"เท่าพิภพ" คัมแบ็กสมัคร สส.กทม เขต 33 มั่นใจทวงคืนความเชื่อใจจากประชาชนได้ เผย ใช้เวลาตัดสินใจเพียงแค่ 8 วิ
"เท่าพิภพ" คัมแบ็กสมัคร สส.กทม เขต 33 มั่นใจทวงคืนความเชื่อใจจากประชาชนได้ เผย ใช้เวลาตัดสินใจเพียงแค่ 8 วิ บอก ให้ ปชช. ด่าว่าตระบัดสัตย์ได้ แต่ขอเวลาพร้อมพิสูจน์ตัวเอง ด้าน "ช่อ" เสนอขยายความหมายสโลแกน ‘มีส้มไม่มีเทา’ เป็น "มีส้มไม่มีเทา มีเทาเราจัดการ" ย้ำมาตรฐานพรรคต้องสูงกว่ากฎหมาย ขอความเห็นใจผู้สมัคร 400 เขต เดินหน้าหาเสียงไม่ย่อท้อ
วันที่ 30 ธ.ค. 68 ที่สนามกีฬาเวสน์2 นายพิจารณ์ เชาวพัฒนพงศ์ผู้รับผิดชอบแคมเปญเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร และนางสาวพรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน พา นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 33 มาสมัครแทนนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ผู้สมัครคนเดิม ที่โดนหมายจับคดีฟอกเงินยาเสพติด
โดยนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 33 บางกอกน้อยเขตบางพลัด เปิดเผยว่า ในการทำไพรมารี่โหวต ให้ตนได้เข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้เป็นเอกฉันท์ ทำให้ตนไม่มีความกังวลใดๆแล้วเพราะได้พลังจากทุกคน ซึ่งเรื่องนี้มากกว่าการที่ตนเสนอตัวลงสมัครแทนผู้สมัครคนเดิม แต่ภารกิจนี้ไม่ใช่แค่บางกอกน้อยบางพลัดแต่เป็นภารกิจระดับประเทศ ที่จะทวงคืนความไว้วางใจจากประชาชน ในเมื่อวันที่เสียไปแล้ว ไม่มีทางทวงคืนมาได้ จะใช้เงินเท่าไหร่ก็ไม่สามารถทวงคืนได้ ดังนั้นการที่พรรคหรือทุกคนเห็นว่าตนเองมีความพร้อมที่จะไปทวงคืนความเชื่อใจนั้นกลับมาตนก็ยอมรับ
ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเองก็ได้ทำงานช่วยเหลือพรรคในการหาเสียงมาโดยตลอด ตนไม่มีเวลาคิดเวลาเราน้อย
"คิดว่าประเทศไทยสัก 1 วินาทีสัก 1 วันที่เราเป็นแบบนี้มันไม่ดี ต่อประเทศเลย ผมก็แทบจะไม่ลังเล ผมใช้เวลาแค่ 8 วินาทีในการตัดสินใจ "นายเท่าพิภพกล่าว
นายเท่าพิภพ ยังฝากถึงชาวบางพลัดว่าตนเข้ามาตรงนี้ อย่าคิดว่าจะส่งใครมาลงแล้วจะชนะก็ได้ ตนก็พร้อมที่จะพิสูจน์ให้กับประชาชนในเขต เห็นว่าตนทำงานเต็มที่ และนำประสบการณ์ความมุ่งมั่น มารับใช้ประชาชนได้อย่างแน่นอน
เมื่อถามว่า หลายคนมองว่า ตระบัติสัตย์เพราะเคยพูดว่าจะไม่เล่นการเมืองแล้วนายเท่าพิภพ กล่าวว่า มันเป็นความจำเป็น 48 ชั่วโมงที่ผ่านมามีความสำคัญมาก หากไม่ใช่รับสมัครเลือกตั้งจนถึง 8 กุมภาพันธ์ ถ้าเรามีเวลามากกว่านี้อาจจะเป็นคนอื่นก็ได้ ซึ่งเรื่องนี้สามารถด่าตนได้เลยว่าตนตระบัดสัตย์หรือย้อนคำ แน่นอนว่าตนมาอยู่ตรงนี้ไม่ได้เพื่อตัวเองอยู่แล้ว ด่าตนก็ได้แต่ตนมาอยู่ที่นี่เพื่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อเป็นหนึ่งเสียงและเป็นทางเลือกให้กับชาวบางกอกน้อย บางพลัด เพื่อเข้าสภาไปโหวตให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิหัวหน้าพรรคประชาชนเป็นนายกรัฐมนตรี การที่ตนพูดแล้วคืนคำไม่คืนคำตนเชื่อว่าหลายคนเข้าใจว่าสถานการณ์แบบนี้ มันก็ต้องทำแบบนี้
