หมอดูแม่นมาก ทักปีใหม่มีเคราะห์ ระวังของหาย ก่อนฉกไอโฟนสาว
เมื่อวันที่ 1 ม.ค.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเขต สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุลักทรัพย์ โทรศัพท์มือถือ รุ่นไอโฟน 13 Pro ราคาประมาณ 20,000 บาท เหตุเกิดที่ตรงข้ามวัดชัยมงคล พระอารามหลวง พัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรีบนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเขตสภ.เมืองพัทยารีบไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯและพลเมืองดี สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ ทราบชื่อคือ นายอุดมทรัพย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี อาชีพหมอดูดวง พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ ของผู้เสียหาย ทราบชื่อคือ น.ส.บี (สงวนชื่อและนามสกุลจริง) อายุ 19 ปี ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายแบบย่ามสีน้ำตาล ของหมอดูดวงตัวแสบ จึงบันทึกภาพและเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบถาม น.ส.บี อายุ 19 ปี ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุหมอดูรายนี้ แต่งตัวและทำเสียงคล้ายคนแก่ ปูเสื่อนั่งอยู่บนฟุตปาธตรงข้ามวัด เรียกให้ตนใช้บริการดูดวง ตนสงสารและคิดว่าอยากทำบุญในวันปีใหม่ จึงตกลงใช้บริการ โดยไม่คาดคิดว่าจะมีเรื่องร้าย ขณะที่ดูดวงด้วยไพ่นั้น หมอดูรายนี้ทักว่าตนจะมีเคราะห์ จะสูญเสียสิ่งของมีค่า ตอนแรกตนก็หลงเชื่อ ฝ่ายหมอดูหวังจะให้จ่ายเงินเพิ่ม เพื่อสะเดาะเคราะห์
แต่ตนเองมองว่าเป็นเรื่องไม่จำเป็นจึงปฏิเสธ หลังดูดวงทักทายทำนายเสร็จ และกำลังจะกลับที่พัก ปรากฏว่าโทรศัพท์มือถือ ซึ่งวางอยู่ข้างตัวในระหว่างที่ทำนายตลอดเวลาสูญหายไปแบบมีเงื่อนงำ ฝ่ายหมอดูยังคงอวดอ้างว่า ตนทำนายทายทักได้แม่นยำ ยังคงทำนายรูปพรรณสันฐานคนร้ายที่เอาโทรศัพท์มือถือไป
ตนคิดว่าต้องเป็นฝีมือหมอดูรายนี่อย่างแน่นอน จึงเรียกเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯและพลเมืองดีมาช่วยตรวจสอบ ก็พบว่าโทรศัพท์มือถือของตนเอง ถูกซุกซ่อนไว้ในกระเป๋า แอบไว้ในกล่องหน้ากากอนามัย จึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว
ด้านนายอุดมทรัพย์ หมอดูสุดแสบรายนี้ เมื่อจำนนต่อหลักฐาน ก็ยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริง และเพิ่งลงมือก่อเหตุทำเป็นครั้งแรก ที่ทำลงไปเพราะอยากได้เงินไว้ใช้ในช่วงปีใหม่เท่านั้น ภายหลังพยายามขอโทษวอนขอไม่ให้ผู้เสียหายเอาเรื่อง แต่ผู้เสียหายยังคงให้ส่งตัวดำเนินคดี เพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุกับผู้อื่นได้อีก
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว หมอดูสุดแสบรายนี้ พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และอุปกรณ์ดูดวง ให้พนักงานสอบสวน เก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป