โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“จีน” เตือนนักศึกษาจีนในญี่ปุ่น ระวังความปลอดภัย เหตุพิพาทไต้หวัน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 พ.ย. 2568 เวลา 10.09 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2568 เวลา 03.09 น.

ความขัดแย้งลุกลามหลังนายกฯ ญี่ปุ่นกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการแทรกแซงกรณีไต้หวัน ทำให้ "จีน" ตอบโต้ด้วยคำเตือนด้านความปลอดภัยและคำแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทาง

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 เวลา 19.09 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จีนออกคำเตือนต่อนักศึกษาที่กำลังวางแผนไปศึกษาต่อในญี่ปุ่น ให้ระมัดระวังความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้นต่อความปลอดภัยของพลเมืองจีน หลังข้อพิพาททางการทูตซึ่งเริ่มจากถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีซาเอะ ทากาอิชิ เรื่องไต้หวัน ยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลาย

สถานีโทรทัศน์ CCTV รายงานเมื่อวันอาทิตย์ โดยอ้างกระทรวงศึกษาธิการจีนว่านักศึกษาจีนที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นและผู้ที่กำลังจะเดินทางไปควรติดตามสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศพุ่งสูงขึ้นหลังจากทากาอิชิระบุในเดือนนี้ว่า หากมีการใช้กำลังทหารในกรณีความขัดแย้งเกี่ยวกับไต้หวัน อาจถูกจัดเป็นสถานการณ์คุกคามต่อการอยู่รอดของประเทศ ซึ่งจะเปิดทางให้ญี่ปุ่นสามารถเข้าแทรกแซงได้ตามกฎหมายจีนมองว่าความเห็นดังกล่าวเป็นการแทรกแซงกิจการภายใน และเรียกร้องให้ถอนถ้อยแถลง แต่รัฐบาลโตเกียวยืนยันจุดยืนของตน

คำเตือนจากกระทรวงศึกษาธิการจีนมีขึ้นหลังจากรัฐบาลปักกิ่งเพิ่งออกคำแนะนำให้พลเมืองหลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่นในระยะใกล้ ถือเป็นมาตรการตอบโต้ครั้งสำคัญครั้งแรกของจีนในประเด็นนี้ กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุเมื่อวันศุกร์ว่า “ถ้อยคำที่ท้าทายอย่างโจ่งแจ้งเกี่ยวกับไต้หวัน” ของทากาอิชิ ได้บ่อนทำลายบรรยากาศความร่วมมือระหว่างจีน–ญี่ปุ่น และก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของชาวจีนในญี่ปุ่น

ด้านญี่ปุ่นเรียกร้องให้จีนลดความตึงเครียดลง หลังมีคำเตือนการเดินทางดังกล่าว โดยมิโนรุ คิฮาระ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ระบุผ่านสำนักข่าวเกียวโดเมื่อวันเสาร์ว่า การกระทำของจีนไม่สอดคล้องกับทิศทางความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ผู้นำทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกัน

ช่วงเช้าวันอาทิตย์ เรือยามชายฝั่งติดอาวุธของจีน 4 ลำแล่นเข้าสู่น่านน้ำพิพาทที่ญี่ปุ่นควบคุม ก่อนจะออกไป ทั้งสองประเทศต่างอ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะร้างในทะเลจีนตะวันออก ซึ่งมักพบเรือจีนเข้ามาในพื้นที่ถี่ขึ้นในช่วงปีหลัง ๆ จีนระบุในแถลงการณ์ว่า การลาดตระเวนดังกล่าวเป็นการบังคับใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย

จีนถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนตน และประกาศว่าจะรวมเกาะที่ปกครองตนเองซึ่งมีประชากร 23 ล้านคนกลับมา ไม่ว่าจะโดยสันติหรือโดยใช้กำลังหากจำเป็น ขณะที่ญี่ปุ่นแม้ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน แต่ก็แสดงจุดยืนคัดค้านการเปลี่ยนแปลงสถานะปัจจุบันโดยพลการ และย้ำว่าความขัดแย้งข้ามช่องแคบต้องได้รับการแก้ไขอย่างสันติ

แม้ทากาอิชิไม่ได้กล่าวตรง ๆ ว่าญี่ปุ่นจะส่งกำลังทหารในกรณีเกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับไต้หวัน แต่การยอมรับว่ามีความเสี่ยงต่อการอยู่รอดของชาติ ช่วยทำให้ท่าทีของโตเกียวต่อความเป็นไปได้ในการรุกรานของจีนชัดเจนขึ้นกว่ารัฐบาลในอดีต

โทชิมิตสึ โมเตกิ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า จุดยืนของญี่ปุ่นสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายภายในประเทศ พร้อมย้ำว่า ญี่ปุ่นยังคงต้องการลดความตึงเครียด และรักษาการสื่อสารกับจีนอย่างต่อเนื่อง

สายการบินจีนหลายแห่งตอบสนองต่อคำเตือนการเดินทางเช่นกัน โดย Air China, China Southern และ China Eastern ประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมยกเลิกเที่ยวบินไปญี่ปุ่น ตั๋วเดินทางเข้าสู่เมืองต่าง ๆ รวมถึงโตเกียว โอซาก้า และโอกินาวะ ระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายนถึงสิ้นปี สามารถขอคืนเงินเต็มจำนวนได้

สื่อโซเชียลมีเดียที่เกี่ยวข้องกับ CCTV รายงานเมื่อวันเสาร์ว่า ความเคลื่อนไหวของภาครัฐในช่วงไม่กี่วันมานี้ สะท้อนสัญญาณว่าจีนเตรียมพร้อมสำหรับมาตรการตอบโต้ที่หนักขึ้น แม้ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจน

ทั้งนี้ความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่นตึงเครียดมายาวนาน จากประเด็นประวัติศาสตร์ เช่น การรุกรานจีนในทศวรรษ 1930 รวมถึงข้อพิพาทหมู่เกาะในทะเลจีนตะวันออก แม้เมื่อไม่นานมานี้ความตึงเครียดจะลดลงหลังจีนยกเลิกมาตรการแบนอาหารทะเลจากญี่ปุ่นส่วนใหญ่ แต่สถานการณ์ล่าสุดมีแนวโน้มทำให้ความสัมพันธ์กลับมาตึงตัวอีกครั้ง

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...