โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ภาคภูมิ” ลูกน้องคนสนิท “บิ๊กโจ๊ก” ลั่น ละครเรื่องนี้ฉากใกล้จะจบแล้ว สุดท้ายมันหนีความจริงไม่พ้น

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

“ภาคภูมิ” ลูกน้องคนสนิท “บิ๊กโจ๊ก” ลั่น ละครเรื่องนี้ฉากใกล้จะจบแล้ว สุดท้ายมันหนีความจริงไม่พ้น หลัง ทนอยู่ในบ่วงกรรมมานานกว่า 10 ปี ชี้ ลูกน้องหลายคนถูก บิ๊กโจ๊ก ทำร้ายจิตใจ-ร่างกาย มานาน แม้ ถูกกล่าวหา ขายนาย-ทรยศหักหลัง ก็ไม่ลังเลที่จะทำ

วันที่ 31 ธ.ค. 68 พ.ต.อ.เอกภาคภูมิ พิศมัย อดีตนายตำรวจคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊ก อดีต รอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการนำพยานหลักฐาน มามอบให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับพล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ว่า การออกมาเปิดหน้าในวันนี้ พร้อมนำหลักฐานมาให้กับทางตำรวจ เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากมาก แต่ด้วยเหตุผลหลายๆ เรื่อง ที่เห็นน้องๆ ต่างได้รับความเดือดร้อน เพราะถูกบังคับให้รับผิดแทน ทำให้ครอบครัวของเขาได้รับผลกระทบและได้รับความลำบาก พร้อมทั้งมีการพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงในคลิปที่นำไปมอบให้กับตำรวจ เพื่อให้ตัวผมเองเป็นผู้กระทำความผิด รวมถึงคลิปในคดีอื่นๆ หลายๆ คดี ที่พี่ๆ น้องๆ ในตำรวจที่ต้องถูกดำเนินคดีด้วยกันต้องแบกรับในสิ่งที่เขาไม่ได้กระทำ ซึ่งมีผลต่อครอบครัว จึงเป็นสาเหตุหลักๆ ที่ออกมาในวันนี้

เมื่อถามว่าจากกระแสข่าวที่ออกมาว่าการเปิดหน้าหรือยอมออกมาให้ข้อมูลในวันนี้ เพื่อแลกกับการกลับมารับราชการในอาชีพตำรวจอีกครั้ง พ.ต.อ.เอกภาคภูมิ กล่าวว่า ถ้าจำได้ ตอนเกิดเรื่องใหม่ๆ ตนเองเคยทำหนังสือถึงนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาตนเองออกจากราชการ เพราะตอนนั้นยังอยู่ในราชการอยู่ เพื่อให้ตนออกมาต่อสู้ ในฐานะประชาชนคนหนึ่งได้อย่างเต็มตัว แต่ติดที่ตนเองมีคดีวินัย ซึ่งเป็นคดีอาญา ไม่สามารถลาออกได้ ก่อนจะถูกไล่ออกออกจากราชการ ถ้าสังเกตที่ผ่านมาตนเองไม่เคยออกไปเรียกร้องที่ไหนเลย มีแต่ต่อสู้ไปทั้งคดีอาญาและคดีวินัย เพื่อให้ตนเองได้กลับเข้ามารับราชการ ไปฟ้องร้องอะไรต่างๆ คนที่มีพฤติกรรมนั้นท่านคงเห็นอยู่แล้วว่าเป็นใคร

สำหรับกรณีที่มีลูกน้องต่างๆ เคยถูกทำร้ายนั้น พ.ต.อ.เอกภาคภูมิ กล่าว่า เรื่องนี้คนที่ถูกกระทำเช่นนั้น คงเข้าไปให้การแล้ว ส่วนตัวไม่ขอเปิดเผย เพราะว่าตอนนี้พยานในคดีต่างๆถูกรบกวน ซึ่งมันเป็นอันตรายหรือทำให้เสียรูปคดี แต่ตนเองขอยืนยันว่าเคยเห็นบางเหตุการณ์และมีพยานอื่นๆ เห็นในบางเหตุการณ์จริง ยืนยันมีการทำร้ายจริงๆ

