ไม่เคยเล่าที่ไหน พิมพ์-แก้ว-น้ำหวาน “วงซาซ่า” ทะเลาะกันหนัก ถึงขั้นอัลฟอลโลว์
ไม่เคยเล่าที่ไหน? 3 สาว พิมพ์-แก้ว-น้ำหวาน “วงซาซ่า” ทะเลาะกันหนัก ถึงขั้นอัลฟอลโลว์! เผยชีวิต “แก้ว จรีนา” 11 ปีที่ต่างแดน มันไม่ง่าย ถึงขั้นสะบักสะบอม
ตำนานก็คือตำนาน ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ZAZA คือวงเกิร์ลกรุ๊ปอันดับต้นๆ ของวงการ เพราะไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ทุกคนต้องรู้จักชื่อของทั้ง 3 สาว “พิมพ์ พิมพ์มาดา, น้ำหวาน ฐิติรัศมิ์, และแก้ว จรีนา” และในวันนี้ทั้งสามคนได้กลับมารันวงการทีป๊อบอีกครั้ง ผ่านรายการคุยแซ่บShow ทางช่องOne31 เรียกได้ว่าเป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจ แต่กว่าจะมารวมตัวกันได้ในวันนี้ ก็ต้องแลกด้วยน้ำตา ถึงขั้นอัลฟอลโล่กันเลยทีเดียว รวมไปถึงเรื่องหัวใจ ว่าสถานะของแต่ละคนเป็นยังไงบ้าง?
3 สาว ซาซ่า พิมพ์-แก้ว-น้ำหวาน รวมตัว
Zaza จากวันนั้นถึงวันนี้ 30 ปีแล้ว?
น้ำหวาน : “ใช่ค่ะ 30 ปีแล้ว อย่างเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เราสามคนก็รับงานกันฉ่ำมาก ตอนแรกมีแค่สามงาน ถัดมาอาทิตย์ละสองวัน เขยิบมานิดนึง 4-5 งานต่ออาทิตย์”
แก้ว : “เหมือนสมัยตอนเด็กๆ ที่มารวมตัวกันที่บ้านแล้วนั่งรถตู้ไปคันเดียวกัน”
พิมพ์ : “ก็ตื่นเต้นที่ได้ทิป เพราะว่าในยุคของพวกเราตอนนั้น เขามีกฎว่าห้ามรับทิปซึ่งการรับเงินบนเวทีมันดูผิดคาแร็กเตอร์ แต่สมัยนี้คือขอบคุณค่ะ เป็นน้ำใจที่เป็นแฟนๆ ให้มา อย่างการกลับมารวมตัวครั้งนี้ พิมพ์ก็ตื่นเต้น เหมือนว่าเราต้องซ้อมในทุกๆ วัน เพราะเวลาปกติเราเล่นละคร เราห่างจากการร้องเพลง การที่เรากลับมารวมตัวกัน มันก็ไม่คุ้นเคยกับสิ่งที่เราเคยทำและเราห่างมาสักพักใหญ่”
แก้ว : “ก็จะบอกเขาว่าร้องดีขึ้น”
แต่เขาบอกว่าเวลาซ้อม คุณแก้วก็คือจะเต้นยืนหนึ่ง?
พิมพ์ : “พลังเขาจะเยอะมาก ทุกคนจะบอกว่าแก้วสุดยอดมาก”
แก้ว : “ด้วยเราออกกำลังตลอด มันก็มีแรง”
พิมพ์ : “พอมีคนชมว่าแก้วยืนหนึ่ง แก้วก็ตอบกลับทันที ใครยืนหนึ่งแก้วเต้นตลอดเลยนะคะ(ยิ้ม)”
แก้ว : “เราหันหน้าขวับ ถามกลับยืนอะไรคะ แต่ตอนนี้เข้าใจความหมายแล้วค่ะ”
และหนึ่งในสามคนนี้ เพื่อนบอกว่า กิจกรรมแน่นมาก หาเวลามาเจอกันยากมาก?
