PSH เดินหน้าปรับพอร์ต หวนโฟกัส “ธุรกิจหลัก” อสังหาฯ–เฮลท์แคร์ เสริมแกร่งระยะยาว รับการแข่งขันดุ–เศรษฐกิจท้าทาย
แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีความท้าทายจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวและความเข้มงวดในการปล่อยกู้ของสถาบันการเงิน ทำให้ผู้พัฒนาอสังหาฯ ต่างๆ ต้องงัดกลยุทธ์และปรับแผนการดำเนินงานเพื่อสร้างการเติบโตและอยู่รอดท่ามกลางการแข่งขันและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ
เช่นเดียวกับ บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ที่เดินหน้าปรับทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญ ด้วยการหันกลับมาโฟกัส “ธุรกิจหลัก” เพื่อเสริมความแข็งแกร่งระยะยาว ทั้งในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และบริการสุขภาพ พร้อมจัดโครงสร้างพอร์ตการลงทุนใหม่ให้สอดรับกับสภาพเศรษฐกิจและเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
นางสาวปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSH เปิดเผยว่า บริษัทได้มีการปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่โดยมุ่งเน้นกลับมาที่ธุรกิจหลัก (Core Business) คือ อสังหาริมทรัพย์และบริการสุขภาพ หลังจากที่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาได้มีการกระจายการลงทุนออกไปมาก ทั้งการลงทุนในกองทุนต่างประเทศ การลงทุนในธุรกิจคลังสินค้า เป็นต้น โดยคาดว่านโยบายของบริษัทจะมีความชัดเจนในไตรมาส 1/69
โดยบริษัทจะเน้น 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 1. การขายธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก (Divest non-core business) โดยบริษัทได้ลดเงินลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท ในกองทุน CapitaLand SEA Logistics Fund (CSLF) ซึ่งเป็นกองทุนเพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และบริการด้านโลจิสติกส์อัจฉริยะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และขายคืนให้กับผู้ถือหุ้นเดิม นอกจากนี้ ยังมีการขายเงินลงทุนบางส่วนที่มีสัดส่วนไม่มากออกไปบ้าง
2. การใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์เดิม (Utilize Old Assets) ปัจจุบันบริษัทยังมีสินทรัพย์คงเหลืออยู่เป็นจำนวนมากประมาณ 40,000 กว่าล้านบาท ซึ่งเป็นที่ดินเก่าที่มีคุณภาพสูงหลายแปลง ดังนั้น กลยุทธ์ในปี 2569 คือการนำสินทรัพย์เดิมเหล่านี้กลับมาพัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ทำให้ปริมาณการซื้อที่ดินใหม่อาจจะไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม รายได้จากการพัฒนาสินทรัพย์เก่าเหล่านี้จะยังไม่เข้าทันทีในปีหน้า เนื่องจากต้องใช้เวลาในการพัฒนาประมาณ 2-3 ปี
3. การปรับพอร์ตสินค้า บริษัทจะปรับจากการทำทาวน์เฮาส์ไปสู่การทำบ้านที่มีราคาสูงขึ้นในกลุ่มตลาดระดับกลางถึงบน โดยตั้งใจจะขยับไปที่ราคาระดับ 10 ล้านบาทกลางๆ แม้จะขยับสู่ตลาดกลางบน แต่จะไม่ราคาสูงจนเกินไป เนื่องจากบริษัทต้องการโฟกัสในตลาดที่มีความแข็งแกร่งและมีความชำนาญอยู่แล้ว
สำหรับคอนโดมิเนียมยังคงมีการซื้อที่ดินใหม่อยู่ เนื่องจากตลาดยังมีศักยภาพและกำลังซื้อที่ดี ส่วนโครงการใหม่ในปี 2569 จะมีทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยวหลายโครงการ โดยจะมีโครงการใหม่รวมประมาณหลัก 10 โครงการ ซึ่งไม่ใช่ขนาดใหญ่เท่ากับที่เคยเปิดตัวเมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมา
ส่วนโรงพยาบาลวิมุตติในปี 2569 บริษัทจะเน้นการเปิดศูนย์ความชำนาญเฉพาะทาง 3 ศูนย์ เช่น ศูนย์ปอด หัวใจ และกระดูก ซึ่งแตกต่างจากเดิมที่เคยเป็นโรงพยาบาลทั่วไป รวมถึงการปรับกลยุทธ์หันไปทำตลาดลูกค้าต่างประเทศมากขึ้น เช่น เมียนมา ดังนั้น บริษัทจึงเน้นการหาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเข้ามาเสริม ภาพรวมของวิมุตในแง่ของกลุ่มลูกค้าและศูนย์ความเชี่ยวชาญจะเริ่มชัดเจนขึ้น
“ปัจจุบันบริษัทเน้นเรื่องกระแสเงินสด (Cash Flow) เป็นหลักในการบริหารความเสี่ยง โดยพยายามคืนเงินกู้เพื่อลดภาระดอกเบี้ย โดยเฉพาะหนี้ต่างประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง ซึ่งจะดำเนินการปิดหนี้ส่วนนี้ก่อนหาก operating platform ดีขึ้น ปัจจุบันภาระดอกเบี้ยของบริษัทอยู่ที่ 2.9% และพฤกษาถือเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมในด้านการมีหนี้ต่ำอยู่แล้ว” นางสาวปัทมากล่าวปิดท้าย