ผู้เชี่ยวชาญ เตือน “อาหารแปรรูปขั้นสูง” เป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพทั่วโลก เสี่ยงโรคร้ายพุ่ง
รายงานทบทวนงานวิจัยระดับโลกชี้ การบริโภค "อาหารแปรรูปขั้นสูง" เพิ่มความเสี่ยงโรคร้ายกว่า 12 ชนิด เรียกร้องรัฐบาลทั่วโลกเร่งออกมาตรการควบคุม ตั้งแต่ฉลากเตือนจนถึงเก็บภาษีสินค้า
วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 เวลา 20.00 น. สำนักข่าว BBC รายงานว่า รายงานการทบทวนงานวิจัยระดับโลกฉบับใหม่สะท้อนว่าผู้เชี่ยวชาญนานาชาติเรียกร้องให้ทั่วโลกลงมือทันทีลดการบริโภคอาหารแปรรูปขั้นสูง (Ultra-Processed Food: UPF) เนื่องจากเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพ ตามรายงานการทบทวนงานวิจัยระดับโลกฉบับใหม่
ผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า พฤติกรรมการกินของผู้คนทั่วโลกกำลังเปลี่ยนไป จากอาหารสดและอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบธรรมชาติ ไปสู่อาหารราคาถูกแต่แปรรูปอย่างหนัก ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคอ้วน และภาวะซึมเศร้า
ในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet นักวิจัยเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินมาตรการเร่งด่วน พร้อมเสนอคำเตือนบนฉลากสินค้าและการเก็บภาษีอาหารแปรรูปหนัก เพื่อนำรายได้ไปเพิ่มการเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น
อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มเตือนว่ารายงานฉบับนี้ไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่า UPF เป็นสาเหตุโดยตรงของผลกระทบทางสุขภาพ และจำเป็นต้องมีการศึกษาทางคลินิกเพิ่มเติม
อาหารแปรรูปขั้นสูงคืออะไร?
อาหารแปรรูปขั้นสูง (UPF) ถูกนิยามว่าเป็นอาหารที่มีส่วนผสมมากกว่า 5 ชนิดที่ไม่พบในครัวบ้านทั่วไป เช่น สารทำให้เนื้อเนียน (emulsifiers), สารกันเสีย (preservatives), สารปรุงแต่ง (additives), สีผสมอาหาร และสารให้ความหวาน ตัวอย่างของ UPF ได้แก่ ไส้กรอก มันฝรั่งแผ่น เพสตรี้และบิสกิต ซุปกึ่งสำเร็จรูป น้ำอัดลม ไอศกรีม ขนมปังที่ผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม
แบบสำรวจชี้ว่าอาหารจากอุตสาหกรรมเหล่านี้กำลังมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นในอาหารประจำวันของผู้คนทั่วโลก ส่งผลให้คุณภาพอาหารลดลง น้ำตาลและไขมันไม่ดีสูง ขณะที่ไฟเบอร์และโปรตีนต่ำลง
ผลการทบทวนงานวิจัย 104 ชิ้น ชี้ความเสี่ยงโรคเพิ่มขึ้นชัดเจน
การทบทวนงานวิจัยนี้จัดทำโดยผู้เชี่ยวชาญ 43 คนทั่วโลก ครอบคลุมงานศึกษาระยะยาว 104 ชิ้น พบว่า UPF เชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นของโรค 12 ชนิด รวมถึงเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไต ภาวะซึมเศร้า และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากทุกสาเหตุ
