โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

5 หุ้นน่าสะสมยาวสำหรับ DCA ในปี 2569

The Bangkok Insight

อัพเดต 14 ม.ค. เวลา 06.16 น. • เผยแพร่ 14 ม.ค. เวลา 06.06 น. • The Bangkok Insight

บล.ทิสโก้ คัด 5หุ้นเด่น ธุรกิจนิ่ง ปันผลสูง เหมาะกับการลงทุนระยะยาวแบบ DCA สำหรับปี 2569

บทวิเคราะห์ บล. ทิสโก้ มองกลยุทธ์การลงทุนหุ้นไทยในปี 2569 ว่า Upside และ Downside ของตลาดค่อนข้างจำกัด โดยให้เป้า SET Index อยู่ที่ 1,388 จุด อิงจาก Fwd. PER เหมาะสมที่ประมาณ 16 เท่า และ EPS ปี 2569-2570 ที่ 81.2 และ 84.9 ตามลำดับ เพราะ Upside ตลาดถูกจำกัดด้วยการเติบโตที่ต่ำทั้งทางเศรษฐกิจและกำไรของบริษัทจดทะเบียน

แนวโน้มกำไรของบริษัทจดทะเบียนจะมีผลต่อความเคลื่อนไหวของ SET Index มากกว่าการ เติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมีค่าสหสัมพันธ์ (Correlation) ที่ +0.79 และ +0.54 ตามลำดับ ซึ่งกำไรของตลาดที่ดีกว่าคาดหรือแย่กว่าคาดทุกๆ 10,000 ล้านบาท จะคิดเป็น Upside หรือ Downside ต่อ SET Index ประมาณ 14 จุด

ทิสโก้

ขณะเดียวกัน Downside ก็จำกัดเช่นกัน หลังร่วงสวนทางหุ้นโลก 3 ปีซ้อน นับเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันนานที่สุด หากไม่นับรวมช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งที่หุ้นไทยให้ผลตอบแทนติดลบถึง 5 ปีซ้อน แปลว่าในเชิงสถิติโอกาสที่ตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวลงมากกว่า 3 ปีติดต่อกัน มีเพียง 7% ไม่น่าจะให้ผลตอบแทนติดลบเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน เพราะราคาและมูลค่าหุ้นถูกปรับลดลงไปมาก (Derate) น่าจะซึมซับปัจจัยลบต่างๆ มากแล้ว

อีกทั้งการที่ตลาดหุ้นไทยต่ำกว่าที่เห็น เนื่องด้วยถูกหุ้น DELTA บิดเบือนทั้งระดับราคาและมูลค่า โดยการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของ DELTA ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้ DELTA ก้าวขึ้นเป็นหุ้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตลาดหุ้นไทยมี มูลค่าตลาดรวมสูงกว่า 2 ล้านล้านบาท นอกจากจะมีอิทธิพลต่อความเคลื่อนไหวของ SET Index มากแล้ว ขณะเดียวกันก็ทำให้ภาพ SET Index ถูกบิดเบือนไปจากสภาพความจริงมากเช่นกัน

ทิสโก้ คัด 5หุ้นเด่น ลงทุนระยะยาวแบบ DCA

ดังนั้น ในปี 2569 แม้หุ้นไทยอาจจะไม่ได้หวือหวา แต่ยังเหมาะกับการทยอยเก็บสะสม ด้วยกลยุทธ์การ DCA (Dollar-Cost Averaging) คือ กลยุทธ์การลงทุนแบบ "ถัวเฉลี่ย" ซึ่ง บล. ทิสโก้ คัด 5หุ้นเด่น ธุรกิจนิ่ง ปันผลสูง เหมาะกับการลงทุนระยะยาวแบบ DCA มาฝากดังนี้

1. AEONTS: บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)

ราคาเป้าหมาย 136 บาทต่อหุ้น

ได้รับคัดเลือกเข้าทั้งดัชนี SETESG และ SETHD พร้อมกันสำหรับครึ่งปีแรก 2569 ส่วนการรับต่อเวลาการชำระขั้นต่ำบัตรเครดิต 8% เป็นผลดีต่อการควบคุมคุณภาพหนี้ ขณะที่แนวโน้มการลดดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้เป็นผลดีต่อหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์, การประเมินมูลค่าหุ้นถูก PER ปี 2569 เพียง 7.8 เท่า PBV 0.8 เท่า และคาดปันผลปี 2569-2570 เฉลี่ยปีละ 6.7%

2. ICHI: บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ราคาเป้าหมาย 14.5 บาทต่อหุ้น

แนวโน้มกำไรคาดกลับมาเติบโตปีนี้ 10% จากปีก่อนที่ได้รับผลกระทบจากฤดูฝนที่ยาวนาน การเติบโตมาจากกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ขยายช่องทางจำหน่ายและการออกสินค้าใหม่ที่เน้นความคุ้มค่า ขณะที่มีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก (การสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา และเงินบาทแข็ง) น้อยกว่าหุ้นเครื่องดื่มตัวอื่น โดยให้ปันผลดีราวปีละ 8%

3. MC: บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ราคาเป้าหมาย 12.6 บาทต่อหุ้น

ช่องทางออนไลน์โดยเฉพาะ TikTok ยังเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้หนุนแนวโน้มกำไรโตแบบหลักเดียวแต่มั่นคง ผสานกับการปรับ Layout สาขา กับการขยายพื้นที่สาขาเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 100-120 ตรม. (จากเดิม 50-80 ตรม.) และออกสินค้าใหม่เพื่อเจาะกลุ่มตลาด Gen Y และ Gen Z โดยผลตอบแทนปันผลสูงราวปีละ 9% ฐานะการเงินและเงินสดในมือแข็งแกร่ง จ่าย Pay-out ได้เกือบ 100%

ทิสโก้

4. PRM: บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน)

ราคาเป้าหมาย 10 บาทต่อหุ้น

แนวโน้มกำไรโตต่อเนื่องจากการขยายกองเรือเป็น 70 ลำในปี 2568 และจะมีเรือเพิ่มอีก 4 ลำเป็น 74 ลำในปี 2569 พร้อมกับการได้สัญญาใหม่ และเรือเข้าอู่ซ่อมน้อยลง ฐานะการเงินแข็งแกร่ง Net D/E 0.5 เท่า ปันผลเด่นปีละ 9% หลายปีที่ผ่านมา ปันผลเพิ่มขึ้นมาโดยตลอดตามผลประกอบการที่เติบโต

5. PTTEP: บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

ราคาเป้าหมาย 134 บาทต่อหุ้น

ประกาศแผนลงทุน 5 ปีใหม่ โดยจะลงทุนราว 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ลงทุนในโครงการ A18 (MTJDA) และปรับปรุงแผนงานในมาเลเซียและ Mozambique ขณะที่แผนปริมาณผลิตปรับขึ้นจากเดิมราว 3-9% แนวโน้มราคาน้ำมันเฉลี่ยปีนี้คาดจะดีกว่าปีที่แล้ว PER ปีนี้ 7.2 เท่า PBV ที่ 0.8 เท่า และปันผลราว 6-7% ต่อปี

ทั้งนี้ ต้นปีถือเป็นช่วงเวลาที่ดีในการลงทุนหุ้นปันผล และมีโอกาสจะ Outperform ตลาด จากการศึกษาเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของ SETHD TRI Index พบว่ากลุ่มหุ่นปันผลสูงมักจะให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาดโดยรวมเสมอในช่วงเดือนม.ค.- เม.ย. ของทุกปี เฉลี่ยประมาณ 3% และมีความเป็นไปได้สูงถึง 80%

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...