โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ณัฐพงษ์” เตือนนายกฯ ปิดโต๊ะเจรจาหวั่นทำนานาชาติมองไทยเป็นฝ่ายรุกราน

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 10 ธ.ค. 2568 เวลา 05.54 น.

“ณัฐพงษ์” เตือนนายกฯ ปิดโต๊ะเจรจาหวั่นทำนานาชาติมองไทยเป็นฝ่ายรุกราน มองจบที่รุ่นเรา ทำได้จริงหรือไม่ หลังเหตุชายแดนมีมากว่า 10 ปี ชี้เป็นเรื่องยาก ปัดให้คะแนนการทำงาน ”อนุทิน“ ลั่น พรรคประชาชนเดินหน้าตรวจสอบเต็มที่ มอง ไม่เสียหาย หากยุบสภาก่อน 31 ม.ค. 69 แต่แก้ รธน. ยังเดินหน้าตามกรอบ MOA

วันที่ 10 ธ.ค. 68 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หกัวหน้าพรรคประชาชนในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า สิ่งสำคัญคือการตั้งโจทย์ให้ตรงกันว่าจุดจบของเรื่องนี้จะไปอยู่ที่ตรงไหน ด้วยสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทั้งประชาชนและทหารที่เกิดความสูญเสีย ทุกคนรู้สึกเสียใจและเป็นสิ่งที่พวกเราไม่อยากให้เกิดเกิดขึ้น และอยากให้สถานการณ์จบโดยเร็ว แต่คำว่าจบโดยเร็วต้องตั้งเป้าหมายให้ชัดว่าจะไปจบที่ตรงไหน สำหรับตนการที่บอกว่าอยากให้สถานการณ์จบลงคือการคืนความปกติให้กับประชาชน ที่อยู่ตามแนวชายแดนเราได้ยินการออกมาให้สัมภาษณ์ จากพลตรีณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่สอง บอกว่าไม่มีการรบใดไม่จบที่การเจรจาเพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่ตนอยากได้ยินจากรัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีคือต้องแสดงออก ในเรื่องทิศทางการบริหารสถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนการใช้กำลังทางการทหารสามารถทำได้ตอบโต้อย่างเต็มกำลังเลย เพื่อทำลายศักยภาพกองทัพของกัมพูชา แต่ต้องเป็นเป็นไปตามหลักกติกาสากลตามกฎการใช้กำลัง และในเรื่องของหลักการความสัดส่วนเพื่อปกป้องอธิปไตย ปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนแต่อย่างไรก็ตามการดำเนินการทุกอย่างเหล่านั้น ไม่ได้มุ่งหวังเพื่อให้ประเทศไทยอยู่ในฐานะผู้รุกรานกัมพูชาแต่อยู่ในฐานะที่เรามี กองทัพที่เข้มแข็งกว่าเพื่อใช้ในการป้องกันตนเองและสิ่งสุดท้ายคือต้องกดดันกัมพูชาในทุกแนวรบไม่ว่าจะเป็นด้านการทหาร การข่าวสาร รวมถึงในการแก้ไขปัญหาแสกมเมอร์ เพื่อกดดันกัมพูชาโดยเฉพาะการพุ่งเป้าไปที่หัวใจของระบอบฮุน เซน เพื่อบีบให้ เข้าสู่โต๊ะการเจรจาของเราให้ได้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่านายกรัฐมนตรียืนยันว่าไม่มีการเปิดโต๊ะเจรจา และให้อำนาจฝ่ายความมั่นคงในการตัดสินใจ แก้ปัญหาชายแดนเท่านั้น ฝ่ายค้านจะสื่อสารอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนได้สื่อสารหลายครั้ง เพื่อแสดงความเป็นห่วง และเตือนนายกรัฐมนตรีว่าการสื่อสารลักษณะนี้อาจทำให้เกิดความกังวลต่อนานาชาติ เมื่อไหร่ก็ตามที่ภาพลักษณ์ของประเทศไทย ตกอยู่ในฐานะผู้รุกราน ก็จะทำให้เราขาดความชอบธรรมในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่นายกรัฐมนตรีจำเป็น ตนคิดว่าเรื่องของการแสดงท่าที ไม่ควรแสดงท่าทีในฐานะที่เราไปรุกรานเขา ควรแสดงความเข้มแข็งและโต้ตอบอย่างเต็มที่ เพื่อขจัดเรื่องภัยความมั่นคงและเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อ ประชาชนในแถบชายแดน เพราะฉะนั้นการโต้ตอบด้วยการทหาร ที่มียุทธศาสตร์พุ่งเป้าไปที่ขีดความสามารถของกองทัพกัมพูชา ทางการทหารอย่างเดียว และไม่พุ่งเป้าไปที่การสร้างผลกระทบให้กับพลเรือนกัมพูชาเป็นสิ่งที่ตนเชื่อว่าฝั่งยุทธการทางฝั่งความมั่นคงสามารถทำได้ตามหลักกติกาสากล แต่การแสดงท่าทีของนายกรัฐมนตรีที่บอกว่าปิดโต๊ะเจรจาทุกช่องทางนั้น ต่อไปจะใช้อย่างเต็มที่ โดยไม่รู้ว่าจุดจบจะไปจบที่ตรงไหนเป็นสิ่งที่มีความน่าเป็นห่วงอยู่ในขณะนี้ถ้าเราไม่มีการลดระดับสถานการณ์และให้ในเรื่องของการประทะกันตามแนวชายแดนมีการลุกลามบานปลาย ซึ่งยังไม่เห็นว่าจุดจบของเรื่องจะไปจบตรงไหนตนเองก็มองไม่เห็นเหมือนกัน ว่าทางออกจะอยู่ที่ตรงไหน