เมื่อถามว่าได้สำรวจกระแสการตอบรับอย่างไรบ้าง นายพิจารณ์ เชาวพัฒนพงศ์ผู้รับผิดชอบแคมเปญเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ก็อยู่ที่ความไว้วางใจของประชาชน สิ่งที่พรรคประชาชนสะท้อนให้เห็น คือเมื่อเราพบว่ามีผู้สมัครที่มีความเกี่ยวข้อง แม้จะไม่ต้องคำวินิจฉัยสูงสุดแต่พรรคแสดงให้เห็น ว่าแม้จะเป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ต้องหา เราไม่จำเป็นจะต้องปกป้องใคร และต้องการหาตัวผู้สมัครที่ดีที่สุดให้กับประชาชน จึงจำเป็นที่ต้องเปลี่ยน และยืนยันว่าวันนี้อยู่ในช่วงการเลือกตั้ง แต่ถึงสิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือเมื่อวันที่พรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาล มีสส.จำนวนมากกว่ากึ่งหนึ่ง และมีรัฐมนตรีนั่นเป็นบทบาทที่สำคัญในการตรวจสอบภายในพรรค เพื่อให้มั่นใจว่าผู้แทนราษฎรของเราในสภา จะไม่ทุจริตคอร์รัปชั่น คณะรัฐมนตรีจะทำงาน เพื่อตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้นยืนยันว่าคำว่า"มีส้มไม่มีเทา" ไม่ใช่เป็นแค่สโลแกนหาเสียงแต่เป็นการกลั่นออกมา จากวิธีคิด วิธีทำงานของพวกเราจริงๆ
สำหรับเหตุผลที่เลือกนายเท่าพิภพมาลงเขต 33 แทนคนเดิมนั้น นายพิจารณ์ กล่าวว่า ในกระบวนการจะต้องมีคนเสนอตัวเข้ามาและเมื่อเห็น นายเท่าพิภพโพสต์ข้อความว่าอาสามาลงในเขต 33 ส่วนตัวค่อนข้างดีใจ เพราะเบื้องหลังมีหลายคนที่เสนอตัวเข้ามา แต่ภายใต้เวลา ก่อนที่จะปิดรับสมัครวันที่ 31 ธันวาคม 2568 คณะกรรมการจะมีเวลาคัดสรรเพียงพอหรือไม่ แต่สำหรับนายเท่าพิภพที่ร่วมงานกันมา ฝ่าฟันอุปสรรคกันมาหลายอย่างก็ค่อนข้างมั่นใจ และสิ่งที่ตนคิดก็ตรงกับกรรมการคัดสรร และตรงกับเสียงของสมาชิกในการทำไพรมารี่โหวต ดังนั้นจึงต้องขอบคุณนายเท่าพิภพอีกครั้งหนึ่ง ที่เสียสละแม้จะมีหลายคนมองว่ากลับคำพูดแต่ตนมองว่าเป็นการช่วยกอบกู้สถานการณ์ ณ ตอนนี้
อย่างไรก็ตาม นายพิจารณ์ ยังชี้แจงต่อว่านายเท่าพิภพสามารถสมัครแทน ได้เนื่องจากผู้สมัครคนเดิมได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคแล้ว ดังนั้นจึงเป็นการขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้สมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ทั้งนี้ หลังจากที่ได้สมัครแล้วกกต.จะต้องรับรองตามเงื่อนเวลา และเชื่อว่ากกต.จะรับรอง ส่วนในเรื่องผลกระทบในเชิงแคมเปญจะเป็นอย่างไรนั้น ตนตอบแทนประชาชนไม่ได้ แต่สิ่งที่กระทำทันทีหลังจากที่ตนทราบเรื่อง