น้ำหวาน : “ไม่จริง หวานไม่ได้ยุ่งขนาดนั้น เพื่อนก็พูดไป แต่เพียงแค่ว่าเรามีกิจกรรมหลายอย่าง มีดำน้ำ เป็นอาจารย์มหาลัย อาจจะยุ่งนิดนึง แต่เขาก็จะแซวเล่น เราก็ต้องพยามจัดตารางเวลา”
พิมพ์มาดา เปิดใจสาเหตุ อันฟอลโลว์เพื่อนในวง
แต่ก็จะมีเหตุการณ์หนึ่งที่ซาซ่าเกือบจะยุบวง?
แก้ว : “ต้องถามว่าเป็นเพราะใคร”
พิมพ์ : “คำถามดูคลุมเครือ ถามว่าใครเป็นคนทำ พิมพ์ไม่ได้เป็นคนทำ แต่พิมพ์แค่เป็นคนมีรีแอ๊ก ชั่น ซึ่งจริงๆ เป็นเรื่องปกติที่เราสามคนทะเลาะกันตลอด เคลียร์กัน คุยกัน มันเกิดความเข้าใจมากขึ้นในทุกๆ ครั้งที่เราคุย ถึงได้อยู่กันนาน แต่ในครั้งล่าสุดมันมีการวางแผน มีคนเข้ามาช่วยจัดการแพลนคอนเสิร์ต รอแก้วกลับมา คือเวลาพิมพ์ทำอะไร พิมพ์จะเป็นคนทำจริงจัง ก็เลยอยากจะได้คำตอบเร็วๆ ว่าโอเคไหม”
แก้ว : “ประเด็นคือว่างานของเราจะมีเดือนธันวา ตอนนั้นคือเดือนมิถุนา พิมพ์มาดาถามกลับมาว่าทำไมไม่ตอบโทรศัพท์ แก้วเลยบอกว่า พี่พิมพ์อย่าเพิ่งวุ่นวาย รอก่อน คือนางโกรธ”
พิมพ์ : “คือเสียใจมาก ปกติแล้วเป็นคนไม่ทำอะไรให้ใคร คือเรื่องของซาซ่า พิมพ์ไม่ยุ่งเลย”
แก้ว - น้ำหวาน : “พี่พิมพ์คือรักน้องๆ มาก”
พิมพ์ : “แต่เธอใช้คำว่าวุ่นวาย”
แก้ว : “คือเราอยู่ที่เมกา เวลามันต่างกัน 15 ชั่วโมง เราก็จะมีช้าบ้างอะไรบ้าง แต่มันก็ไม่มีอะไร เราก็เลยบอกว่าให้พักก่อน”
พิมพ์ : “พอเราเจอแบบนี้ขึ้นมา เราก็คิดว่ามันไปต่อไม่ได้แล้ว มันเหมือนว่าคนหนึ่งที่ตั้งใจทำ แต่อีกสองคนเขาไม่เห็น อันนี้หมายถึงในมุมที่พิมพ์คิด พิมพ์คิดว่าไม่งั้นก็หยุดดีกว่า ถ้าเราคิดว่าอีกคนนึงทำ อีกคนนึงไม่อยากทำ งั้นก็เบรคก่อน”
แก้ว : “ในมุมของวงเรา ถ้าคนหนึ่งไม่สบายใจ อีกสองคนก็ต้องมาคุยกัน เราก็ต้องหาทางให้อีกคนหนึ่งเขาสบายใจเพื่อคุยให้รู้เรื่อง การปรับความเข้าใจกัน เราสองคนพยามจะแท็กทีมกัน อธิบายว่าไม่ใช่แบบนี้นะครับพี่พิมพ์”
น้ำหวาน : “ไม่ใช่เป็นการนินทานะคะ หวานกับแก้วก็เลยบอกว่าไปคุยกันพร้อมกัน เพราะถ้าเราสองคนไปคุยกันเองมันจะดูเหมือนเป็นการนินทา เราไม่อยากทำแบบนั้น”