นายณัฐพงษ์กล่าวย้ำว่าธง ของพวกเราอยากให้สงบ และจบเพื่อให้ทุกคนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติหลายคนตั้งคำถามว่า ฝ่ายกัมพูชาไม่จริงใจ ไม่เคยคิดอยากจะเข้ากลับมาสู่โต๊ะเจรจาแบบที่เราแสดงความจริงใจต่อเขา ดังนั้นวิธีในการทำคือต้องบีบให้ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้กำลัง เพื่อตัดขีดความสามารถ ไม่ให้สามารถโจมตีได้อีกหรือผู้เป้าไปที่เครือข่ายแสกมเมอร์ ให้นานาชาติกดดันกัมพูชาโดยที่ให้ไทยคงสถานะความได้เปรียบ ที่เราเอาเรื่องแสกมเมอร์มาเป็นแกนกลางในการทำ ทางด้านการพูดจะเป็นวิธีการที่ทำให้ประเทศมหาอำนาจทุกประเทศกดดันกัมพูชา

เมื่อถามถึงกรณีที่ทางกองทัพพุ่งเป้าการโจมตีที่รังแสกมเมอร์ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ต้องมีพื้นฐานข้อเท็จจริงที่บอกว่าเป็นพื้นที่การปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งกองทัพก็ออกมาให้ข้อมูลในลักษณะนั้นเพราะฉะนั้นก็ต้องระมัดระวังอย่าให้เกินกรอบไปมากกว่านี้ และสิ่งที่นายกรัฐมนตรีไม่ควรที่จะสื่อสารเลยคือไม่ควรสื่อสารในลักษณะที่ ให้ฝ่ายความมั่นคงทำได้ทุกเรื่องโดยที่ตัวเองลอยตัวอยู่เหนือปัญหา เรื่องนี้ยังไงก็ตามผลกระทบที่จะเกิดในอนาคตเป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบเพียงแต่ผู้เดียว ในฐานะฝ่ายบริหาร

เมื่อถามย้ำว่า ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาจะจบในยุคนี้หรือไม่ เพราะหลายคนในรัฐบาล ออกมาโพสต์แฮชแท็กให้มันจบที่รุ่นเรา นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ความขัดแย้งตามแนวชายแดนเกิดมาก่อนเป็น 10 ปีและเป็นสถานการณ์ที่บริหารให้จบลงอาจจะไม่ง่าย และสิ่งหนึ่งที่ตนไม่อยากเห็นคือการพยายามใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ครั้งนี้เพื่อคะแนนความนิยมทางการเมือง การที่มีความพยายามในการจัดการบริหาร สถานการณ์ให้จบโดยเร็วที่สุดเป็นสิ่งที่ที่ดี แต่ว่าสถานการณ์ปัญหานี้ก็ไม่ได้เพิ่งเกิด และการที่จะแก้ปัญหาให้จบโดยเร็วนั้น ต้องคุยกันทั้งสองฝ่ายในการปักปันเขตแดน ซึ่งไม่มีทางที่จะทำให้ครบทุกหมวดภายในช่วงเวลาที่รัฐบาลเหลืออีกไม่กี่เดือน เพราะฉะนั้นเรื่องแฮชแท็กที่ออกมาให้มันจบที่รุ่นเราก็ต้องส่งคำถามกลับไป ว่า ทำให้มันจบได้จริงหรือไม่ ตกลงจุดจบอยู่ที่ไหน จะใช้กองทัพไทยทลายกัมพูชาให้ราบคาบ แล้วเราขาดความชอบธรรมต่อสายตาชาวโลกจริงหรือไม่ หรือจุดจบที่แท้จริงจะเป็นไปตามคำให้สัมภาษณ์ของแม่ทัพภาค 2 เพราะฉะนั้นทุกการใช้กำลังทุกยุทธศาสตร์ทางการทูตทุกการปรับสกรัมเมอร์สุดท้ายก็ต้องพยายามตีล้อมกัมพูชาในทุกประตูเพื่อปิดล้อมและกดดันให้ กัมพูชา กลับมาสู่โต๊ะเจรจาให้ได้

