โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

ลูกงอแงหลังเลิกเรียน : ทำไมลูกชอบระเบิดอารมณ์หลังเลิกเรียนทุกที!

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 06 ม.ค. เวลา 02.03 น. • Features

คุณพ่อคุณแม่หลายครอบครัวน่าจะเคยเจอสถานการณ์คล้ายกันคือ หลังจากลูกกลับจากโรงเรียน ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็เริ่มงอแง หงุดหงิด ร้องไห้ หรือระเบิดอารมณ์ใส่คุณพ่อคุณแม่ ทั้งที่ตอนเช้าก็ยังดีต่อกันแท้ๆพฤติกรรม ลูกงอแงหลังเลิกเรียน มีชื่อที่นักจิตวิทยาเรียกกันก็คือ After-School Restraint Collapse หรือการระเบิดอารมณ์หลังเลิกเรียน ซึ่งเกิดจากแรงกดดันและความพยายามควบคุมอารมณ์ตลอดทั้งวัน เพราะที่โรงเรียนลูกต้องรับมือทั้งเพื่อน ครู และกิจกรรมที่เรียกร้องการใช้พลังงานตลอดเวลา เมื่อกลับถึงบ้าน ลูกจึงต้องการปลดปล่อยความรู้สึกมากมายออกมาเหมือนเป็นสัญญาณของความเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและอารมณ์ที่สะสมมาตลอดทั้งวันDr. Anisa Ree Moses นักจิตวิทยาด้านการศึกษาและเด็ก ให้คำอธิบายว่า การระเบิดอารมณ์หลังเลิกเรียนเป็นสิ่งปกติ เพราะเด็กต้องพยายามจัดการกับความคาดหวัง กฎเกณฑ์ และปฏิสัมพันธ์ทางสังคมทั้งวัน เมื่อกลับบ้านซึ่งเป็นพื้นที่ปลอดภัย เด็กจึงแสดงอารมณ์ออกมา ทั้งความเหนื่อย ความหงุดหงิด หรือความเศร้า ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยให้เขาปรับตัวและคลายแรงกดดันที่สะสมมาตลอดวันและนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับหลายครอบครัว ความเข้าใจว่า ลูกงอแงหลังเลิกเรียน เป็นเรื่องธรรมชาติ จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มองเห็นภาพรวมของอารมณ์และความรู้สึกของลูกมากขึ้น และเห็นว่าการแสดงออกเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับตัวและการปลดปล่อยความเครียดที่สะสมมาตลอดวัน1. สังเกตและให้ความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น

บางครั้งการที่ลูกระเบิดอารมณ์หลังเลิกเรียน อาจเกิดจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างวันในโรงเรียน แต่ไม่ได้รับการแก้ไข หรือมีเหตุการณ์ที่ทำให้ลูกรู้สึกอึดอัดแต่ไม่สามารถบอกใคร คุณพ่อคุณแม่อาจสังเกตเห็นว่าลูกเปลี่ยนพฤติกรรมไปจากปกติ เช่น เงียบผิดปกติ ไม่อยากคุยกับใคร หรือแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวมากกว่าปกติหากพบอาการดังกล่าว คุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มติดต่อคุณครูเพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างวัน จะช่วยให้เข้าใจสาเหตุ และสามารถให้ความช่วยเหลือลูกได้ตรงจุดมากขึ้น2. ให้เวลาคลายความเครียด

เด็กแต่ละคนมีวิธีคลายเครียดไม่เหมือนกัน บางคนอยากวิ่งเล่นหรือกระโดดโลดเต้นเพื่อปลดปล่อยพลังงาน บางคนอยากนั่งเงียบๆ คนเดียว หรือบางคนแค่ได้กินอาหารที่ชอบก็ช่วยทำให้อารมณ์หงุดหงิดดีขึ้นได้ ดังนั้น การปล่อยให้ลูกได้เลือกวิธีผ่อนคลายตามที่ตัวเองต้องการโดยไม่ต้องควบคุมลูกมากเกินไป ก็ช่วยให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นได้3. รับฟังและยืนยันความรู้สึกของลูก

การที่ลูกชอบระเบิดอารมณ์หลังเลิกเรียน ไม่ได้แปลว่าลูกมีปัญหา คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยลูกได้ด้วยการ สังเกต เข้าใจ รับฟัง และสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับลูกการที่คุณพ่อคุณแม่รับฟังอย่างตั้งใจและยืนยันอารมณ์ จะช่วยให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองไม่โดดเดี่ยว และเรียนรู้ว่าการมีอารมณ์เป็นเรื่องปกติสำหรับเด็กโต บางครั้งลูกอาจยังไม่อยากพูดถึงเรื่องโรงเรียนทันที แต่ควรรอให้ลูกพร้อมที่จะเล่าเมื่อรู้สึกสบายใจ เป็นวิธีแสดงความเคารพและสร้างความเชื่อใจระหว่างพ่อแม่และลูกในระยะยาว4. สร้างเวลาสำหรับความเชื่อมโยง

การสร้างช่วงเวลาที่อบอุ่นและใกล้ชิดกับลูกเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ คุณพ่อคุณแม่สามารถหากิจกรรมเล็กๆ ทำร่วมกันได้ เช่น อ่านหนังสือ เล่นเกมสั้น หรือเพียงแค่พูดคุยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน การมีช่วงเวลาเหล่านี้จะช่วยให้ลูกรู้สึกว่าพ่อแม่อยู่เคียงข้างเสมอนอกจากนี้ การพูดคุยเกี่ยวกับอารมณ์ที่บ้านก็เป็นประโยชน์มาก เพราะจะช่วยให้ลูกเรียนรู้ที่จะระบุความรู้สึกของตัวเองและสร้างคำศัพท์เกี่ยวกับอารมณ์ ซึ่งจะช่วยให้เขาเข้าใจอารมณ์ตัวเองมากขึ้น ฝึกทักษะการจัดการอารมณ์ สร้างความยืดหยุ่นทางอารมณ์ และเพิ่มความมั่นใจในตัวเองได้5. เข้าใจว่าการไปโรงเรียนอาจเป็นเรื่องหนักสำหรับบางคน

คุณพ่อคุณแม่เคยไหมคะ เวลาที่ลูกบ่นว่าไม่อยากไปโรงเรียน เราอาจเผลอพูดออกมาว่า “ไปโรงเรียนสบายที่สุดแล้ว” หรือพยายามทำให้ลูกเห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องยาก แต่สำหรับเด็กหลายคน การไปโรงเรียนเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งการเรียน การปรับตัวกับเพื่อน ครู และความคาดหวังต่างๆหลังจากใช้แรงกายและสมองทั้งวัน เมื่อกลับถึงบ้าน ความรู้สึกของลูกก็เหมือนปล่อยวาล์วแรงดัน อารมณ์ที่เก็บกดมาทั้งวันจึงระเบิดออกมาเต็มที่ การเข้าใจว่าความเหนื่อยล้าและความตึงเครียดที่ลูกเผชิญอาจหนักหน่วงกว่าที่เราคิด จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เห็นใจลูกมากขึ้นได้อ่านบทความ: After School Meltdown : 5 วิธีปลอบโยนลูกจากความเครียดหลังเลิกเรียนอ้างอิงBbctodaysparent

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...