“วันนี้น้องๆ หลายๆ คนก็กลัว ที่ผ่านมาไม่กล้าออกมากัน แต่วันนี้ตนเองตัดสินใจออกมา ก็เพราะสงสารน้องๆ เหล่านั้น ผมเอาชนะความกลัวด้วยความกล้า จะเอาชนะความเท็จด้วยความจริง ต่อสู้อย่างเปิดเผย เพื่อเอาชนะวิธีสกปรก และในวันที่ผมเดินออกมา ผมรู้อยู่แล้ว ว่าต้องเผชิญอะไร ต้องเจอกับอะไร มันรู้วิธีการกันอยู่ ก่อนหน้านี้ 2 วัน ก็มีการพยายามติดต่อมาทางคนที่รู้จักกับผมว่าอยากคุยด้วย อยากพบเจอ พอเราตัดขาดการติดต่อไป ก็เริ่มมีไอโอเข้ามาทำลายพ่อแม่ผม ครอบครัวผม แต่สิ่งเหล่านี้ไม่เกินความคาดหมาย ว่าผมจะต้องเจอ แต่ถ้าวันนี้ผมไม่ออกมาพูดความจริง ขบวนการนี้และวิธีการนี้ก็ยังคงอยู่ ก็ยังทำลายคนอยู่ตลอดเวลา” พ.ต.อ.เอกภาคภูมิ กล่าว

พ.ต.อ.เอกภาคภูมิ ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้ขายนาย แต่ถ้ามันต้องทำเพื่อน้องๆ เพื่อตำรวจส่วนร่วม เพื่อองค์กร ถ้าจะต้องถูกว่าหรือถูกกล่าวหาว่าเป็นการกระทำที่ขายนายหรือทรยศหักหลังอะไรก็ตาม ถ้าการพูดความจริงแล้วมันทำให้คนอื่นได้รับความเป็นธรรม หรือให้หลุดพ้นจากบ่วงกรรมต่างๆ ที่ต้องทนรับมาเป็นเวลา 10 ปี ให้ทรยศ 40 ครั้ง ตนเองก็ไม่ลังเล

“ส่วนความปลอดภัยของน้องๆ ที่ออกมาในวันนี้ บางคนได้รับการดูแลคุ้มครองแล้ว แต่สำหรับตน ตนไม่กลัว และไม่มีอะไรจะพูดถึงท่าน แต่ถ้าต้องพูด ก็อยากจะบอกว่า ท่านคงรู้ว่าสิ่งไหนจริงหรือสิ่งไหนเท็จ ผมว่าละครเรื่องนี้ฉากใกล้จะจบแล้ว สุดท้ายมันหนีความจริงไม่พ้น ”พ.ต.อ.เอกภาคภูมิ กล่าว

เมื่อถามว่าคิดอย่างไรที่บิ๊กโจ๊กออกมาให้บอกว่าเสียความรู้สึกนั้น พ.ต.อ.เอกภาคภูมิ กล่าวว่า ตนเองไม่ได้โกรธท่าน และยังเคารพท่าน ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชา สิ่งที่ท่านเคยสนับสนุนต่างๆ ตนเองยังรำลึกในบุญคุณของท่าน แต่ก็ต้องแยกแยะ และท่านต้องทราบว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตนเองได้ทำอะไรได้ให้ท่ารบ้าง ในผลงานที่ท่านพูดถึง มีคดีไหนหรือเรื่องไหน ที่ตนเองไม่ได้ทำ ต้องแยกแยะระหว่างบุญคุณกับความถูกต้อง

ส่วนรายละเอียดทางคดี หรือเอกสารต่างๆ ที่นำมามอบให้กับทางตำรวจ ขอให้รอแถลงใหญ่ในวันที่ 5 มกราคมนี้ ซึ่งคดีอยู่ในระหว่างกระบวนการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพราะมีทั้งพยานบุคคลและพยานวัตถุต่างๆ ที่จะต้องรวบรวม โดยตอนี้มันมีกระบวนการเข้าไปข่มขู่พยานและทำลายพยานหลักฐานต่างๆ ซึ่งจะทำให้การทำงานของพนักงานสืบสวนสอบสวนเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่หลังจากวันที่ 5 มกราคมนี้ จะมีความชัดเจนทั้งหมด ยืนยันว่าไม่ต้องห่วง เพราะความจริงจะต้องถูกเปิดเผย รวมไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างบิ๊กโจ๊กกับ ป.ป.ช. ด้วย

ทั้งนี้ พ.ต.อ.เอกภาคภูมิ มั่นใจว่าทุกอย่างเป็นเรื่องจริงและสามารถเอาผิดได้แน่นอน ส่วนคดีเว็บพนัน ซึ่งเป็นคดีเก่า เชื่อว่าตำรวจกำลังหาความจริง แต่ไม่ได้เชื่อมโยงกับคดีทอง เป็นคนละกรรม ตนเองมีหน้าที่นำพยานหลักฐานข้อเท็จจริงที่รู้และเห็นไปให้กับคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ซึ่งให้เจ้าหน้าที่ทำงานกันก่อน คาดว่าไม่ต่ำกว่า 2 เดือน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...