โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตลาดชา ปี 68 ระอุ แบรนด์ไทย-ต่างชาติ บุกหนัก บิ๊กเนมระดับโลกคัมแบ็ก

Positioningmag

อัพเดต 18 ธ.ค. 2568 เวลา 03.08 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2568 เวลา 03.07 น. • my_bb

ปี 2568 คือปีที่ “ตลาดชา” ระอุต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าตลาดชา 26,000 ล้านบาทแต่มีจำนวนร้านชาทั่วไทยกว่า 30,000 แห่ง ทำให้สมรภูมินี้ กลายเป็นหนึ่งในสนามแข่งขันที่ดุเดือดที่สุดของธุรกิจเครื่องดื่มในไทย

และแรงหนุนสำคัญก็มาจากฝั่งผู้บริโภค

ข้อมูลจาก Grab ชี้ว่า ปี 2568 เครื่องดื่มที่ถูกสั่งมากที่สุดแห่งปีคือ “ชาเย็น”(รวมชาไทย + ชานมไข่มุก) กว่า 11 ล้านแก้วตามมาติด ๆ ด้วย ชาเขียว 9 ล้านแก้วจากกระแสมัตจะฟีเวอร์ ส่งผลให้แชมป์เก่าอย่างอเมริกาโนเย็น หล่นไปอยู่อันดับ 3 อย่างเป็นทางการ

ร้านชาโกยรายได้ต่อเนื่อง

เมื่อดีมานด์สูง รายได้ของร้านชาเบอร์ท็อปไทยก็เติบโตตาม แต่ตัวเลขกำไรสะท้อนว่า‘เกมนี้ไม่ง่ายนัก’

ชาตรามือ: บริษัท ทิพย์ธารี จำกัด

  • รายได้ 1,831 ล้านบาทเติบโต 43%

  • กำไรสุทธิ 268 ล้านบาทเติบโต 37%

NOSE TEA: บริษัท โนส ที (ประเทศไทย) จำกัด

  • รายได้ 297 ล้านบาทเติบโต 512%

  • กำไรสุทธิ 30 ล้านบาทเติบโต 496%

Bearhouse: บริษัท 21ซันแพสชั่น จำกัด

  • รายได้ 420 ล้านบาทเติบโต 31%

  • กำไรสุทธิ 3.6 ล้านบาทลดลง 13%

Karun : บริษัท การัน เบฟเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด

  • รายได้ 154 ล้านบาทเติบโต 52%

  • กำไรสุทธิ 2.9 ล้านบาทลดลง 67%

ชา

ผู้เล่นต่างชาติสบช่อง บิ๊กเนมทยอยคัมแบ็ก

ความร้อนแรงของตลาดชาในไทย ไม่ได้ดึงดูดแค่แบรนด์ในประเทศ แต่ยังเรียกบิ๊กเนมต่างชาติให้หวนคืนสนาม

CHAGEEจากจีน

ชาจี ภายใต้การบริหารของ บริษัท ชาเอ็กซ์พลอเรอร์ จำกัด ถือหุ้น 49% (ผู้ถือหุ้นเดิม) ก่อนที่กลุ่มมาม่า (ผู้ถือหุ้นใหม่) จะเข้าลงทุน 51% มูลค่า 142 ล้านบาท

ปี 2568 เร่งเปิดมากกว่า 5 สาขาในโลเกชันหลัก ทั้ง The Parq, เซ็นทรัลพระรามสาม และโรบินสันลาดกระบัง

Gong Cha

แบรนด์ไต้หวัน สุดไวรัลในเกาหลีใต้ ที่เคยถอนทัพจากไทยเมื่อ 10 ปีก่อน กลับมาอีกครั้งในปี 2568 ภายใต้การนำเข้าของ Thai Outdoor Group (TOG) ปัจจุบันเปิดแล้ว 2 สาขา ที่เซ็นทรัลเวิลด์ และสยามพารากอน

HEYTEA

เจ้าของตำนานชาชีสและชาองุ่น หลังเคยเปิด Heekcha ในไทย และปิดตัวไปเมื่อปี 2563

ล่าสุด ส่งสัญญาณกลับมาไทย จากการเปิดรับสมัครพนักงานตำแหน่ง Store Manager ประจำสาขากรุงเทพ ผ่าน LinkedIn

คาดว่าเตรียมกลับมาลุยตลาดไทยอีกครั้งในปี 2569

ตลาดชา


แบรนด์ไทยรุกหนัก แตกไลน์–แจ้งเกิดน้องใหม่รัว ๆ

ฝั่งแบรนด์ไทยเองก็ขยับเกมเร็วไม่แพ้กัน

“ชาตรามือ”นอกจากขยายแบรนด์หลักเฉลี่ย 30 สาขา/ปียังรุกเซกเมนต์พรีเมียม ด้วยแบรนด์ใหม่ CTM (ย่อมาจาก Captivating Tea Muse)จับเทรนด์ชา Specialty ที่กำลังโต และวางหมากขยายในอัตราเดียวกับแบรนด์แม่

ขณะเดียวกัน ตลาดชา ก็เปิดพื้นที่ให้ “น้องใหม่” แจ้งเกิดต่อเนื่องอาทิ

“ชงดี” (Chongdee)กับซิกเนเจอร์ ชาใต้เข้มข้น มาพร้อมปาท่องโก๋ เปิดเพียง 2 ปี ขยายแล้ว 13 สาขา รายได้ปี 2567 กว่า 36 ล้านบาท

“ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน”เริ่มจากแผงเล็ก ๆ ในตลาดนัดจ๊อดแฟร์ ภายใน 2 ปี ขยายมากกว่า 22 สาขาจากพลังไวรัลและแบรนด์ดิ้งชัด

ตลาดชา


อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 คาดว่า การแข่งขันยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง เมื่อผู้เล่นใหม่เข้ามาไม่หยุด และบิ๊กเนมระดับโลก เริ่มกลับมาเคาะประตูอีกครั้ง

คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ “ตลาดชาจะโตไหม“ แต่คือ แบรนด์ไหนจะได้ไปต่อ และแบรนด์ไหนจะถูกคัดออกจากเกม…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...