โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นบข. เคาะ 5 มาตรการข้าว ปรับโครงสร้างข้าวไทยครั้งใหญ่ ดันยอดขายจีน-สิงคโปร์ คาดราคาหอมมะลิแตะ 1.3 หมื่น/ตัน

The Better

อัพเดต 19 พ.ย. 2568 เวลา 01.24 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2568 เวลา 00.59 น. • THE BETTER
นบข.เคาะ 5 มาตรการใหญ่ช่วยชาวนา ปรับโครงสร้างการผลิตระยะยาว พร้อมเปิดดีลส่งออกเพิ่มทั้งจีน–สิงคโปร์ คาดดันราคาข้าวหอมมะลิแตะ 13,000 บาทต่อตัน นายกฯ กำชับทุกหน่วยงานเป็น “เซลส์แมนขายข้าว”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ได้เป็นประธานการประชุม นบข. ครั้งที่ 1/2568 เพื่อกำหนดทิศทางการบริหารจัดการข้าวของประเทศ โดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานทำหน้าที่เป็น “เซลส์แมน” ในการขายสินค้าไทย และให้รักษาคุณภาพข้าวไทยเพื่อยกระดับการแข่งขัน

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยถึงความสำเร็จในการผลักดันการส่งออกข้าวท่ามกลางตลาดโลกที่ผันผวน โดยเฉพาะการบรรลุข้อตกลงขายข้าวให้สาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มเติมอีก 500,000 ตัน หลังได้รับการยืนยันการสนับสนุนสินค้าเกษตรไทยจากประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนอย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ นอกจากนี้ ไทยยังปิดดีลขายข้าว Food Security ให้กับสิงคโปร์ได้สำเร็จ 100,000 ตัน ซึ่งคาดการณ์ว่าจะส่งผลให้ราคาข้าวหอมมะลิขยับสูงขึ้นไปอยู่ในระดับ 13,000 บาทต่อตัน ขึ้นไป

ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ 5 เรื่องหลัก โดยมีผลต่อทิศทางนโยบายข้าวปีการผลิต 2568/69 ดังนี้:

1. โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี (ปรับวงเงิน)

ปรับลดวงเงินสินเชื่อต่อตันให้สอดคล้องกับราคาตลาดปัจจุบัน โดยมอบหมายให้ ธ.ก.ส. จัดทำรายละเอียดเสนอ ครม.

ข้าวเปลือกเจ้า: ลดจาก 8,000 บาท/ตัน เป็น 5,800 บาท/ตัน

ข้าวเปลือกปทุมธานี: ลดจาก 9,000 บาท/ตัน เป็น 7,600 บาท/ตัน

ข้าวเปลือกเหนียว: ลดจาก 10,000 บาท/ตัน เป็น 8,600 บาท/ตัน

2. ขยายเวลาโครงการชดเชยดอกเบี้ยเก็บสต็อกข้าว

ขยายระยะเวลาโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ปีการผลิต 2566/67 ออกไปอีก 6 เดือน จากเดิมสิ้นสุด 31 ต.ค. 68 เป็น 30 เม.ย. 69

3. มาตรการดูดซับผลผลิตข้าวส่วนเกินและปรับโครงสร้างการผลิต มาตรการระยะยาวเพื่อปรับโครงสร้างการผลิตและดูดซับผลผลิตส่วนเกิน ประกอบด้วย 3 โครงการย่อย:

โครงการดูดซับข้าวเปลือกนาปี: เป้าหมาย 3 ล้านตันข้าวเปลือก (เน้นข้าวขาว) โดยให้ องค์การคลังสินค้า และ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร รับซื้อใน ราคานำตลาด (บวกไม่เกิน 300 บาท/ตัน)

โครงการปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวนาปรังเป็นพืชหลังนา: เป้าหมาย 1 ล้านไร่ สนับสนุนเกษตรกร 2,000 บาท/ไร่ (ไม่เกิน 10 ไร่/ครัวเรือน)

การสนับสนุนการปลูกข้าวคุณภาพสูง (ข้าวประณีต): สนับสนุนเกษตรกร 200 กลุ่ม ผ่านการเชื่อมโยงตลาด (Business Matching) และสนับสนุนเครื่องจักร/อุปกรณ์ที่จำเป็น

4. ทบทวนกฎระเบียบการนำเข้าข้าวภายใต้ WTO

เพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางการค้ากับญี่ปุ่น ที่ประชุมเห็นชอบให้แก้ไขระเบียบฯ โดยเพิ่มปริมาณการนำเข้าสำหรับผู้มีสิทธิแต่ละราย จาก "ไม่เกิน 100 เมตริกตัน/ราย/งวด" เป็น "ไม่เกิน 300 เมตริกตัน/ราย/งวด" ตามการร้องขอของญี่ปุ่น

5. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 4 คณะ

แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 4 คณะย่อย เพื่อติดตามกำกับดูแลและบริหารจัดการข้าวอย่างครอบคลุม ทั้งด้านการผลิต ด้านการตลาด การพิจารณาชดเชยดอกเบี้ยเก็บสต็อก และการติดตามกำกับดูแลระดับจังหวัด

นายอนุทินกล่าวปิดท้ายว่า รัฐบาลพร้อมให้การช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรด้วยมาตรการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องชาวนาไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...