แก้ว : “เหมือนเวลาคุยในไลน์ มันไม่มีเสียง มันเป็นแค่ตัวอักษร เราจะไม่รู้ว่าฟีลลิ่งของแต่ละคนคืออะไร ก็บอกว่าพักก่อนสองเดือน สองเดือนก็เลยไม่คุยกันเลย และพี่พิมพ์ก็อันฟอลโลว์แก้วกับน้ำหวาน แรงมาก”
พิมพ์ : “ในมุมพิมพ์ พิมพ์ต้องไปฮีลใจกับตัวเองก่อน แล้วที่เราเลือกอันฟอลโลว์เพราะเราไม่อยากเห็นเขาโผล่ขึ้นมา มันทำให้นึกถึงคำพูดที่เขาพูด งั้นขอเบรก พิมพ์เบรคจริงๆ เรื่องนี้มันใหญ่ที่สุดสำหรับพิมพ์”
แก้ว : “หวานพิมพ์มาบอกแก้วว่า มึงอันฟอลโลว์ด้วยนะ”
น้ำหวาน : “เพราะในสตอรี่ เขาต้องหมายถึงเราแน่ๆ ก็เลยแคปให้ดู หวานก็บอกว่าถ้าเรายังมีปัญหาตรงนี้กันอยู่ หวานก็ไม่อยากเห็นเหมือนกัน เราก็เลยอัลฟอลโลว์ ซึ่งข้อความในสตอรี่ เราก็ไม่อยากตีความว่าเป็นเรา แต่พออ่าน แล้วตีความมันก็คือเรา”
แก้ว : “แต่เบื้องหลังแก้วก็คุยกับผู้จัดการอยู่แล้วว่า ไม่ต้องห่วงนะคะ ถ้าเราเจอกันเราได้คุยกัน เราก็ได้เคลียร์กัน แล้วทุกอย่างความรู้สึกดีๆ มันก็จะกลับมาเหมือนเดิม และมันก็เป็นจริงๆ ค่ะ”
น้ำหวาน : “ตอนแรกเราก็คิดว่ามันเป็นข่าวหรือเปล่า แต่พอเราได้มาคุยกันสามคนพร้อมกัน ก็เป็นเหมือนที่แก้วพูดความรู้สึกดีๆ มันก็กลับมาเหมือนเดิม”
โมเมนต์ที่จะต้องกลับมานั่งเคลียร์กันเป็นยังไงบ้าง เห็นว่าต้องเสียน้ำตา?
พิมพ์ : “วันนั้นที่ต้องเจอกัน คือต้องมาซ้อมวงเลย ก่อนหน้านั้นที่เราอึนๆ เรายังไม่ได้เคลียร์กัน แต่ต้องซ้อมวงเลย พิมพ์ยอมรับว่าเราต้องฮึบ เพราะว่ามันต้องมีสิ่งอื่นที่เราต้องรับผิดชอบมากกว่าก็เลยคุยว่าเดี๋ยวเราไปกินข้าวกันต่อ”
น้ำหวาน : “ต่างคนก็ต่างเขิน แต่ทุกอย่างก็พยายามไม่ให้ผิดปกติ ความสัมพันธ์ของซาซ่ามันเป็นแฟน แต่เวลามานั่งคุยกัน มันก็ต้องมีเปิดใจ ต้องมาพูดคุยกัน เพราะทั้งหมดทั้งมวลคือเราไม่ได้มานั่งนินทากัน เรามาเปิดใจคุยกันตรงๆ เราไม่กลัวว่าที่เราจะต้องมาพูดคำว่าขอโทษ ใครทำอะไรผิดก็ยอมรับ บางทีขอโทษ จนบอกว่าฟังให้จบก่อน”
แล้วแก้วไปใช้ชีวิตอยู่อเมริกา 11 ปี ชีวิตเป็นยังไงบ้าง?