ศาสตราจารย์ คาร์ลอส มอนเตย์โร จากมหาวิทยาลัยเซาเปาโล ผู้คิดระบบจำแนกอาหาร NOVA กล่าวว่า การบริโภค UPF ที่เพิ่มขึ้นกำลังเปลี่ยนโฉมพฤติกรรมการกินของโลกและทำให้ผู้คนลดการบริโภคอาหารสดลง โดยบริษัทอาหารอุตสาหกรรมระดับโลกบางรายสร้างกำไรมหาศาลจากการผลักดันผลิตภัณฑ์แปรรูปหนัก พร้อมใช้งบการตลาดและการล็อบบี้เพื่อขัดขวางนโยบายด้านสาธารณสุขที่อาจลดการบริโภคอาหารเหล่านี้
ดร.ฟิลลิป เบเกอร์ ผู้ร่วมเขียนรายงานจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ กล่าวว่า โลกจำเป็นต้องมีการตอบสนองด้านสาธารณสุขที่แข็งแกร่งระดับโลก คล้ายกับความพยายามรับมืออุตสาหกรรมยาสูบ
แม้รายงานจะยอมรับว่าขาดข้อมูลจากการทดลองทางคลินิกโดยตรง แต่ยืนยันว่าไม่ควรรอจนสายเกินไปกว่าจะออกมาตรการปกป้องสุขภาพประชาชนจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
นักวิจัยบางส่วนตั้งข้อสงสัย สาเหตุยังไม่ชัดเจน
นักวิทยาศาสตร์บางคน กล่าวว่า การแยกผลกระทบของ UPF ออกจากปัจจัยอื่น ๆ เช่น วิถีชีวิต พฤติกรรมการกิน ฐานะทางเศรษฐกิจ อาจทำได้ยาก นักวิจารณ์ของระบบ NOVA ระบุว่าระบบนี้ให้ความสำคัญกับระดับการแปรรูปมากเกินไป โดยไม่คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการของอาหารนั้น ๆ ตัวอย่างเช่น ขนมปังโฮลเกรน ซีเรียลอาหารเช้า โยเกิร์ตไขมันต่ำ นมผงเด็ก ฟิชฟิงเกอร์ แม้จะจัดเป็น UPF แต่ก็ยังมีคุณค่าทางโภชนาการที่ดีหลายอย่าง
ศาสตราจารย์เควิน แมคคอนเวย์ จาก Open University เตือนว่า งานศึกษาลักษณะนี้พบเพียงความสัมพันธ์ ไม่ใช่สาเหตุ โดยยังมีพื้นที่สำหรับความสงสัยและจำเป็นต้องมีงานวิจัยเพิ่มเติม
ยังไม่ชัดว่าอะไรใน UPF ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ศาสตราจารย์จูลส์ กริฟฟิน จากมหาวิทยาลัยอเบอร์ดีน ชี้ว่า การแปรรูปอาหารบางรูปแบบมีประโยชน์ และจำเป็นต้องมีงานวิจัยเร่งด่วนเพื่อทำความเข้าใจว่ากระบวนการแปรรูปส่งผลต่อร่างกายอย่างไร
สมาคมอาหารและเครื่องดื่มของสหราชอาณาจักร (FDF) กล่าวว่า UPFs สามารถเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่สมดุล เช่น ถั่วลันเตาแช่แข็ง และขนมปังโฮลมีล โดยตั้งแต่ปี 2558 ปริมาณน้ำตาลและเกลือในสินค้าอาหารหลายชนิดลดลงถึง 1 ใน 3 ตามแนวทางรัฐบาล
คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านโภชนาการของสหราชอาณาจักร (SACN) เคยระบุเมื่อต้นปีว่าความเชื่อมโยงระหว่างการบริโภค UPFs กับผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่แย่ลงเป็นเรื่องน่ากังวล แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเกิดจากกระบวนการแปรรูป หรือจากการที่อาหารเหล่านี้มีแคลอรีสูง ไขมันอิ่มตัวสูง เกลือสูง น้ำตาลอิสระสูง ซึ่งคำแนะนำปัจจุบันของรัฐบาลสหราชอาณาจักรยังคงเหมือนเดิม คือ เพิ่มการกินผัก ผลไม้ และไฟเบอร์ และลดน้ำตาล ไขมัน และเกลือ
อ้างอิง : www.bbc.com