โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

วิธีจัดกระเป๋าฉุกเฉินเพื่อเอาตัวรอดจากภัยพิบัติแบบ 7 วัน

BT Beartai

อัพเดต 26 พ.ย. 2568 เวลา 05.20 น. • เผยแพร่ 26 พ.ย. 2568 เวลา 05.05 น.
วิธีจัดกระเป๋าฉุกเฉินเพื่อเอาตัวรอดจากภัยพิบัติแบบ 7 วัน

ภัยพิบัติเป็นเหตุการณ์ที่คาดเดาได้ยาก ซึ่งสามารถนำไปสู่การสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน อย่างไรก็ตาม เราสามารถเตรียมตัวเพื่อรับมือกับภัยที่ไม่คาดคิดนี้ได้ ทาง BT beartai ได้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นในการจัดกระเป๋าฉุกเฉินสำหรับกรณีเกิดภัยพิบัติแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งข้อมูลต่อไปนี้อ้างอิงจากหน่วยงานด้านสาธารณภัยของสหรัฐอเมริกา (Federal Emergency Management Agency) และสมาคมกาชาดสหรัฐอเมริกา

ในโลกของสถานการณ์ฉุกเฉิน กฎเหล็ก 72 ชั่วโมง (3 วัน) คือมาตรฐานสากล แต่เมื่อภัยพิบัติลากยาวถึงระดับสัปดาห์ โจทย์จะเปลี่ยนจาก “การรอความช่วยเหลือ” ไปสู่ “การเอาตัวรอดด้วยตนเอง” ทันทีครับ

การเตรียม Survivor Pack หรือ กระเป๋าฉุกเฉิน สำหรับ 7 วัน จะเน้นการเลือกสิ่งของที่จำเป็นต่อการเอาชีวิตรอดและมีน้ำหนักเบาเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนที่หรืออพยพ ดังนั้น ก่อนการจัดกระเป๋าให้ทุกคนทำความเข้าใจก่อนว่าจุดประสงค์หลัก คือการเอาชีวิตรอด ทั้งเพื่อรอการช่วยเหลือ และการเอาตัวรอดด้วยตนเอง ไม่ใช่การรักษาทรัพย์สินหรือความสะดวกสบาย

วิธีจัดกระเป๋าฉุกเฉินเพื่อเอาตัวรอดจากภัยพิบัติแบบ 7 วัน

กระเป๋าฉุกเฉินที่จะเล่าต่อไปนี้ ทุกคนควรจัดเตรียมไว้ตั้งแต่ช่วงที่ไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเราพร้อมเอาตัวรอดทุกเมื่อ

1. กระเป๋า

ควรเน้นกระเป๋าที่มีความจุสอดคล้องกับน้ำหนักและปริมาณสิ่งของที่จำเป็นสำหรับการเอาตัวรอด 1 สัปดาห์ ซึ่งอาจอยู่ระหว่าง 40-50 ลิตร กระเป๋าควรมีความทนทานแข็งแรง สามารถกันน้ำหรือกันละอองน้ำได้ ควรมีสายคาดเอวหรือสายสะพายที่ซัปพอร์ตร่างกายเพื่อถ่ายน้ำหนักและความคล่องตัวในการเคลื่อนไหว โดยกระเป๋าที่บรรจุสิ่งของจำเป็นแล้ว ไม่ควรมีน้ำหนักเกิน 20 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว

2. น้ำดื่มและเครื่องกรองน้ำ

แม้ร่างกายมนุษย์ขาดน้ำไม่ได้ และตามหลัก FEMA แนะนำให้เตรียมน้ำ 1 แกลลอน (ประมาณ 3.7 ลิตร) ต่อคน ต่อวัน ซึ่งไม่สามารถทำได้ในการปฏิบัติจริง และไม่ใช่วิธีคิดที่ถูกต้องสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ดังนั้น ควรเตรียมน้ำสะอาดส่วนหนึ่ง อาจสัก 2-3 ลิตรสำหรับ 3 วันแรกที่รอคอยการช่วยเหลือ และส่วนที่เหลือให้ความสำคัญกับการกรองน้ำหรือการผลิตน้ำสะอาดมากกว่า อย่างการเลือกไส้กรองพกพาที่มักมาในรูปแบบหลอดดูดน้ำหรือถุงบีบ การพกขวดน้ำสเตนเลสที่สามารถใช้เพื่อต้มน้ำฆ่าเชื้อโรคแทนหม้อน้ำได้ การใช้เม็ดทำความสะอาดน้ำที่มีขนาดเล็ก (14-20 เม็ด) สำหรับเม็ดทำความสะอาดควรตรวจสอบสัดส่วน สารเคมี การใช้งาน และรูปแบบการใช้ว่าสำหรับน้ำเพื่อใช้ทำความสะอาดหรือใช้เพื่อการบริโภค

