โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ความจริงของคนไทยวันนี้ "เงินเดือนลด" แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มทุกปี 1 ใน 3 ครัวเรือนไทยยังไม่พ้นวงจรหนี้

Thairath Money

อัพเดต 25 พ.ย. 2568 เวลา 07.31 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2568 เวลา 03.57 น.
ภาพไฮไลต์

เหมือนว่าวิธีเอาตัวรอดในยุคนี้ ไม่ได้อยู่ที่การ “ประหยัดให้สุด” อีกต่อไป แต่คือการ “หาเงินเพิ่ม” ควบคู่กับ “ลดหนี้เสี่ยง” ให้เร็วที่สุดด้วย เพราะหลายปัจจัยกำลังกดดันรายได้ของคนไทย จนเกิดช่องว่างระหว่างรายได้ และ รายจ่ายกว้างขึ้นเรื่อย ๆ

หลังจากเทรนด์ ลดคน - ลดชั่วโมงทำงาน ในภาคธุรกิจไทยเริ่มเด่นชัดจากภาวะเศรษฐกิจที่โตต่ำต่อเนื่อง อัตราการว่างงานในระบบประกันสังคม ม.33 และ ม.39 สูงขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2568 โดยเฉพาะกลุ่มอายุน้อยที่จบปริญญาตรีขึ้นไป ซึ่งมีสัดส่วนว่างงานพุ่งขึ้น มาอยู่ที่ 18.9%

ข้อมูลจาก สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ล่าสุด ยังสะท้อนภาพเดียวกัน ว่าปัจจุบันมีผู้ว่างงานสูงถึง 310,000 คน

ขณะที่ค่าจ้างเฉลี่ยของอาชีพอิสระในไตรมาส 3/2568 ลดลงถึง 2.9% ส่งผลให้ค่าจ้างแรงงานโดยรวมลดลง และยิ่งบีบความสามารถในการใช้จ่ายของประชาชน

สอดคล้องกับรายงานของ SCB EIC (ธนาคารไทยพาณิชย์) ในหัวข้อ “ซื้อง่าย จ่ายไหวไหม?” ที่สะท้อนปัญหา รายได้ลด - รายจ่ายสูง และภาระหนี้ที่หนักขึ้นของคนไทยอย่างชัดเจน

จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,631 คน พบว่า รายได้เฉลี่ยครัวเรือนช่วงครึ่งแรกปี 2568 ลดลงจาก 29,502 บาท/เดือน (ปี 2566) เหลือ 28,151 บาท/เดือน

รายได้ที่ลดลง ทำให้แม้กลุ่มรายได้ปานกลาง - สูง ซึ่งส่วนใหญ่ยังชำระหนี้ได้ปกติ เริ่มมีความกังวลเรื่องภาระหนี้เพิ่มขึ้น และขยับเข้าใกล้ “กลุ่มเสี่ยงผิดนัดชำระ” มากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกดดันต่อการบริโภคในช่วงต่อไป

ในขณะที่กลุ่มรายได้น้อยเผชิญปัญหารุนแรงกว่า ทั้งเข้าไม่ถึงสินเชื่อ และ เข้าถึงมาตรการช่วยแก้หนี้ได้น้อยกว่า เนื่องจาก “ไม่เข้าเงื่อนไข”ตัวเลขชี้ชัดว่า

  • คนกลุ่มรายได้น้อยกว่า 15,000 บาท กว่า 60% มีปัญหาเข้าถึงสินเชื่อ (เกือบครึ่งไม่สามารถกู้ได้เลย)
  • กลุ่มรายได้ 15,000 - 30,000 บาท กว่า 40% เข้าถึงสินเชื่อลำบาก (1 ใน 3 กู้ไม่ได้)

ผู้ที่เข้าถึงสินเชื่อยากเหล่านี้ ส่วนใหญ่ยังเข้าไม่ถึงมาตรการช่วยเหลือจากรัฐหรือสถาบันการเงิน เพราะ ไม่เข้าเกณฑ์, ขั้นตอนซับซ้อน หรือไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร

ในระยะปานกลาง SCB EIC ประเมินว่า 1 ใน 3 ของครัวเรือนไทยที่มีหนี้ จะยังหลุดพ้นจากปัญหา “รายได้ไม่พอรายจ่าย” ไม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่

  • ครัวเรือนรายได้ น้อยกว่า 30,000 บาท/เดือน เสี่ยงสูงมากที่จะไม่ฟื้นตัวใน 5 ปีข้างหน้า ราว 3 ล้านครัวเรือน
  • ครัวเรือนที่ทำกิจการเอง (มีลูกจ้าง) กลายเป็นกลุ่มเสี่ยงฟื้นตัวยากที่สุด
  • อาชีพอิสระในภาคบริการ - อุตสาหกรรม รายได้ต่ำและฟื้นตัวช้า

จะเห็นได้ว่า ปัญหาเหล่านี้ยิ่งชัดเจนขึ้นในบริบทเศรษฐกิจไทยปัจจุบัน หนี้ครัวเรือนสูงแก้ยาก, เศรษฐกิจโตช้า, รายได้เพิ่มไม่ทันรายจ่าย และ “หนี้นอกระบบ” ที่ยังไม่มีแนวโน้มถูกจัดการจริงจัง

ทำให้โจทย์ใหญ่ของรัฐบาล คือ การออกแบบมาตรการช่วยเหลือที่ ตรงจุดและเข้าถึงง่ายขึ้น เช่น

  • การช่วยปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้รายย่อยยังไม่ครอบคลุมลูกหนี้ NPL ทั้งหมด
  • NPL ที่กลับมาชำระปกติหลังปรับโครงสร้าง มีเพียง 15% ของ NPL ทั้งหมด เท่านั้น
  • มาตรการช่วยเหลือส่วนใหญ่กระจุกในกลุ่มเกษตรกร ขณะที่ลูกหนี้นอนแบงก์ได้รับการช่วยเหลือ น้อยมาก และผลสำเร็จต่ำ

ขณะเดียวกัน ในฝั่งลูกหนี้เองก็ต้อง “เปลี่ยนพฤติกรรมการเงิน” ควบคู่กัน ไม่ว่าจะเป็น

  • วางแผนชำระหนี้อย่างเป็นระบบ
  • ใช้กลยุทธ์ปิดหนี้ Debt Snowball (จ่ายหนี้ก้อนเล็กที่สุดก่อน ) หรือ Debt Avalanche (เน้นชำระหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดก่อน)
  • ตั้งเพดานภาระผ่อนต่อรายได้
  • เพิ่มรายได้เสริม
  • และสร้างเงินออมฉุกเฉินเป็นกันชนทางการเงิน

ทั้งหมด เพื่อให้ครัวเรือนสามารถ “ฟื้นตัว” ได้จริงในสภาวะที่รายได้ยังไม่กลับมา และค่าครองชีพยังปรับขึ้นต่อเนื่อง

ที่มา : สภาพัฒน์ , SCB EIC ,กระทรวงแรงงาน

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ความจริงของคนไทยวันนี้ "เงินเดือนลด" แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มทุกปี 1 ใน 3 ครัวเรือนไทยยังไม่พ้นวงจรหนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...