ส่วนกรณีที่ทางสมเด็จฮุน เซนออกมาเปิดเผยว่ารัฐบาล สร้างสถานการณ์เพื่อสร้างความนิยมให้กับพรรคภูมิใจไทย นายณัฐพงษ์ มองว่า เป็นสิ่งที่ทุกคนประเมินได้ตนไม่อยากให้สัมภาษณ์โดยที่ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงแต่ว่าตนเองได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นที่ฝ่ายกัมพูชาเป็นคนเปิดฉากก่อนเราก็จะเห็นว่าสองครั้งที่ผ่านมา เกิดจากการที่มีความพยายาม ในการพุ่งเป้าการปรับเครือข่ายสแกมเมอร์หรือไม่ และทุกครั้งที่เรามีการดำเนินการในเรื่องนี้ก็กลับกลายว่ามีเหตุปะทะตามแนวชายแดนเกิดขึ้นเพราะฉะนั้นได้อีกมุมมองหนึ่งเราไม่ควรไปตกหลุมพราง เพราะเมื่อไหร่ที่กองทัพของเราทำเกินหลักกติกาสากลขึ้นมาเราก็ขาดความชอบธรรมทันที เพราะฉะนั้นการแสดงท่าทีของนายกรัฐมนตรีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดอย่าไปแสดงท่าทีเสริมเข้ากับสิ่งที่ทางกัมพูชาอยากให้เราไปตกหลุมพราง

เมื่อถามว่าถ้าหากนายกรัฐมนตรียังไม่ยุบสภาเพราะปัญหาชายแดนยังไม่สงบ แต่ในขณะเดียวกัน การยืดเยื้อระยะเวลาออกไปทำให้พรรคประชาชนมีเวลาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคประชาชนรับได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญการบริหารสถานการณ์ชายแดนและการแก้ไขปัญหาอื่นๆ ในฐานะฝ่ายค้านเราทำงานอยางเต็มที่ ไม่อยากมห้ไปผูกกันได้ทุกเรื่อง ตัวเองบอกว่าสิ่งสำคัญสำหรับรัฐบาลในตอนนี้คือการบริหารสถานการณ์ทุกอย่างอย่างดีที่สุด และทำทุกอย่างตามกรอบเอ็มโอเอในฐานะของพรรคฝ่ายค้านเราเองก็เดินหน้าตรวจสอบอย่างเต็มที่ในเรื่องการแก้ไขปัญหาทุกขอภัย และการช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ยังประชุมกันอยู่ในสภาวันนี้ เราก็ทำทุกอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีออกมาเปิดเผยว่าอาจจะมีการยุบสภาเร็วกว่ากำหนด จะเป็นที่วางไว้หรือไม่เพื่อให้พรรคภูมิใจไทยได้รับคะแนนนิยม นายณัฐพงษ์เผยว่า ต้องไปถามนายกรัฐมนตรีเองเชื่อว่ายิ่งยุบสภาเร็วตราบใดที่ทุกอย่างเดินไปตามกรอบเอ็มโอเออย่างเช่นกระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังเดินหน้า สามารถเดินหน้าได้ และเราก็สามารถทำประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งครั้งหน้าได้แล้วจะยุบสภาให้เร็วขึ้นนั้น กว่ากรอบเอ็มโอเอที่ตกลงกันไว้ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่เสียหายอย่างไร

เมื่อถามว่าให้คะแนนนายกรัฐมนตรีในฐานะที่ตนเคยโหวตให้เป็นนายกฯนั้น เท่าไหร่จากเต็ม 10 นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ก็คงไม่ได้เป็นลักษณะการให้คะแนน แต่ตนคิดว่าเป็นในเรื่องการตรวจสอบ เรื่องต่อเรื่อง ประเด็นต่อประเด็นอย่างเช่นเรื่องสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาตนเองได้บอกไปแล้วว่าเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากคือท่าทีของนายกรัฐมนตรีจะทำให้นานาประเทศ มองประเทศไทยเป็นฝ่ายรุกรานเป็นฝ่ายที่กระหายสงคราม

เมื่อถามว่าหากมีการยื่นซักฟอกขึ้นมาทางพรรคประชาชนมีการประเมินไว้อย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ก็ต้องดูผลการพิจารณารัฐธรรมนูญในสองวันนี้ว่าวาระสองจะผ่านหรือไม่ และวารสารจะเป็นอย่างไร เพราะเราพูดมาชัดเจนหลายครั้งถ้ากระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องสะดุดลงไม่เป็นไปตามเอ็มโอเอที่ตรงกัน เราก็พร้อมที่จะยื่น ม.151 ทันที