3. อาหารที่ให้พลังงานและน้ำหนักเบา

ในสถานการณ์ฉุกเฉินควรเน้นอาหารพร้อมรับประทาน อาหารสำเร็จรูป หรือกึ่งสำเร็จรูป ที่มีน้ำหนักเบา โดยจะต้องเป็นอาหารที่ไม่เน่าเสียได้ง่าย

เมนูแนะนำ

  • อาหารกึ่งสำเร็จรูป อย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โจ๊กสำเร็จรูป อาหารแห้งแบบอื่น ๆ ที่สามารถเติมน้ำร้อนก็รับประทานได้เลย โดยอาจเตรียมไว้ 7-10 ซอง สำหรับมื้อหลัก
  • เลี่ยงอาหารกระป๋อง ใช้เป็นซองแทน หากต้องการเนื้อสัตว์ ให้เลือกปลากระป๋องหรืออาหารสำเร็จรูปอื่นในรูปแบบ “ซอง” แทนกระป๋องโลหะเพื่อลดน้ำหนักที่ต้องแบก
  • Energy/Protein Bars 14-20 แท่ง สำหรับการกินระหว่างเคลื่อนที่ ไม่ต้องปรุง ให้พลังงานทันที
  • ถั่วและผลไม้อบแห้ง ให้พลังงานสูง ทั้งไขมันและน้ำตาล น้ำหนักเบา เน่าเสียได้ยาก

4. เสื้อผ้าและถุงนอน

เสื้อผ้าควรเตรียมเท่าที่จำเป็นสำหรับ 7 วัน โดยไม่ต้องเปลี่ยนทุกวัน

  • เนื้อผ้าที่แห้งง่าย ระบายอากาศได้ดี และให้ความอบอุ่นได้
  • เสื้อคลุมเพื่อป้องกันอากาศหนาว
  • เสื้อกันฝนที่สามารถสวมใส่และคลุมกระเป๋าฉุกเฉินได้
  • ถุงนอนที่มีน้ำหนักเบา และกันอากาศจากภายนอกได้

5. สุขอนามัยและการรักษา

  • ยาประจำตัว เตรียมยาประจำตัวเผื่อไว้ 10 วัน
  • ชุดปฐมพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นยาแก้ปวด ยาแก้ท้องเสีย เกลือแร่ ยาฆ่าเชื้อ ชุดทำแผล น้ำเกลือ สำลี และอื่น ๆ
  • สเปรย์แอลกอฮอล์ เพื่อฆ่าเชื้อและทำความสะอาด ลดความเสี่ยงการเจ็บป่วย
  • ทิชชู่เปียกห่อใหญ่ ใช้แทนการอาบน้ำ และทำความสะอาดต่าง ๆ หรืออาจเลือกใช้ทิชชู่เปียกที่ผสมสารทำความสะอาด
  • ถุงขยะสีดำ จัดการของเสียต่าง ๆ

6. อุปกรณ์เอาตัวรอดอื่น ๆ

  • แสงสว่าง ทั้งไฟฉายปกติ ไฟฉายคาดหัว เลือกใช้ใช้ถ่าน Lithium เพราะเบาและทนกว่า Alkaline
  • ไฟ ไฟแช็ก 2 อัน และ แท่งจุดไฟ (Ferro Rod) เป็นแผนสำรองเมื่อไฟแช็กเปียกน้ำ
  • Power Bank ขนาด 20,000 mAh ขึ้นไป
  • นกหวีดฉุกเฉิน เสียงนกหวีดไปได้ไกลกว่าเสียงตะโกนและใช้แรงน้อยกว่ามาก
  • วิทยุ แบบหมุนมือหรือโซลาร์เซลล์ สำหรับรับข่าวสารเมื่อเครือข่ายมือถือล่ม

นอกจากนี้ ควรศึกษาวิธีประหยัดแบตเตอรี่สมาร์ตโฟนเพื่อใช้ในยามฉุกเฉินไว้ด้วย

7. เอกสารสำคัญและสิ่งของมีค่า

  • เอกสารสำคัญ สำเนาบัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน, กรมธรรม์ประกันภัย (ใส่ถุงกันน้ำ)
  • เงินสดสำรอง ธนบัตรย่อย เผื่อระบบธนาคาร/แอปฯ ล่ม
  • กุญแจสำรอง กุญแจบ้าน/รถ

เมื่อคุณจัดกระเป๋าฉุกเฉินได้ตามที่ต้องการแล้ว ควรทดลองสะพายเป้แล้วเดินเพื่อทดสอบความคล่องตัว และสามารถปรับแต่งได้จนรู้สึกว่าพร้อมสำหรับการเคลื่อนไหวในกรณีฉุกเฉิน และเพื่อสุขอนามัยที่ดีและความสดใหม่ของอาหาร ควรเปลี่ยนอาหารสำรองอย่างน้อยทุก 6 เดือน รวมถึงการตรวจสอบการใช้งานของอุปกรณ์ที่เตรียมไว้ด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...