โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดเทรนด์คริปโทฯ 2026 Stablecoin พลิกโครงสร้างการเงิน เน้นคัดเลือกคุณภาพ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 ธ.ค. 2568 เวลา 14.41 น. • เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2568 เวลา 07.41 น.

เมอร์เคิล แคปปิตอล วิเคราะห์ “บทสรุปตลาดคริปโทฯ ปี 2025 และทิศทางสำคัญที่ต้องจับตาในปี 2026” ชี้ Stablecoin จะเป็นโครงสร้างใหม่พื้นฐานการเงิน มองสภาพคล่องตัวแปรขับเคลื่อนหลัก เน้นคัดเลือกเชิงคุณภาพ พร้อมบริหารความเสี่ยงรอบคอบ

17 ธันวาคม 2568- นายภาณุวิชญ์ ไทยานนท์ Senior Investment Consultant บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด ดำเนินธุรกิจผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งแรกในประเทศไทย ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต.ให้ข้อมูลในสัมมนาพิเศษหัวข้อ บทสรุปตลาดคริปโทฯปี 2025 และทิศทางสำคัญที่ต้องจับตาในปี 2026 ระบุว่า

ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในปี 2025 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง จากตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยการเก็งกำไร มาเป็นตลาดที่เติบโตบนพื้นฐานที่ชัดเจนมากขึ้น ทั้งด้านกติกา ผู้เล่น และเทคโนโลยี โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากนักลงทุนสถาบันและผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เชื่อมโยงกับตลาดทุน ทำให้ตลาดเริ่มมีเสถียรภาพและให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานมากกว่าความผันผวนระยะสั้น

หนึ่งในปัจจัยหลักของปี 2025 คือ ความชัดเจนด้านกฎระเบียบ โดยเฉพาะการกำกับดูแล Stablecoin ซึ่งถูกยกระดับจากสินทรัพย์ในโลกคริปโทฯ ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ใช้งานได้จริงในระบบเศรษฐกิจ โดย Stablecoin ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างระบบการเงินดั้งเดิมกับสินทรัพย์ดิจิทัล ช่วยให้การโอนมูลค่าและการทำธุรกรรมข้ามประเทศมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเป็นฐานสำคัญต่อการเติบโตของตลาดในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ด้านเทคโนโลยีถือเป็นอีกเสาหลักที่ผลักดันตลาด โดยการอัปเกรดเครือข่ายบล็อกเชนหลักอย่าง Ethereum ในปีนี้ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับธุรกรรม ลดคอขวดด้านต้นทุน และสนับสนุนการเติบโตของระบบนิเวศ Layer 2 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาแอปพลิเคชัน Web3 และการใช้งานจริงในวงกว้าง

นายภาณุวิชญ์ ระบุว่า ในปี 2026 สภาพคล่องจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของตลาด จากสัญญาณนโยบายการเงินโลกที่เริ่มผ่อนคลายมากขึ้น ประกอบกับการขยายบทบาทของสถาบันการเงินในระบบออนเชน โดยเฉพาะการนำสินทรัพย์ดั้งเดิม เช่น พันธบัตรหรือกองทุนตลาดเงิน เข้ามาอยู่บนบล็อกเชน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเงินทุนและเปิดทางให้เม็ดเงินจากโลกการเงินดั้งเดิมไหลเข้าสู่ตลาดคริปโทฯมากขึ้น

ด้านการลงทุน ปี 2026 มีแนวโน้มเห็นการเติบโตของการ Tokenize สินทรัพย์โลกจริง (Real World Assets), การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายศูนย์ (DePIN), Stablecoin Super Cycle รวมถึง SocialFi และ Creator Economy ที่เปลี่ยนคอนเทนต์และการมีส่วนร่วมให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยตรง พร้อมกับบทบาทของ AI ที่เข้ามาเสริมการทำธุรกรรมและการตัดสินใจบนบล็อกเชนมากขึ้น

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ประเมินว่า ระดับราคาต่ำกว่า 70,000 ดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นจุดสำคัญ ที่บิตคอยน์จะเสียแนวโน้มเชิงเทคนิคและทิศทางของเทรนด์หลัก ขณะที่ในระยะสั้นราคายังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวแบบ Sideways ในกรอบประมาณ 70,000–94,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยหากยังไม่สามารถทะลุแนวต้านสำคัญที่ 94,000 ดอลลาร์สหรัฐได้ จะยังไม่ถือว่าเข้าสู่รอบขาขึ้นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ระดับราคาปัจจุบันถือเป็นช่วงที่มีสัดส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนค่อนข้างน่าสนใจ และควรติดตามอย่างใกล้ชิด

นายภาณุวิชญ์ สรุปว่า ตลาดคริปโทฯ ในระยะถัดไปจะไม่ใช่ยุคที่สินทรัพย์ทุกตัวเติบโตพร้อมกัน แต่เป็นยุคของการคัดเลือกเชิงคุณภาพ นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับโครงการที่มีการใช้งานจริง โมเดลธุรกิจชัดเจน และสอดคล้องกับทิศทางกติกาโลกที่เปลี่ยนไป พร้อมบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

*หมายเหตุ คริปโทเคอร์เรนซี และโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ คริปโทเคอร์เรนซี ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...