เมื่อถามว่า ในวาระสามผลของการโหวตไม่ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภาพรรคประชาชนจะทำอย่างไร นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ต้องรอดูการโหวตว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากออกมาก็ไม่มี เสียงส.ว.หนึ่งในสามแล้ว ซึ่งการสงวนคำแปลญัตติก็เป็นสิทธิ์ของสมาชิกวุฒิสภาบางส่วนแต่อย่างไร ก็ต้องดูการโหวตสู้ในสภาใหญ่

ส่วนจะทำให้พรรคประชาชน ต่อยในการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ดูที่การลงมติดีกว่าว่าถอยหรือไม่ตนเองเชื่อว่าพวกเราพร้อมที่จะเดินหน้าการทำหน้าที่ในสภาอย่างเต็มที่เพื่อให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีการยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าคิดถูกแล้วใช่หรือไม่ที่โหวตนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ดูในภาพรวม ณ ตอนนี้กระบวนการทุกอย่างยังเดินหน้าอยู่ เพราะฉะนั้นตราบใดที่ยังเป็นไปตามกรอบ MOA ตนเชื่อว่าสิ่งที่พวกเราได้ตัดสินใจไป เราตัดสินใจบนฐานประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นสำคัญไม่ด้ดูที่คะแนนความนิยมของพรรคเป็นตัวตั้ง เราเห็นว่า 2 ปีที่ผ่านมา เราเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีถึง 3 คน ตราบใดที่ยังไม่ได้มีการแก้ไขกติกาสูงสุดของประเทศ ยังไม่ได้แก้ไข ระบบการเมือง ให้ดีขึ้น อนาคตจะเลือกตั้งอีกสักกี่ครั้ง เราก็ไม่สามารถผลักดันให้ประเทศไทยก้าวหน้าไปมากกว่านี้ได้ จึงเป็นที่มาที่เราตัดสินใจในวันนั้น ในการเดินหน้าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่พร้อมกับการเลือกตั้ง

เมื่อถามว่าเรื่องการซักฟอกรัฐบาลได้คุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทยหรือยัง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องบอกว่าเวทีหน้าบ้านหลังบ้านไม่ใช่แค่ตน สมาชิกรัฐสภาในส่วนของพรรคประชาชนทุกคนมีการพูดคุยกันหลายเวทีอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ แต่ยืนยันอีกหนึ่งครั้งว่าไม่เคยมีข้อตกลงใด ๆ เพื่อที่จะบอกเขาว่าไม่ยื่นหรือยื่นซักฟอกดีกว่าหรือไม่ จริง ๆ ต้องบอกว่าเราพูดคุยกันมาโดยตลอด โดยให้เหตุผลแสดงเหตุผลกันและกัน การยื่นไม่ยื่นเป็นสิทธิ์ของแต่ละฝ่าย เป็นการตัดสินใจของเขา แต่พรรคประชาชนยืนยันว่าเมื่อไรก็ตามที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเราพร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มที่

ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องบริหารประเทศในความเสี่ยงแบบนี้จะตรวจสอบมากกว่านี้ได้อย่างไร “ ถ้าถึงเวทีที่จะต้องมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขึ้นมา นอกจากการอภิปรายแล้วก็ต้องดูการลงมติด้วย แต่ว่าเวลานั้นก็ยังมาไม่ถึง คล้ายกับคำถาม สว.1 ใน 3 เราจะถอยไม่ถอย ผมเชื่อว่าอย่าพึ่งตั้งข้อสังเกตเกินเลยไปกว่านี้เลย รอดูที่การโหวตในสภาจะเห็นการทำหน้าที่ของพวกเรา ” นายณัฐพงษ์ กล่าว

เมื่อถามย้ำว่าประเทศรอได้ขนาดนั้นหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เราไม่เคยรอเราตั้งคำถามผ่านกรรมาธิการเราเชิญรัฐมนตรีเข้ามาชี้แจงในกรรมาธิการด้วย แม้หลายครั้งจะ ไม่ได้รับความร่วมมือเราจะใช้การสื่อสารผ่านพ่อแม่พี่น้องสื่อมวลชน ไม่ใช่แค่ตั้งคำถามวิพากษ์วิจารณ์อย่างเดียว เช่น การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมภาคใต้เราก็ลงไป ทำด้วยตัวเองด้วย เราพยายามประคับประคองสถานการณ์ให้ดีกับประเทศมากที่สุดและทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่เช่นเดียวกัน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...