โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

น้ำท่วมรถยนต์แบบไหนเคลมได้ และแบบไหนที่อาจถูกปฏิเสธ !

BT Beartai

อัพเดต 28 พ.ย. 2568 เวลา 11.39 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2568 เวลา 11.39 น.
น้ำท่วมรถยนต์แบบไหนเคลมได้ และแบบไหนที่อาจถูกปฏิเสธ !

อุทกภัยเป็นภัยธรรมชาติที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วมักนำมาซึ่งความเสียหายใหญ่หลวงต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “รถยนต์” ที่อาจต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วม ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงการจมน้ำทั้งคัน ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลว่า “ค่าซ่อมจะบานปลายไหม” และ “ประกันจะรับเคลมหรือเปล่า”

บทความนี้จะพาคุณมาทำความเข้าใจอย่างละเอียด พร้อมแนะนำแนวทางที่ทำให้คุณสามารถรับมือและเตรียมความพร้อมในการซ่อมรถได้อย่างคลายความกังวล

ประเภทความเสียหายกรณีน้ำท่วมรถยนต์

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้กำหนดเกณฑ์มาตรฐานในการประเมินความเสียหายและค่าซ่อมรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม เพื่อให้บริษัทประกันภัยใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทน โดยแบ่งออกเป็น 5 ระดับ ดังนี้

ระดับ A น้ำท่วมถึงพื้นรถยนต์หรือพื้นห้องโดยสาร (เช่น พรม) ค่าซ่อมโดยประมาณ 8,000 – 10,000 บาท

ระดับ B น้ำท่วมถึงเบาะนั่ง (อาจส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าบางส่วน) ค่าซ่อมโดยประมาณ 15,000 – 20,000 บาท

ระดับ C น้ำท่วมถึงส่วนล่างของคอนโซลหน้า ค่าซ่อมโดยประมาณ 25,000 – 30,000 บาท

ระดับ D น้ำท่วมถึงส่วนบนของคอนโซลหน้า ซ่อมโดยประมาณเริ่มต้นที่ 30,000 บาทขึ้นไป

ระดับ E รถยนต์จมน้ำทั้งคัน (Total Loss) บริษัทประกันจะคืนทุนประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย

ประกันแต่ละแบบดูแลรับผิดชอบอะไรบ้าง ?

การเลือกประเภทประกันภัยรถยนต์มีความสำคัญอย่างยิ่งในการคุ้มครองกรณีภัยน้ำท่วม โดยมีรายละเอียดความคุ้มครองที่แตกต่างกันไป

ประกันชั้น 1 คุ้มครองครบถ้วน (รวมถึงภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม) ไม่ว่าจะเป็นน้ำเข้าห้องเครื่อง, ห้องโดยสาร หรือรถจอดทิ้งไว้แล้วถูกน้ำท่วม หากเสียหายรุนแรงจนซ่อมไม่คุ้ม (Total Loss) บริษัทอาจพิจารณาจ่ายตามทุนประกัน

ประกันชั้น 2 คุ้มครอง หากมีการระบุความคุ้มครองภัยน้ำท่วมในกรมธรรม์

ประกันชั้น 3 คุ้มครอง หากมีการระบุความคุ้มครองภัยน้ำท่วมในกรมธรรม์ (มักคุ้มครองในรูปแบบขยายความคุ้มครองน้ำท่วมเพิ่มเติม)

น้ำท่วมแบบไหนที่ประกันจะดูแลเคลมให้ ? และแบบไหนที่อาจถูกปฏิเสธ !

โดยทั่วไปแล้ว บริษัทประกันจะให้ความคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วมที่เกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือภัยธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังที่สำคัญมาก

กรณีที่ประกันคุ้มครอง (เคลมได้)

ความเสียหายโดยตรงจากภัยธรรมชาติ ในกรณีที่รถจอดอยู่ในที่จอดรถแล้วน้ำท่วมอย่างกะทันหัน หรือได้รับความเสียหายจากฝนตกหนักจนรถดับ

ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ กรมธรรม์ของคุณต้องเป็นประเภทที่ให้ความคุ้มครองภัยน้ำท่วม (ส่วนใหญ่มักเป็นชั้น 1 หรือชั้น 2+/3+ ที่มีการซื้อความคุ้มครองน้ำท่วมเพิ่ม)

กรณีที่ไม่สามารถเคลมได้ (อาจถูกปฏิเสธ)

ความประมาทของผู้ขับขี่ หากผู้ขับขี่ มองเห็นอยู่แล้ว ว่าถนนข้างหน้ามีน้ำท่วมสูง มีป้ายแจ้งเตือน หรือมีการประกาศแจ้งเตือนอย่างชัดเจน แต่คุณยังตัดสินใจขับรถฝ่าเข้าไป จนรถได้รับความเสียหายและเครื่องยนต์ดับกลางทาง ในกรณีนี้บริษัทประกันอาจปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้ เนื่องจากถือว่าผู้ขับขี่นำรถเข้าสู่พื้นที่เสี่ยงภัยด้วยความประมาท

สิ่งที่ควรทำทันทีเมื่อรถถูกน้ำท่วม

หากรถของคุณประสบเหตุการณ์น้ำท่วม ควรทำตามขั้นตอนเหล่านี้เพื่อให้การเคลมประกันเป็นไปอย่างราบรื่น

  • ห้ามสตาร์ตรถเด็ดขาด การพยายามสตาร์ตรถที่ถูกน้ำท่วมจะทำให้น้ำเข้าห้องเครื่องและระบบไฟฟ้า เกิดความเสียหายรุนแรง ซึ่งอาจทำให้ค่าซ่อมพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก
  • ถ่ายภาพและวิดีโอ ถ่ายภาพความเสียหายของรถอย่างละเอียดในหลายมุมเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งเคลม รวมถึงถ่ายระดับน้ำที่ท่วมรถและสภาพแวดล้อมโดยรอบ
  • ติดต่อบริษัทประกันทันที แจ้งเหตุการณ์ให้บริษัทประกันทราบทันที พร้อมแจ้งหมายเลขกรมธรรม์และสถานที่เกิดเหตุ
  • รอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ รอเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันภัยเข้ามาตรวจสอบสภาพความเสียหายและประเมินเบื้องต้นก่อนเคลื่อนย้ายรถ

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าทรัพย์สินจะสำคัญแค่ไหน แต่ชีวิตและสวัสดิภาพของคนย่อมมีความสำคัญสูงสุดเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำที่ไหลเชี่ยว จนมีความเสี่ยงต่อชีวิตหรือสุขภาพ ขอให้ตัดสินใจทิ้งรถทันที แล้วรีบพาตัวเองไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง น้ำลดสู่ภาวะปกติ และมั่นใจในความปลอดภัยแล้ว ค่อยกลับมาประเมินความเสียหายของรถในภายหลัง จะเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการรับมือช่วงภัยพิบัติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...