นักวิชาการ มธ. มองพรรคการเมืองให้ความสำคัญนโยบายมากขึ้น
ภายหลังจากที่แต่ละพรรคการเมืองได้ประกาศลำดับ สส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของตัวเองไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดร.อภินพ อติพิบูลย์สิน อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า มีข้อสังเกตว่าแม้รัฐธรรมนูญจะไม่ได้มีการบังคับคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีต้องเป็น สส.
ทว่าบุคคลที่อยู่ในอันดับหนึ่งใน สส.บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน ล้วนแต่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้งสิ้น ตรงนี้สะท้อนว่า การออกแบบรัฐธรรมนูญของไทยอาจคิดเยอะเกินไปในเรื่องการกำหนดให้มีระบบแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพราะสุดท้ายประชาชนย่อมคาดหวังว่าผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่ออันดับหนึ่งคือว่าที่นายกรัฐมนตรีของพรรคนั้นๆ และพรรคการเมืองก็ปรับตัวตามวิถีประชาธิปไตยที่ควรเป็นแล้ว
นอกจากนี้ อีกหนึ่งภาพสะท้อนหลังจากที่ได้เห็นลำดับ สส.บัญชีรายชื่อ คือทุกพรรคการเมืองเริ่มมีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับการเมืองเชิงนโยบายมากขึ้น จากในอดีตที่รายชื่อลำดับแรกๆ มักมาจากตระกูลการเมืองบ้านใหญ่หรือนักธุรกิจ ก็พบว่ามีการคละกันโดยนำผู้ที่ความสามารถเฉพาะทาง
เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านการคลัง หรือด้านเศรษฐกิจ สายเทคโนแครต สายวิชาการ เข้ามาคละมากขึ้น ซึ่งเป็นไปเพื่อให้ดำเนินการตามนโยบายที่พรรคได้นำเสนอไว้ได้สำเร็จ ส่งผลให้ประชาชนสามารถรับทราบได้ตั้งแต่ก่อนเข้าคูหาเลือกตั้งว่าแต่ละพรรควางตัวบุคคลไว้ทำงานในด้านไหนบ้าง จึงเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นและส่งผลต่อการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกพรรคที่ตนชื่นชอบแนวนโยบายได้