คลัง เล็งชง กกต. – กฤษฎีกา เคาะเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะแพลตฟอร์มทอง
คลังเล็งชง กกต.-กฤษฎีกา เก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ ซื้อขายทองบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ยังไม่สรุปอัตราภาษี คาดไม่เกิน 3% ยันไม่กระทบรายย่อย
30 ธ.ค. 2568 แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ สำหรับธุรกรรมการซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อแก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่า ว่า
กระทรวงการคลังเตรียมเสนอเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาข้อกฎหมายว่าการจัดเก็บภาษีดังกล่าวสามารถทำได้หรือไม่ในช่วงที่ยังเป็นรัฐบาลรักษาการเพราะเรื่องนี้ต้องเสนอขอมติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อน
“แม้ตามหลักการช่วงที่เป็นรัฐบาลรักษาการจะไม่ควรนำเสนอนโยบายหรือมาตรการเศรษฐกิจอะไรที่มีผลผูกพันไปถึงรัฐบาลชุดหน้า แต่ค่าเงินเป็นเรื่องสำคัญ และต้องเร่งทำเพราะมีผลกระทบต่อทั้งการส่งออกและเศรษฐกิจประเทศสูงที่สำคัญการซื้อขายทองตอนนี้ยังอิสระเกินไป การเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจะช่วยชะลอความร้อนแรงและผลกระทบต่อค่าเงินได้ จึงต้องเสนอขอความเห็นจากกฤษฎีกา และ กกต.ให้ชัดเจนก่อน”
ทั้งนี้ เบื้องต้นมาตรการนี้จะมุ่งเน้นจัดเก็บภาษีจากการขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีรอบการซื้อขายรวดเร็วหรือเก็งกำไรระยะสั้นเก็บตามจำนวนครั้งที่ซื้อขาย โดยเชื่อว่าการเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจะช่วยเพิ่มต้นทุนในการเก็งกำไรทำให้ปริมาณการทำธุรกรรมลดลง และช่วยให้ค่าเงินบาทมีเสถียรภาพมากขึ้น
“ยืนยันว่าการเก็บภาษีนี้จะไม่เกี่ยวกับนักเก็งกำไรรายย่อย หรือซื้อทองคำตามร้านขายทอง หรือธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ เพราะจะเน้นรายใหญ่ที่มีการเก็งกำไรซื้อขายระดับร้อยล้านบาทหรือพันล้านบาท พร้อมกับมีการกำหนดช่วงเวลาหากซื้อขายเร็วก็จะเสียภาษีเป็นต้น”
สำหรับอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะที่จะเก็บจากธุรกรรมซื้อขายทองออนไลน์ยังไม่ได้สรุปชัดแต่ปัจจุบันไทยมีการเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะเพดานสูงสุดไม่เกิน 3% อาทิ ธุรกรรมดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมธนาคาร และการขายอสังหาริมทรัพย์ก่อนครบ 5 ปีแรก จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะที่ 3% ส่วนประกันชีวิต และโรงรับจำนวนจะเสีย 2.5% โดยเมื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ จะต้องบวกภาษีท้องถิ่นเพิ่มอีก 10% ของค่าภาษีทุกครั้ง
ทัังนี้ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออก 3 มาตรการเพื่อดูแลสถานการณ์ค่าเงินบาท ได้แก่
- กรมสรรพากรจะออกประกาศกำหนดแนวทางให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายทองคำออนไลน์ ต้องรายงานข้อมูลธุรกรรมให้กรมสรรพากรรับทราบ เพื่อให้ภาครัฐเห็นความเคลื่อนไหวของเม็ดเงินและปริมาณการซื้อขายที่แท้จริง
- กรมสรรพากรอยู่ระหว่างพิจารณาความเหมาะสมในการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ สำหรับการซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
- ธปท. จะออกมาตรการกำกับดูแลปริมาณการทำธุรกรรมที่เหมาะสม