แก้ว : “ก็ไม่ได้มานั่งสัมภาษณ์แบบนี้นานมาก คือเราไปอยู่ที่นี่เราก็เป็น Personal Trainer เทรนลูกค้าแบบส่วนตัวก็เป็นส่วนใหญ่ แรกๆ เราไปออดิชั่น ทำโฆษณา ถ่ายโฆษณานิดหน่อย ซึ่งมันยากเวลาเราไปอยู่ตรงนั้น มันเหมือนว่าเราต้องเริ่มต้นใหม่ เราก็ต้องรอว่าเขาจะเลือกใคร ก็ต้องไปแคสเป็นสิบๆ งาน ได้บ้างหรือไม่ได้ ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้แล้วเขาก็ไม่บอกเราหรอกว่าไม่ได้เพราะอะไร มันก็ท้อเหมือนกัน
ในช่วงสามปีแรก พูดตามตรงว่าลำบาก แต่มันทำให้เราได้เรียนรู้ว่า ชีวิตเราได้มีความถ่อมตัว สร้างชีวิตตัวเองขึ้นมาใหม่ ถ้าเราอยู่เมืองไทย เราคงไม่ได้ทำแบบนั้น เพราะว่าเราร้องเพลงตั้งแต่ 15 เข้าแกรมมี่ตั้งแต่อายุ 13 อะไรที่มันผ่านเข้ามาในตอนนั้นมันค่อนข้างที่จะได้มาง่าย แต่พอเราเอาชีวิตออกจากการเป็นนักร้อง แล้วเราไปอยู่ที่โน่น เราเลยคิดว่าที่ผ่านมาเราโชคดีมากเรามีเพื่อนๆ เรามีครอบครัวที่คอยสนับสนุน”
ถัดมาที่คุณพิมพ์ เห็นเพิ่งไปยกหน้ามาใหม่ แต่ก็เสียใจเพราะโดนทักว่าอะไรนะ?
พิมพ์ : “โดนทักมาว่าทำไมเหมือนเดิม ทำไมมัน ไม่สวยขึ้น หรือว่ามันดีขึ้น แต่ว่าเราก็บอกหมอไปว่าเอาแบบไม่เปลี่ยนมาก เพราะว่ามันเจ็บมาก เจ็บเหมือนโดนรถบรรทุกทับ แต่ทำไมมันไม่เปลี่ยน ซึ่งเราก็ไปดึงหน้ามา ถามว่าเรานอยด์ไหม มันก็นอยด์นิดนึง”
อีกเรื่องหนึ่งที่ขออัพเดทการเป็นมะเร็ง ตอนนี้อาการเป็นยังไงบ้าง?
พิมพ์ : “ตอนนี้ผ่านมา 10 ปีแล้ว เราก็ไม่ได้ไปตรวจมาสองปีแล้ว เพราะก่อนหน้านี้เราเจอคุณหมอมาโดยตลอด แล้วพอได้ยินว่ามันตรวจไม่เจอแล้ว เราอยากจะเบรกการเจอคุณหมอ เบรกการเจาะเลือด แต่ว่ามาปีนี้ต้องไปเช็คแล้ว อย่างก่อนหน้านี้ที่พอเราเจอ เราโชคดีที่เราเจอเร็ว เราก็รักษาได้เร็ว มันก็มีโอกาสได้มากขึ้น พอเราคุยกับคุณหมอ ความเครียดมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร ยิ่งเครียดมะเร็งมันยิ่งชอบ อยู่กับมันแบบมีความสุข อยู่กับแบบเข้าใจ”
แก้ว : “บอกแล้วไงว่าอย่าเครียด”
พิมพ์ : “ก็เครียดเพราะพวกเธอไง(หัวเราะ)”
ถัดมาที่น้ำหวาน เพิ่งออกมาจากโรงพยาบาล?
น้ำหวาน : “เป็นโรคเวรโรคกรรม(หัวเราะ) ปวดไมเกรน มันจะปวดเป็นประจำ ในช่วงของกลางปี มันจะปวดหนัก ก็เลยต้องหาวิธีรักษาแบบจริงจังในปีนี้แล้ว เรายังบอกคุณหมอเลยว่าให้ฉีดอะไรมาก็ได้ให้มันหายปวด”
ย้อนกลับไปก็ยังมีประสบการณ์ชวนหลอน ซาซ่าเจอผีกุมารหลอก?
