โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดบันทึกประชุม Fed เสียงแตกหนักปมลดดอกเบี้ยเดือน ธ.ค. ท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 31 ธ.ค. 2568 เวลา 10.02 น. • เผยแพร่ 31 ธ.ค. 2568 เวลา 03.02 น.

กรรมการเฟด (FED) ลงมติลดดอกเบี้ย 9 ต่อ 3 เสียง ซึ่งเป็นการคัดค้านที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2019 สะท้อนความเห็นต่างอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่บางส่วนเสนอให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ระยะหนึ่งหลังจากนี้ เพื่อประเมินทิศทางเงินเฟ้อที่อาจหยุดชะงักในปี 2025 ตลาดจับตาการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบคณะกรรมการชุดใหม่ในปีหน้า แนวโน้มสายเหยี่ยว (Hawkish) สูง

31 ธันวาคม 2568 - สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้เปิดเผยบันทึกการประชุมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยรายละเอียดแสดงให้เห็นถึงความแตกแยกอย่างมากในการประชุมช่วงต้นเดือนธันวาคม ซึ่งแม้ผลสรุปจะจบลงด้วยการลงมติลดอัตราดอกเบี้ย แต่ในความเป็นจริงพบว่าเป็นสถานการณ์ที่ตัดสินใจได้ยากกว่าที่ผลคะแนนสุดท้ายแสดงออกมา

ในช่วงการประชุมวันที่ 9-10 ธันวาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เฟดได้แสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย โดยคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ได้อนุมัติให้ลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 3 ซึ่งถือเป็นการลงคะแนนคัดค้านที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2019 เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องถกเถียงกันอย่างหนักระหว่างความจำเป็นในการสนับสนุนตลาดแรงงาน กับความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์เงินเฟ้อ การปรับลดครั้งนี้ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาอยู่ที่ระดับ 3.5% - 3.75%

ในบันทึกระบุว่า “ผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่เห็นพ้องว่าการปรับลดเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีกในอนาคตน่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะสม หากเงินเฟ้อปรับตัวลดลงตามเวลาที่คาดการณ์ไว้” อย่างไรก็ตาม ความเห็นดังกล่าวมาพร้อมกับความลังเลใจว่า FOMC ควรจะดำเนินนโยบายเชิงรุกมากน้อยเพียงใดในอนาคต

บันทึกการประชุมระบุเพิ่มเติมว่า “เมื่อพิจารณาถึงขอบเขตและระยะเวลาในการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม ผู้เข้าร่วมประชุมบางส่วนเสนอว่าภายใต้มุมมองทางเศรษฐกิจของพวกเขา การคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมไประยะหนึ่งหลังจากมีการปรับลดในการประชุมครั้งนี้ น่าจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมมากกว่า”

เจ้าหน้าที่เฟดแสดงความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจจะยังคงขยายตัวในระดับ “ปานกลาง” ต่อไป แต่ในขณะเดียวกันก็มองเห็นความเสี่ยงด้านต่ำ (Downside Risks) ต่อการจ้างงาน และความเสี่ยงด้านสูง (Upside Risks) ต่อเงินเฟ้อ ซึ่งพลวัตทั้งสองประการนี้ได้แบ่งขั้วผู้กำหนดนโยบายของ FOMC โดยมีสัญญาณบ่งชี้ว่าการลงมติอาจพลิกผันไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งได้ตลอดเวลา แม้ว่าฝั่งสนับสนุนการลดดอกเบี้ยจะชนะด้วยคะแนนเสียงห่างกัน 6 เสียงก็ตาม

“ผู้ที่สนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ยบางรายระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้มีความสมดุลอย่างฉิวเฉียด หรือกล่าวได้ว่าพวกเขาสามารถสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมได้เช่นกัน”เอกสารระบุ