" มันเป็นจังหวะที่โบ๊ะบ๊ะมากตนโทรไป 7:00 น.เพื่อจะสอบถามว่าช่วงปีใหม่จะไปหาเสียงที่ไหน เพื่อจะลงตารางว่าผมเองจะเดินทางไปเขตไหนบ้าง โทรไปคนแรกก็เจอเลยแจ้งมาว่าพี่ครับผมกำลังโดน ตำรวจตรวจคนอยู่ ซึ่งภายในเวลา 3 ชั่วโมง เราก็เร่งที่จะหารือกันว่าคืออะไร และจะต้องทำอย่างไรต่อ จึงอยากให้ประชาชนมองเห็นถึงการกระทำ และความจริงใจของพรรคประชาชน จริงอยู่ที่เราพยายามจะออกแบบกระบวนการคัดสรรของผู้สมัคร ให้ดีขึ้นในทุกการเลือกตั้ง ซึ่งรอบนี้เรามีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ตรวจสอบเครดิตบูโร เอาชื่อผู้สมัครไปประกาศในเว็บไซต์เพื่อให้ประชาชนเข้ามาแสดงความเห็น พยายามที่จะทำให้ดีที่สุด แต่รอบนี้ด้วยเงื่อนเวลา ในกระบวนการที่เราทำกับเวลาการออกหมายจับมาทีหลังจึงไม่สามารถรู้ได้ แต่เมื่อรู้เราก็ทำทันที แม้ผู้ถูกกล่าวหายังไม่ถูกคำวินิจฉัยจนถึงที่สุด แต่ในเมื่อมีความเคลือบแคลงสงสัยแล้ว ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนตัว"นายพิจารณ์กล่าว
นายพิจารณ์ ยังยืนยันว่าการที่เราพูดว่า"มีส้มไม่มีเทา" ไม่ใช่แค่การคัดสรรหาตัวผู้สมัครแต่เราจะทำไปเรื่อยๆ แม้ว่าหลังการเลือกตั้งกับสส. และกับครม.ของเรา
ส่วนกรณีที่มีทีมงานของพรรคประชาชนไปขยับป้ายของพรรคเพื่อไทยให้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันออกมา นายพิจารณ์ กล่าวว่า ขอย้ำว่าไม่ใช่ทีมงาน การที่ผู้สมัครมีการติดป้าย ได้มีการว่าจ้างบริษัท มารับติดป้ายให้และได้กำชับกับผู้สมัครแล้วไม่ใช่เฉพาะในกรุงเทพมหานคร แต่ทั่วประเทศว่าถ้าหากมีการว่าจ้างจะต้องมีทีมงานของผู้สมัครเองตามไปด้วย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อบริษัทที่รับว่าจ้างไปติดป้าย ไปติดเองเลยโดยไม่มีทีมงานของผู้สมัครตามไปด้วย ดังนั้นจึงอาจมีการทำงานที่ขาดความระมัดระวัง และจากที่ดูในคลิปวีดีโอ คนที่ติดอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นป้ายหาเสียง ดังนั้นจึงต้องกราบขอโทษ ประชาชนและขอโทษไปทางผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ว่าไม่ใช่เจตนาของพวกเรา ที่จะทำการเมืองในลักษณะนี้ ซึ่งหลังจากนี้ได้กำชับกับผู้สมัครทั่วประเทศแล้ว ว่าให้ระมัดระวังในเรื่องของการติดป้าย
"ช่อ" เสนอขยายความหมายสโลแกน ‘มีส้มไม่มีเทา’ เป็น "มีส้มไม่มีเทา มีเทาเราจัดการ" ย้ำมาตรฐานพรรคต้องสูงกว่ากฎหมาย ขอความเห็นใจผู้สมัคร 400 เขต เดินหน้าหาเสียงไม่ย่อท้อ
นางสาวพรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า อดีต สส.พรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงมุมของสโลแกนมีส้มไม่มีเทา มองว่ากระทบกับพรรคมากน้อยแค่ไหน และมีมาตรการเชิงรุกอย่างไร สำหรับในห้วงระยะเวลาอีกแค่เดือนกว่าๆกับการหาเสียง ว่า ต้องยืนยันตามคำพูดของนายเท่าภิภพ ว่าการหาเสียงการเมือง สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของพวกเราคือความเชื่อใจของพี่น้องประชาชนที่มีต่อเรา เพราะฉะนั้นจะบอกว่าเหตุการณ์นี้ไม่กระทบอะไรเลยตรงนี้เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ตรงนี้ไม่รู้จะทำอะไรไปมากกว่ากราบขอโทษพี่น้องประชาชน และขออภัยที่ทำให้ทุกท่านผิดหวังเรื่องนี้แต่เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่พวกเราเจ็บปวดมากจริงๆ แต่ถามว่ามันทำให้คำว่า “มีส้มไม่มีเทา ไม่เป็นจริงไหม” ตนกลับคิดว่าเรื่องนี้คือการที่เราจะได้รับโอกาส ที่จะทำให้ประชาชนเห็นว่ามีส้มไม่มีเทาคืออะไร มันไม่ใช่เรื่องของคนดีคนชั่ว มันไม่ใช่เรื่องของพรรคเทพหรือพรรคมาร มีส้มไม่มีเทาคืออะไร ไม่ใช่การเมืองศีลธรรม แต่คือการมีระบบที่ดีที่ตรวจสอบแบบไม่เกรงใจใคร
“วันนี้เราก็เห็นแล้วประเทศไทยการทุจริตคอรัปชั่นทุนเทเข้ามาเต็มเมืองเต็มสภาเพราะเรื่องของพวกพ้องเครือข่ายอุปถัมภ์ พอจะมีการตรวจสอบการก็ติด เครือญาติต่างๆและสุดท้ายทำให้เกิดการตรวจสอบ ตนคิดว่าวันนี้ที่ทำให้เห็นว่ามีส้มไม่มีเทาคือระบบที่เมื่อตรวจเจอก็จัดการทันที”
นางสาวพรรณิการ์ กล่าวว่า ถ้าจะบอกว่าจากนี้ไป มีส้มไม่มีเทา ใช้ไม่ได้แล้วหรือไม่ ตนคิดว่าอาจจะต้องมีส่วนขยายว่า “มีส้มไม่มีเทา มีเทาเราจัดการ” ยืนยันว่าหากมีเทาเราจัดการทันทีและนี่คือข้อพิสูจน์ว่าไม่ใช่แค่การหาเสียง แต่พิสูจน์การกระทำว่าพรรคประชาชนหรือต่อไปเป็นรัฐบาลประชาชน ใครจะมาร่วมเป็นรัฐมนตรีแม้มีข้อคอรหาเพียงเล็กน้อยน่าสงสัยว่าเกิดการทุจริตคอรัปชั่น ก็จะนำออกทันที
นางสาวพรรณิการ์ ยืนยันว่า เราทำเกินกว่ากฎหมายอย่างกรณีของผู้สมัครเพราะจริงๆแล้วผู้สมัครยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายก่อน แต่เราเอาออกก่อนเพราะมาตรฐานของพรรคการเมืองต้องอยู่สูงกว่ากฎหมายและต้องมีการขยับมาตรฐานตัวเองขึ้นไป
นางสาวพรรณิการ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่บอกว่าเวลาบอกว่ามีปัญหามันเหมือนปลาเน่าตัวเดียวแต่เหม็นทั้งคอก ซึ่งตนเห็นใจผู้สมัคร 400 เขตทั่วประเทศมากๆเพราะเขาก้มหน้าก้มตาหาเสียงทำงานกันมาล่วงหน้าอย่างยาวนาน แต่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นก็ต้องยอมรับว่ากระทบกันหมดเพราะฉะนั้นเราจึงอยากขอความเห็นใจจากพี่น้องประชาชนอยู่ และอยากจะให้เปิดใจรับฟัง และให้โอกาสผู้สมัครของเราทั้ง 400 เขต เพราะพวกเขาต้องรับผลกระทบจากเรื่องนี้โดยปริยายและทำงานหนักขึ้นแต่พวกเราก็จะไม่ย่อท้อ