พิมพ์ : “อันนี้เจอที่เชียงใหม่ตั้งแต่ออกอัลบั้มแรก แล้วเมื่อก่อนเราไปไหนเราต้องนอนห้องเดียวกัน หวานต้องนอนตรงกลาง เพราะว่าหวานกลัวผีมาก เราอยู่ที่โรงแรมที่เป็นอันดับหนึ่งของจังหวัดที่มีผีดุมาก คือตอนนั้นพิมพ์กับแก้วก็ยังไม่นอน แต่ก็ปิดไฟแล้วนะ สักพักเราก็ได้ยินเสียงกระดิ่งข้อเท้า ซึ่งเราจินตนาการว่าเหมือนเด็กกำลังเดินอยู่ในห้องเรา ส่วนแก้วได้ยินเสียงเหมือนคนคุ้ยถุง สักพักนึงเราก็ถามแก้วว่าได้ยินไหม แก้วบอกว่าให้เงียบ อย่าพูด ก็บอกว่าให้หลับเลย”
3 สาว ซาซ่า อัพเดตสถานะหัวใจ
สถานะหัวใจเป็นยังไงบ้าง ?
พิมพ์ : “โสดค่ะ โสดร้อยเปอร์เซ็นต์ โสดมาก ตั้งใจอยากจะโสด ซึ่งเราไม่ได้ปิด แต่แค่เราตั้งใจอยากจะใช้ชีวิตแบบนี้ ซึ่งที่ผ่านมาเราไม่เคยโสด หมายถึงว่าเรามีคนคุยมาโดยตลอด แต่พอเราได้โสด พอผ่านช่วงโควิดมา เรารู้สึกว่าเราชอบเอาความสุขไปฝากไว้ที่คนอื่น เพราะสุดท้ายแล้วเราก็เฮิร์ต ก็เลยคิดว่าเราจะลองมีความสุขด้วยตัวเอง อยู่กับตัวเองให้เป็นจริงๆ แล้วมันก็ทำได้ ก็ห่วงพื้นที่ส่วนของเรา”
น้ำหวาน : “ณ ปัจจุบันเรามีความรักที่ดีแล้วก็มีความสบายใจ มีคนคุยแล้ว เขาก็เป็นคนนิสัยดีที่ทำให้ตัวเราเป็นเวอร์ชั่นที่ดีในวันนี้ ซึ่งเขาก็ไม่ใช่คนในวงการ เราก็ให้เขาอยู่ในพื้นที่ของเขา”
แก้ว : “สะบักสะบอม เวลาที่เราคบกันนานนาน บางทีมันเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ถ้าสมมุติเรามองอนาคตของเราไม่เหมือนกัน ตอนนี้ก็ต้องมาถามตัวเองว่าเราสองคนต้องการอะไร ห่างกันสักพักนึง ลองดูว่าเราจะอยู่ได้ด้วยตัวเองได้ไหม ตอนนี้มีเพื่อนๆ ดูแล มีครอบครัวดูแล ก็โอเค ซึ่งเราก็ยังไม่กำหนดเวลาว่ามันจะต้องดูแลตัวเองไปเท่าไหร่ เรารู้สึกว่าเราดูแลเขามานานแล้ว เราก็เลยรู้สึกว่าขอดูแลตัวเองบ้าง”
คำถามสุดท้ายแล้วตอนนี้ผ่านมา 30 ปีแล้วมีความในใจของกันและกันยังไงบ้าง ?
แก้ว : “ไอเลิฟยู”
พิมพ์ : “สิ่งที่เราย้ำมาโดยตลอดว่าพวกเราสามคนรักกัน”
แก้ว : “ซึ่งเราเข้าใจอยู่ตลอดว่าคนหนึ่งขี้งอน คนหนึ่งดื้อ อีกคนไม่ใส่ใจ เราก็พร้อมเสมอที่จะปรับตัวเข้าหากัน”
https://www.youtube.com/watch?v=9-1UmNMAkZk
- อ่านข่าว - พิมพ์ พิมพ์มาดา แอบนอยด์! หลังคนทักทำแล้วไม่เปลี่ยน เผยอยากดูดีในแบบตัวเอง
- อ่านข่าว - น้ำหวาน ขึ้นปีใหม่ เปลี่ยนชื่อใหม่ ลาก่อน พิมรา ผ่านอะไรด้วยกันมามากมาย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไม่เคยเล่าที่ไหน พิมพ์-แก้ว-น้ำหวาน “วงซาซ่า” ทะเลาะกันหนัก ถึงขั้นอัลฟอลโลว์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th