การลงมติครั้งนี้ยังมาพร้อมกับการอัปเดตสรุปประมาณการทางเศรษฐกิจรายไตรมาส (SEP) รวมถึงแผนภูมิ "Dot Plot" ที่แสดงการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของเจ้าหน้าที่แต่ละคน โดยเจ้าหน้าที่ 19 คนในการประชุมเดือนธันวาคม (ซึ่งมี 12 คนที่มีสิทธิ์ออกเสียง) ระบุถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการลดดอกเบี้ยอีกครั้งในปี 2026 และอีกหนึ่งครั้งในปี 2027 ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยลงไปแตะระดับเกือบ 3% ซึ่งเป็นระดับที่เจ้าหน้าที่ถือว่าเป็นกลาง (Neutral) คือไม่จำกัดและไม่ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจจนเกินไป

กลุ่มที่สนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยแสดงความกังวลว่า ความคืบหน้าในการนำเงินเฟ้อเข้าสู่เป้าหมาย 2% ของคณะกรรมการอาจหยุดชะงักลงในปี 2025 หรือระบุว่าพวกเขาต้องการมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าเงินเฟ้อจะลดลงสู่เป้าหมายได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังกล่าวถึงนโยบายภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าจะเป็นปัจจัยกระตุ้นเงินเฟ้อ แต่ส่วนใหญ่เห็นพ้องว่าผลกระทบดังกล่าวจะเป็นเพียงชั่วคราวและน่าจะลดน้อยลงในปี 2026

นับตั้งแต่การลงมติ ข้อมูลทางเศรษฐกิจบ่งชี้ถึงตลาดแรงงานที่การจ้างงานยังคงล่าช้าแต่ยังไม่มีการเร่งตัวของการเลิกจ้าง ในขณะที่ฝั่งราคาสินค้า เงินเฟ้อค่อยๆ ลดลงแต่ยังคงอยู่ห่างจากเป้าหมาย 2% ของเฟด อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจในภาพรวมยังคงทำผลงานได้ดี โดย GDP ในไตรมาสที่ 3 พุ่งสูงขึ้นถึง 4.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้และดีกว่าไตรมาสที่ 2 ที่แข็งแกร่งอยู่แล้วถึง 0.5%

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลส่วนใหญ่ยังมีข้อควรระวังสำคัญ เนื่องจากรายงานต่างๆ ยังคงล้าหลังเนื่องจากหน่วยงานรัฐบาลกำลังรวบรวมข้อมูลจากช่วงที่เกิดการปิดหน่วยงานรัฐบาล (Government Shutdown) แม้แต่รายงานที่ใหม่กว่าจากแหล่งข่าวทางการก็ยังต้องถูกพิจารณาด้วยความระมัดระวังเนื่องจากช่องว่างของข้อมูล ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่า FOMC จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมไม่กี่ครั้งข้างหน้า

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างคณะกรรมการและการกลับมาของ QE

โครงสร้างของ FOMC กำลังจะเปลี่ยนไปในปีหน้า โดยจะมีประธานเฟดภูมิภาค 4 คนสลับหมุนเวียนเข้ามาเป็นผู้มีสิทธิ์ออกเสียง ซึ่งรวมถึง Beth Hammack (คลีฟแลนด์) ที่เคยคัดค้านการลดดอกเบี้ย, Anna Paulson (ฟิลาเดลเฟีย) ที่กังวลเรื่องเงินเฟ้อ, Lorie Logan (ดัลลัส) และ Neel Kashkari (มินนีแอโพลิส) ซึ่งล้วนแสดงท่าทีระมัดระวังต่อการลดดอกเบี้ย

นอกจากนี้ ในที่ประชุมคณะกรรมการยังได้ลงมติให้เริ่มโครงการซื้อพันธบัตรอีกครั้ง โดยเฟดจะเข้าซื้อตั๋วเงินคลังระยะสั้น (Treasury bills) ในวงเงิน 4 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน เพื่อลดแรงกดดันในตลาดเงินระยะสั้น บันทึกการประชุมระบุว่าหากไม่มีการเริ่มโครงการซื้อนี้ (หรือที่ตลาดรู้จักในชื่อ QE) อาจส่งผลให้ปริมาณเงินสำรองในระบบธนาคารลดลงต่ำกว่าระดับ "เพียงพอ" ที่เฟดกำหนดไว้

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...