให้เป็นแบรนด์มีความครอบคลุมทั้งในเรื่องอาหาร และเครื่องดื่มที่มีคุณภาพไม่ได้จำกัดแค่กาแฟอีกต่อไป แต่เป็นการนำเมนูหลักที่คนไทยชื่นชอบอย่างก๋วยเตี๋ยวเรือเพิ่มเข้ามา

อีกทั้งยังเป็นโมเดลธุรกิจที่เรียกว่า One-Stop Service หรือครบจบที่เดียว โดยลูกค้าสามารถจบได้ทั้งมื้ออาหารหลัก คือก๋วยเตี๋ยว และกาแฟ เบเกอรี ของหวาน ไว้ในที่เดียว ตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย เป็นการดึงลูกค้ากาแฟพันธุ์ไทยอาจลองทานก๋วยเตี๋ยว และลูกค้าก๋วยเตี๋ยวอาจสั่งเครื่องดื่มหรือของหวาน ซึ่งเป็นการส่งเสริมการขายระหว่างกัน ตลอดจนการ Co-promotion เชื่อมโยงระหว่างสองแบรนด์ เช่น ส่วนลดก๋วยเตี๋ยวสำหรับสมาชิก Max Card หรือการให้สิทธิพิเศษอื่นๆ ช่วยสร้าง Brand Loyalty และดึงฐานลูกค้าปัจจุบันของ PTG-กาแฟ

การแตกไลน์สู่ก๋วยเตี๋ยวเรือของถือเป็น “การเดินเกมรุก” ที่ชาญฉลาดในเชิงกลยุทธ์ Brand Extension เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของพอร์ต Non-Oil และจับตลาด Mass Food ที่ใหญ่มาก อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับ การควบคุมคุณภาพและรสชาติของก๋วยเตี๋ยวให้ได้มาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ เมื่อมีการขยายสาขาอย่างรวดเร็ว รวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงที่แบรนด์จะถูกเจือจาง

ที่มา:punthaicoffee

เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...